บทความ

ค้นหาสาระจากการคุยเรื่อยเปื่อย


นักเขียนจำนวนไม่น้อย ไม่เฉพาะนักเขียนใหม่ แม้แต่นักเขียนที่เขียนมาจนเปลี่ยนดินสอ (สมัยก่อน) ปากกา (สมัยต่อมา) พิมพ์ดีด (นักเขียนสมัยเก่า) หรือคอมพิวเตอร์ (สมัยปัจจุบัน) ต้องเปลี่ยนไปมากมายแล้ว ต่างยอมรับว่า สิ่งที่ยุ่งยากที่สุดในการเขียนก็คือตอนเริ่มต้นเรื่อง

จำได้คลับคล้ายคลับคลาว่าพี่ชายที่ผู้เขียนรักและเคารพ คือ ศิลปินแห่งชาติสาขาวรรณศิลป์ปี 2534 นาม-อาจินต์ ปัญจพรรค์-พี่ชายของเพื่อนนักกลอนร่วมรุ่นที่อักษรของข้าพเจ้า-เยาวรัตน์ ปัญจพรรค์ เคยพูดทำนองที่ว่า ประโยคแรกต้องให้กระทบใจผู้อ่านอย่างแรง เหมือนชกมวย หมัดแรกด้วยตั๊นหน้าให้คู่ชกหน้าหงายนั่นเชียว เออ…นั่นแหละที่ทำให้นักเขียนหน้าใหม่ หรือนักอยากเขียน ยิ่งเกร็งจนยอมแพ้ความอยากมานักต่อนักแล้วไง (ถ้าจำผิดคนก็กราบขออภัยพี่อาจินต์ แต่เท่าที่จำได้ พี่อาจินต์เคยพูดทำนองว่า ชีวิตมนุษย์นั้น ถ้าหั่นออกมาเป็นตอนๆ เราก็จะได้เรื่องสั้นมากมาย อันนี้ไม่น่าผิด แม้ว่าไม่ตรงทุกถ้อยกระทงความ)

บังเอิญความจำข้าพเจ้ายังพอมี พี่ชายที่ตำหนักอักษรศาสตร์ หรือที่ชาวนักกลอนอักษรศาสตร์เรียกว่า “เทวาลัย” เคยให้เคล็ดผู้เขียนโดยทำให้ดูเป็นตัวอย่างว่า ถ้ามันลำบากยากเย็นในการขึ้นต้นการเขียนนัก ก็ทำไมไม่ลองทำแบบถาม-ตอบ หรือที่ฝรั่งเรียก Q&A หรือ QUESTION & ANSWER โดยพี่ชายคนนั้น จิตร ภูมิศักดิ์ ทำให้ดูเป็นตัวอย่างว่า “จริงหรือที่ว่าศิลปะเพื่อศิลปะ ? ศิลปะเพื่อศิลปะหรือศิลปะเพื่อชีวิตนั้นเป็นฉันใดกันแน่ ?” นี่ก็เป็นวิธีขึ้นต้นเรื่องอีกวิธีหนึ่ง…ไม่เลว !!!

ข้าพเจ้านึกได้ เลยนำไปใช้ เมื่อลาออกจากราชการครูไปสมัครเข้าเป็นพนักงานบริษัทเชลล์ ฯ MR. WICKHAM ผู้จัดการฝ่ายประชาสัมพันธ์ ขอทดสอบภาษาอังกฤษว่าพอจะรับข้าพเจ้าเข้าเป็นบรรณาธิการ “สายสัมพันธ์” ข่าวสาร (2ภาษา) รายเดือนภายในบริษัท เชลล์ (IN-HOUSE MAGAZINE และ STAFF INFORMATION SERVICES) ได้ไหม) ข้าพเจ้าเลยเขียนเป็นเรียงความแบบของข้าพเจ้าว่า INTERVIEW TO MYSELF แม้ว่าภาษาอังกฤษของข้าพเจ้าจะส่งคืนอาจารย์สวาท รัตนวราห ที่โรงเรียนปิยะมหาราชาลัยตอนเคี่ยวเข็ญคราวเรียน ม.4-5-6 แล้ว และที่อาจารย์ดิน เผือกสกนธ์ สู้พร่ำสอนที่โรงเรียนฝึกหัดครูบ้านสมเด็จเจ้าพระยา ข้าพเจ้าก็ส่งคืนท่านไปเกือบหมดแล้ว แต่ที่อาจารย์ SWANN และอาจารย์พงษ์ศรี เลขะวัฒนะ ที่คณะอักษรศาสตร์ จุฬา ฯ ยังพอติดสมองอยู่บ้าง ครั้นเขียนแล้วเอาไปกราบขอคำแนะนำจากอาจารย์ประคิณ ชุมสาย ณ อยุธยา ซึ่งท่านเป็นผู้ช่วยผู้จัดการประชาสัมพันธ์ในตอนนั้น ท่านก็บอกบ้าง แต่ปล่อยให้ฝรั่งจริงๆ ดูว่า นักเรียนมหาวิทยาลัยเมืองไทยนั้น ต่อให้จบบัณฑิตแล้ว หากไม่เคยไปเมืองนอกเมืองนา หรือเรียนในโรงเรียนฝรั่งมา ภาษาอังกฤษก็คงทำนองนี้แหละ นายจะรับเข้าไปเป็นปัญหาหรือไม่แล้วแต่นาย แต่ก็ทำให้ได้เป็นพนักงานเชลล์ ฯ อยู่ 20 ปี จนเกษียณตามกำหนดของบริษัทเมื่ออายุ 55 ปี

ข่าวสารพนักงานเป็นแขนงหนึ่งของการประชาสัมพันธ์ภายในองค์กร รับใช้ทั้งฝ่ายประชาสัมพันธ์และฝ่ายทรัพยากรบุคคลได้ด้วย และเมื่อไปอยู่เทเลคอมเอเซีย ฯ ดร. อาชว์ เตาลานนท์ (ที่ดูแลฝ่ายประชาสัมพันธ์) ใช้ให้ข้าพเจ้าทำเป็นรายสัปดาห์ ออกทุกวันพุธ ข้าพเจ้าก็จำลองแบบอย่างย่อมาใช้ ทำตอนที่เทเลคอมเอเซีย ฯ ต้องขุดถนนวางสายโทรศัพท์ใต้ดิน เผอิญเมืองไทยไม่เคยเจอปรากฏการณ์นั้น จึงด่ากันพึมทั้งบ้านทั้งเมือง ข้าพเจ้าก็ต้องไปและพาลูกน้องไปถ่ายรูปเอามาถ่ายทอดการทำงานของฝ่ายวิศวกรรม เอาเรื่องมาเขียนมาเล่ามาถ่ายทอดให้พนักงานนำเรื่องเหล่านั้นไปบอกเล่าในครัวเรือนของตน แล้วจะได้ช่วยแก้ข่าวและประชาสัมพันธ์ไปในตัว ข้าพเจ้าเห็นวิธีการที่ดร. อาชว์ เตาลานนท์ ให้พวกเราทำต่อสู้กับความไม่คุ้นเคยนั้นแล้ว ผ่านร้อนผ่านหนาวมาจนประชาชนได้โทรศัพท์ที่สมัยก่อนไปอ้อนวอนองค์การโทรศัพท์แทบล้มประดาตาย กว่าจะได้มาสายหนึ่ง

ครั้นเราผ่านเสียงก่นด่าของประชาชนมาถึงวันที่เทเลคอมเอเซีย ฯ เอาเลขหมายโทรศัพท์ไปเสนอขายถึงหน้าบ้าน ใครอยากได้กี่เบอร์ๆก็เชิญตามสบาย ข้าพเจ้าก็แอบภาคภูมิใจเงียบๆ ว่าที่เราวิ่งตามพี่น้องไปดูเขา ตั้งแต่ขออนุญาตขุดถนนจนวันที่เรามีเบอร์โทรศัพ์เหลือเฟือ มันก็เป็นความภูมิใจลึกๆ ที่ตอนหนึ่งในชีวิต เราก็ได้มีส่วนทำอะไรร่วมในการวางรากฐานสาธารณูปโภคของชาติบ้านเมืองกับเขาเหมือนกัน ก็เป็นความภูมิใจลึกๆ ไม่น้อยเหมือนกัน

ยิ่งถ้าย้อนไปนึกถึงว่า ในการทำประชาสัมพันธ์นั้น องค์กรใหญ่ๆอย่างเชลล์ ฯ เคยลงทุนพาสื่อมวลชนไปดูการแข่งรถกรองด์ปรีซ์ แถมไปดูการทดสอบทดลองที่ศูนย์วิจัยใหญ่ของเชลล์ ฯ ที่ ธอร์นทัน (อังกฤษ) ทำให้สื่อได้เห็นของจริงว่ากว่าผลิตภัณฑ์ FORMULA SHELLl ออกมาจำหน่ายนั้น ผ่าออกมาได้อย่างไร แล้วประสบการณ์นั้น เมื่อไปอยู่เทเลคอมเอเซียน ฯ ปรีชา ผลประเสริฐ หัวหน้าเก่าของข้าพเจ้าที่เชลล์ ฯ ก็นำประสบการณ์นั้นมาประยุกต์ด้วยการพาสื่อมวลชนไปดูการวางสายโทรศัพท์ทั้งที่อังกฤษและสหรัฐอเมริกาเออ…มันเวิร์คเหมือนกันนะ ประสบการณ์เก่าๆ ก็ช่วยสร้างงานใหม่ได้ดีเหมือนกัน

ลองนำวิธีการคุยเรื่อยเปื่อยมาเล่าสู่กันฟัง จะหาสาระได้บ้างไหมนะ หรือว่าที่เขียนมาทั้งหมดนี้ ไม่เห็นมันจะเกี่ยวกันอย่างไร !!! @



------------------------------
เรื่องโดย : ประยอม ซองทอง
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน มิถุนายน ปี 2557
คอลัมน์ : ชีวิตคือความรื่นรมย์
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/mvFPU
อัพเดทล่าสุด
10 Apr 2018

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
3,299,000
2.
5,399,000
3.
6,799,000
4.
3,249,000
6.
53,500,000
8.
3,600,000
9.
4,539,000
10.
13,339,000
11.
2,999,000
12.
1,749,000
13.
1,800,000
15.
499,000
16.
979,000
17.
990,000
18.
4,090,000
19.
1,699,000
20.
13,500,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th

บทความที่เกี่ยวข้อง