บทความ

อังเกลา เมร์เคล VS โดนัลด์ ทรัมพ์


เรื่องสำคัญที่โลกรถยนต์กำลังจับตาอยู่ในขณะนี้ คือ ท่าทีของนายกรัฐมนตรีอังเกลา เมร์เคล แห่เยอรมนีว่าจะเอาอย่างไรกับอนาคตของรถยนต์เบนซิน และดีเซล ในฐานะที่เป็นประเทศผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ หลังจากที่อังกฤษ และฝรั่งเศส (ซึ่งเป็นผู้ผลิตรถยนต์เหมือนกัน) ออกมาประกาศชัดเจนว่า จะเริ่มแบนรถยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์สันดาปภายใน ตั้งแต่ปี 2040 เพื่อแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศที่รุนแรงขึ้นทุกขณะ

ผมเองก็เห็นใจคุณปู เอ๊ย คุณ เมร์เคล อยู่ไม่น้อย เพราะต้องตัดสินใจท่ามกลางแรงกดดันหลายด้าน ทั้งจากประเทศพันธมิตร ผู้บริโภค และกลุ่มรณรงค์ต่อต้านมลพิษ รวมถึงบรรดาผู้ประกอบอุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศ ซึ่งมีแรงงานอยู่ในระบบกว่า 8 แสนคน ซึ่งต่างมีจุดยืนบนผลประโยชน์ที่แตกต่างกัน

 

ดังนั้น สิ่งที่ เมร์เคล ทำได้ และพยายามทำในตอนนี้ คือ การประนีประนอมกับทุกฝ่ายเพื่อยืดระยะเวลาการตัดสินใจออกไปให้นานที่สุด

 

สำหรับฝ่ายอุตสาหกรรมยานยนต์ที่มีอิทธิพลสูงกับระบบเศรษฐกิจของเยอรมนี เธอจัดการประชุมกับผู้บริหารของ โฟล์คสวาเกน ไดมเลร์ และ บีเอมดับเบิลยู ให้ทุกบริษัทไปหาทางอัพเกรดเทคโนโลยีเครื่องยนต์ดีเซล เพื่อลดกระแสโจมตีว่าเป็นตัวการก่อปัญหามลพิษในอากาศ

 

ขณะเดียวกัน เธอยังต้องถ่างขาอีกข้างไปยืนอยู่ฝั่งของผู้สนับสนุนการแบนรถเบนซิน และดีเซล ด้วยการเปิดเผยว่า เธอมีแผนจะห้ามใช้รถเครื่องยนต์สันดาปภายในเช่นเดียวกับอังกฤษ และฝรั่งเศส แต่ไม่ต้องการกำหนดปีที่แน่นอน

 

แม้สิ่งที่ เมร์เคล กำลังทำอยู่นี้จะเป็นพฤติกรรมปกติของนักการเมืองทั่วไป นั่นคือ “แทงกั๊ก” เพื่อรอดูทิศทางลม แต่ก็นับเป็นการตัดสินใจที่สมเหตุสมผลในฐานะผู้บริหารสูงสุด ซึ่งต้องคำนึงถึงผลประโยชน์ของประชาชน ระบบเศรษฐกิจ และภาพลักษณ์ของประเทศไปพร้อมๆ กัน

แตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับ คุณโดนัลด์ ทรัมพ์ ประธานาธิบดีป้ายแดงของสหรัฐอเมริกา ที่คิดและทำตามความพอใจของตัวเองเป็นหลัก เช่น การแสดงท่าทีไม่สนใจต่อปัญหาสิ่งแวดล้อมอย่างชัดเจน ด้วยการถอนตัวจากข้อตกลงปารีสที่ว่าด้วยการลดปัญหาภาวะเรือนกระจก ทั้งที่สหรัฐฯ เป็นประเทศที่ปล่อยแกสเรือนกระจกมากเป็นอันดับ 2 ของโลก (อันดับ 1 คือจีน) ส่งผลให้ผู้บริหารระดับสูงจากองค์กรยักษ์ใหญ่ระหว่างประเทศ ที่ได้รับแต่งตั้งเป็นคณะที่ปรึกษานโยบายเศรษฐกิจของทรัมพ์ทยอยลาออก เริ่มจาก อีลอน มัสก์ ซีอีโอ ของ เทสลา ซึ่งเป็นตัวตั้งตัวตีเรื่องการใช้รถไฟฟ้า จนกระทั่ง ทรัมพ์ ต้องตัดสินใจยุบคณะที่ปรึกษานี้ใปในที่สุด

 

นอกจากนี้ อานิสงส์ยังไปตกอยู่กับผู้ผลิตจักรยานยนต์ ฮาร์เลย์-เดวิดสัน ที่ไม่ต้องจ่ายค่าปรับ 100 ล้านบาท กรณีก่อมลพิษจากชุดแต่ง SCREAMING EAGLE SUPERTUNER ตั้งแต่ยุคประธานาธิบดี บารัค โอบามา

 

ฉะนั้น ถ้าต่อไปผู้นำอย่าง โดนัลด์ ทรัมพ์ จะเกิดอาการ “น้ำในหูไม่เท่ากัน” ผมจะไม่แปลกใจเลยจริงๆ !



------------------------------
เรื่องโดย : ขวัญชัย ปภัสร์พงษ์
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน ตุลาคม ปี 2560
คอลัมน์ : ขวัญชัย ปภัสร์พงษ์
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/bCPLM
อัพเดทล่าสุด
10 Nov 2018

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
524,000
2.
599,000
3.
3,599,000
5.
2,090,000
6.
2,229,000
7.
779,000
8.
3,590,000
10.
1,316,000
11.
1,749,000
12.
1,699,000
14.
3,299,000
15.
5,399,000
16.
6,799,000
17.
3,249,000
18.
4,980,000
19.
13,500,000
20.
6,799,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th