บทความ

มาซดา แพน แปซิฟิค อาเซียน มีเดีย ฟอรัม สัมผัสเทคโนโลยี สกายแอคทีฟ-เอกซ์ และทดลองขับ มาซดา ซีเอกซ์-8


บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด เชิญ “ฟอร์มูลา” เดินทางไปทดสอบสมรรถนะเทคโนโลยี สกายแอคทีฟ-เอกซ์ ที่กำลังจะนำเสนอสู่ตลาดในอนาคตอันใกล้ บนสนามทดสอบ MINE PROVING GROUNDS (MPG) ที่ท้าทาย และทดลองขับ มาซดา ซีเอกซ์-8 ครอสส์โอเวอร์ เอสยูวี เบาะ 3 แถว ขุมพลังเทคโนโลยี สกายแอคทีฟ-ดี เวอร์ชันล่าสุด ซึ่งจะลงสู้ศึกในเมืองไทยเร็วๆ นี้ พร้อมชมกระบวนการผลิตรถยนต์ มาซดา ในโรงงานที่ทันสมัยที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ณ เมืองฮิโรชิมา ประเทศญี่ปุ่น

สกายแอคทีฟ-เอกซ์ เทคโนโลยีแห่งอนาคต

เช้าวันแรกของการทดลองขับ คณะสื่อมวลชนไทย เดินทางสู่ MINE PROVING GROUNDS (MPG) อีกหนึ่งสนามทดสอบของ มาซดา ในประเทศญี่ปุ่น เมื่อเดินทางไปถึงก็เป็นการฟังบรรยายสรุปข้อมูลเทคนิคของ เทคโนโลยี สกายแอคทีฟ-เอกซ์ ไฮไลท์อยู่ที่เครื่องยนต์เบนซินรุ่นถัดไป ที่ใช้การจุดระเบิดด้วยการอัดที่ควบคุมประกายไฟ ซึ่งเป็นวิธีการเผาไหม้ที่ไม่เคยมีมาก่อน เพื่อให้เป็นเครื่อง-ยนต์แกสโซลีนที่มีกลไกการเผาไหม้ภายในตามอุดมคติ โดยเป็นการรวมข้อดีของเครื่องยนต์แกสโซลีนที่จุดระเบิดด้วยประกายไฟ ทำงานที่รอบสูงและปล่อยไอเสียสะอาดกว่า ผสานเข้ากับเครื่องยนต์ดีเซลที่จุดระเบิดด้วยการอัด ตอบสนองดีในช่วงรอบต่ำ และประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิง

 

หลังบรรยายสรุป เป็นช่วงทดลองขับต้นแบบ มาซดา 3 สกายแอคทีฟ-เอกซ์ โดยสื่อมวลชนทุกคนต้องทดลองขับ มาซดา 3 สกายแอคทีฟ-จี เจเนอเรชันล่าสุดที่ขายอยู่ในปัจจุบันก่อน เนื่องจากรถที่ใช้ทดลองขับในวันนั้นทุกคัน เป็นรุ่นพวงมาลัยซ้าย มีทั้งรุ่นเกียร์ธรรมดา และรุ่นเกียร์อัตโนมัติ ดีที่ได้ทดลองขับรถรุ่นปกติที่จำหน่ายอยู่ในท้องตลาด เพื่อสร้างความคุ้นชิน และทีมงานต้องการให้เปรียบเทียบความแตกต่างระหว่าง 2 เทคโนโลยีได้อย่างชัดเจน รวมถึงได้จดจำรูปแบบของสนามที่ใช้ในการทดสอบ จะได้ไม่ต้องพะวงกับเส้นทางขณะทดลองขับรถต้นแบบมากเกินไป

 

รถต้นแบบ มาซดา 3 สกายแอคทีฟ-เอกซ์ ที่ให้ทดลองขับ กำลังอยู่ในขั้นตอนการวิจัยและพัฒนา ชิ้นส่วนต่างๆ ภายในห้องโดยสาร จึงมีให้แค่เท่าที่จำเป็น และมีการเพิ่มหน้าจอแสดงผลการทำงานของเครื่องยนต์ โดยเป็นไฟแสดงสถานะการทำงานของระบบจุดระเบิดแบบเรียลไทม์ เพื่อให้ผู้ขับได้สังเกตความแตกต่างของแต่ละช่วงการทำงานทั้งแบบ SI (SPARKIGNITION) แบบเดียวกับเครื่องยนต์เบนซิน สันดาปภายในปกติ และ SPCCI (SPARK-CONTROLLED COMPRESSION IGNITION) การจุดระเบิดด้วยการอัดที่ควบคุมประกายไฟ ซึ่งมี 2 โหมด ได้แก่ LEAN และ SUPER LEAN

 

ขุมพลัง สกายแอคทีฟ-เอกซ์ เป็นเครื่อง ยนต์เบนซินแบบ 4 สูบแถวเรียง ความจุ 2.0 ลิตร พ่วงระบบอัดอากาศด้วยซูเพอร์ชาร์จ ให้กำลังสูงสุดประมาณ 190 แรงม้า ส่วนแรงบิดสูงสุดยังไม่เปิดเผย ช่วงทดลองขับมีโอกาสได้ทดลองรุ่นเกียร์อัตโนมัติก่อน จากนั้นจึงขับรุ่นเกียร์ธรรมดา ความรู้สึกที่ได้คือ การตอบสนองที่ดีกว่าตามลักษณะของเครื่องยนต์ที่ใช้ระบบอัดอากาศด้วยซูเพอร์ชาร์จ แรงบิดมีให้เหลือเฟือช่วงรอบต่ำ ระบบส่งกำลังทำงานได้นุ่มนวลและต่อเนื่อง (รุ่นเกียร์ธรรมดาเข้าง่ายกระชับแม่นยำ น่าจะถูกใจบรรดานักขับสายฮาร์ดคอร์เป็นอย่างยิ่ง แต่น่าเสียดายที่ไม่มีการทำตลาดในประเทศไทย) แต่การทำงานของเครื่องยนต์ขณะจุดระเบิดแบบ SPCCI โหมด SUPER LEAN มีเสียงดังมาก ซึ่งตรงจุดนี้ทีมงานแจ้งว่ากำลังพัฒนาอยู่ เพราะนี่เป็นแค่สเตพ 2 ของขุมพลัง สกายแอคทีฟ-เอกซ์ โดยตามกำหนดจะออกสู่ท้องตลาดในปี 2019 ปัญหาดังกล่าวน่าจะได้รับการแก้ไขเรียบร้อย

 

 

มาซดา ซีเอกซ์-8 เอมพีวี ในคราบ ครอสส์โอเวอร์ เอสยูวี

วันต่อมา เดินทางไปเยี่ยมชมสำนักงานใหญ่และโรงงานผลิตรถยนต์ มาซดา ที่เมืองฮิโรชิมา โดยมีผู้บริหารระดับสูงให้การต้อนรับ และบรรยายสรุปเกี่ยวกับธุรกิจ ข้อมูลโรงงานผลิต รวมถึงข้อมูลของ มาซดา ซีเอกซ์-8 ที่จะทำการทดลองขับกันในบริเวณสนามทดสอบก่อนส่งให้ดีเลอร์ ซึ่งตั้งอยู่ในบริเวณโรงงานนั่นเอง

 

มาซดา ซีเอกซ์-8 เป็น “รถธง” ของ ครอสส์โอเวอร์ เอสยูวี ในประเทศญี่ปุ่น โดยเป็นแบบเบาะนั่ง 3 แถว ซึ่งเป็นทางเลือกใหม่สำหรับลูกค้าที่ต้องการความเพลิดเพลินในการทำกิจกรรมกับครอบครัว และเพื่อน โดยได้รับการออกแบบอย่างประณีตตามแนวทาง “โคโดะ ดีไซจ์น” ให้ความรู้สึกพรีเมียม ด้วยสมรรถนะการขับขี่ที่ดีทั้งในเมืองและเดินทางไกล ผู้โดยสารทุกคนจะรู้สึกถึงความเงียบสงบภายในห้องโดยสารและการขับขี่ที่สะดวกสบาย ซึ่งถูกพัฒนาภายใต้ปรัชญาความปลอดภัยเชิงรุกของ มาซดา เทคโนโลยี I-ACTIVSENSE ที่จะช่วยในเรื่องของความปลอดภัย เพื่อให้ทุกคนมีจิตใจที่สงบ ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญสำหรับประสบการณ์การขับขี่ที่สนุกสนาน

 

ส่วนประกอบของรถ (PACKAGING) ได้รับการพัฒนาภายใต้ปรัชญาที่มีมนุษย์เป็นศูนย์กลาง โดยโฟคัสไปที่การใช้งานสะดวกสบายในแบบที่นั่ง 3 ตอน ในแถวที่ 2 นั้นสามารถที่จะปรับที่นั่งได้ถึง 3 แบบ ซึ่งสามารถปรับเปลี่ยนให้รถยนต์นั้นมี 6 หรือ 7 ที่นั่ง ตามความต้องการ ที่นั่งสามารถพับลงมาตามรูปแบบการใช้งาน รวมถึงขนาดที่ แตกต่างสำหรับพื้นที่ของห้องเก็บสัมภาระ และห้องโดยสารนั้นมีความเงียบเพียงพอที่จะพูดคุยกันระหว่างแถวแรก และแถวที่ 3 ทำให้ผู้โดยสารเพลิดเพลินกับการเดินทาง

 

ขุมพลัง สกายแอคทีฟ-ดี เวอร์ชันล่าสุด ความจุ 2.2 ลิตร มีพละกำลังเพิ่มเป็น 190 แรงม้า (เดิม 175 แรงม้า) แรงบิดสูงสุดเพิ่มขึ้นเป็น 45.9 กก.-ม. (เดิม 42.8 กก.-ม.) แต่ยังคงความประหยัดน้ำมันดีเยี่ยม จากการจุดระเบิดในรูปแบบที่รวดเร็ว และหลากหลาย (RAPID MULTI-STAGE COMBUSTION) เทคโนโลยีจ่ายเชื้อเพลิงด้วยแรงดันสูง และพ่นน้ำมันแบบละอองใส่ในกระบอกสูบอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง เพื่อกระบวนการเผาไหม้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยลดการปล่อยของเสียและลดเสียงการทำงานของเครื่องยนต์

 

การทดลองขับในสนามทดสอบเป็นระยะทางรอบละ 2 กม. จำนวน 2 รอบ สามารถทำความเร็วได้ไม่เกิน 120 กม./ชม. ช่วงทางตรง และ 40 กม./ชม. ช่วงทางโค้ง โดยมิติและสัดส่วนของ มาซดา ซีเอกซ์-8 ยาว 4,900 มม. กว้าง 1,840 มม. สูง 1,730 มม. ฐานล้อ 2,930 มม. น้ำหนักตัวอยู่ระหว่าง 1,790–1,900 กก.ตามรุ่นย่อย (มาซดา ซีเอกซ์-5 รุ่นล่าสุด ยาว 4,550 มม. กว้าง 1,840 มม. สูง 1,675 มม. ฐานล้อ 2,700 มม.) การตอบสนองของขุมพลัง และความกระฉับกระเฉง เช่นเดียวกับ ซีเอกซ์-5 แต่มีระบบรองรับนุ่มนวลกว่าชัดเจน ซึ่งแน่นอนว่าการตอบสนองของพวงมาลัยจะไม่คมเท่ากับ ซีเอกซ์-5 จากการเซท อัพระบบรองรับที่เน้นความนุ่มนวล รวมถึงขนาดตัวกับน้ำหนักโดยรวมที่เพิ่มขึ้นนั่นเอง

 

มาซดา ซีเอกซ์-8 จะทำการตลาดในประเทศไทยในปี 2562 อย่างแน่นอน และเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจของผู้บริโภค ที่ต้องการสมรรถนะการขับขี่แบบเดียวกับ ครอสส์โอเวอร์ เอสยูวี แต่อรรถประโยชน์ภายในห้องโดยสารเทียบเท่า เอมพีวี

 

ขอบคุณ บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศ ไทย) จำกัด อำนวยความสะดวกในการเดินทางครั้งนี้
ชมการทำงานของขุมพลังแห่งอนาคต สกายแอคทีฟ-เอกซ์ เพียงใช้โทรศัพท์มือถือสแกน QR CODE นี้

QRCODE_SKYACTIV_X copy

 



------------------------------
เรื่องโดย : เอกลักษณ์ สูยะศุนานนท์
ภาพโดย : บริษัทผู้ผลิต
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน กรกฏาคม ปี 2561
คอลัมน์ : กิจกรรม
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/g1LSG
อัพเดทล่าสุด
8 Oct 2018

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
2.
2,090,000
3.
2,229,000
4.
779,000
5.
3,590,000
7.
1,316,000
8.
1,749,000
9.
1,699,000
11.
3,299,000
12.
5,399,000
13.
6,799,000
14.
3,249,000
15.
4,980,000
16.
53,500,000
18.
3,600,000
19.
13,500,000
20.
6,799,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th