บทความ

ช่วงขาลง


เปรียบเทียบยอดจำหน่ายรถยนต์ประจำเดือนมีนาคม ปี '57 กับ '56
ตลาดโดยรวม - 46.7 %
รถยนต์นั่ง - 56.3 %
รถกิจกรรมกลางแจ้ง (SUV) - 13.3 %
รถอเนกประสงค์ (MPV) - 29.8 %
กระบะขับเคลื่อน 2 ล้อ - 41.0 %
กระบะขับเคลื่อน 4 ล้อ - 40.8 %
อื่นๆ - 46.9 %
เปรียบเทียบยอดจำหน่ายรถยนต์ประจำเดือนมกราคม-มีนาคม ปี '57 กับ '56
ตลาดโดยรวม - 45.8 %
รถยนต์นั่ง - 55.8 %
รถกิจกรรมกลางแจ้ง (SUV) - 16.3 %
รถอเนกประสงค์ (MPV) - 35.2 %
กระบะขับเคลื่อน 2 ล้อ - 39.0 %
กระบะขับเคลื่อน 4 ล้อ - 41.2 %
อื่นๆ - 48.5 %

 

ไม่ต้องพูดถึงความวุ่นวายทางการเมืองที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน แต่ในแวดวงธุรกิจ แทบทุกฝ่ายเห็นตรงกันว่า สภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบัน อยู่ในช่วงขาลง เพราะยอดการขายรถยนต์แค่ไตรมาสแรกของปี หดลงไปแล้ว 45.8 % ขาย 3 เดือนได้เพียง 223,827 คันเท่านั้น ขณะที่เดือนมีนาคม เดือนเดียว ยังลดลงไป 46.7 % ขายแค่ 83,860 คัน เท่านั้นเอง

ไม่แต่เท่านั้น สภาอุตสาหกรรม ฯ ยังออกมาเล่าถึงผลสำรวจ ความเชื่อมั่นของภาคอุตสาหกรรมไทย ถึงค่าดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรม ปรับตัวลดลงต่ำสุดในรอบ 57 เดือน อยู่ที่ 84.7 เท่านั้นเอง เท่ากับลดต่ำสุดในรอบเกือบ 5 ปี

มองซ้าย มองขวา ก็น่าจะเห็นได้อยู่แล้วว่าประเทศนี้เกิดอะไรขึ้น ความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการยังอยู่ในภาวะอ่อนแอ จากปัญหาการเมือง ทำให้การบริโภคภายในประเทศชะลอตัว เห็นได้จากยอดคำสั่งซื้อ และยอดขายที่ปรับตัวลดลง ขณะที่ต้นทุนการผลิตปรับตัวสูงขึ้น แต่ไม่สามารถปรับราคาขายได้ ทำให้ผู้ประกอบการขาดความเชื่อมั่นที่จะขยายการลงทุน

นั่นยังไม่เท่าไร ถ้าหากสถานการณ์ยังคงยืดเยื้อต่อไป จะส่งผลกระทบต่อขีดความสามารถทางการแข่งขันในระยะยาว เพราะทุกประเทศในแถบอาเซียน ต่างก็พร้อมที่จะสนับสนุนอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ ให้ไปลงทุนในประเทศของเขากันทั้งนั้น

แต่บ้านเราก็ยังพอมีโชคดีอยู่บ้าง ที่แก้ปัญหาเรื่องคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน ได้ไปเปลาะหนึ่ง จะสามารถตั้งคณะกรรมการใหม่ได้ ซึ่งก็ยังต้องใช้เวลาอีกเช่นกัน

เพราะเงินลงทุนสำหรับโครงการอีโคคาร์ 2 ที่ค่ายรถยนต์ 10 แห่ง สนใจเข้าร่วมน่ะ ไม่ใช่เม็ดเงินนิดหน่อย แต่จะทำให้กระแสเงินหมุนเวียนในตลาดมหาศาล

กลับไปมองที่ยอดการผลิตรถยนต์สำหรับเดือนมีนาคม เห็นได้ว่า ค่ายรถทุกแห่ง ต่างก็รีบปรับตัวกันเร่งด่วน ลดการผลิต เพื่อป้องกันสตอคเพิ่มขึ้น ลดลงจากปีที่แล้ว 50.99 % ผลิตเพียง 78,615 คันเท่านั้น ขณะที่รวมทั้งไตรมาส ทุกค่าย ต่างก็ลดการผลิตลง ทำให้ลดจากปีก่อน 47.26 % ผลิตเพียง 229,697 คัน เท่านั้นเอง

แต่มีติ่งที่ทำให้สะอื้นอยู่ในอก เพราะท่านบอกว่า ที่ผลิตได้ต่ำกว่าเป้าถึง 30 % เป็นเพราะไม่ต้องผลิตรถยนต์ในโครงการรถคันแรกแล้ว

นี่ยังตามมาหลอกมาหลอนกันอยู่หรือนี่

ก็ต้องมาดูกันว่า ไตรมาสที่ 2 หรืออีก 3 เดือนนี้ สภาวะตลาดจะเป็นอย่างไร สภาพทางการเมืองจะสามารถคลี่คลายได้หรือไม่ มาคอยดูกันว่า จากที่ตั้งเป้ายอดขายในประเทศที่ 1.2 ล้านคัน อาจจะต้องมีการปรับเป้าอีกครั้ง และหันไปผลักดันการส่งออกทดแทน เพื่อรักษาเสถียรภาพอุตสาหกรรมรถยนต์ต่อไป

เพราะทุกค่ายก็ตั้งธงกันไว้ล่วงหน้าตั้งแต่ต้นปี ว่าปีนี้จะเอา 1.2 ล้านคัน สั่งของ นั่งวาดวิมานในคอมพิวเตอร์ ว่า 12 เดือนนี่จะต้องทำอะไรบ้าง ตอนนี้ก็ต้องมานั่งแก้วิมานที่วาดไว้ ว่า 12 เดือนในปีนี้ จะต้องลด ละ อะไรกันบ้าง สตอคจะไม่บวม แคมเปญจะได้ไม่หนักไปมากกว่านี้ ขอให้ขายได้เอาไว้ก่อน ผลิตรุ่นที่ขายดิบขายดีไว้เยอะๆ

คิดตามแล้วก็ให้น่าสงสารฝ่ายการตลาดเสียนี่กระไร

แต่ถ้าฝันถึงเงินโบนัสปลายปี ก็ไม่น่าสงสารแต่อย่างใด ใช่ไหม



------------------------------
เรื่องโดย : มือบ๊วย
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน มิถุนายน ปี 2557
คอลัมน์ : มาตรวัดตลาดรถ
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/hRpwo

Follow autoinfo.co.th