บทความ

ชีวิตนี้ยังมีหวัง


เปรียบเทียบยอดจำหน่ายรถยนต์ประจำเดือนกันยายน 2016/2015

ตลาดโดยรวม 2.9 %
รถยนต์นั่ง 15.5 %
รถกิจกรรมกลางแจ้ง (SUV) -29.7 %
รถอเนกประสงค์ (MPV) 12.2 %
กระบะขับเคลื่อน 2 ล้อ 8.4 %
กระบะขับเคลื่อน 4 ล้อ -31.2 %
อื่นๆ 11.2 %

เปรียบเทียบยอดจำหน่ายรถยนต์ประจำเดือนมกราคม-กันยายน 2016/2015

ตลาดโดยรวม 0.5 %
รถยนต์นั่ง -2.3 %
รถกิจกรรมกลางแจ้ง (SUV) 6.6 %
รถอเนกประสงค์ (MPV) 16.9 %
กระบะขับเคลื่อน 2 ล้อ 2.1 %
กระบะขับเคลื่อน 4 ล้อ -12.8 %
อื่นๆ -2.8 %

 

ในสถานการณ์แห่งความโศกเศร้านี้ พึงระลึกที่จะปฏิบัติตามคำพ่อสอน รักษาและปฏิบัติคุณงามความดีให้เป็นอุปนิสัยประจำตัวตลอดไป

 

ยอดการจำหน่ายในเดือนกันยายน สามารถจำหน่ายได้ 63,642 คัน เพิ่มขึ้น 2.9 % ขณะที่ยอดรวม 9 เดือน ทำได้ 556,525 คัน เพิ่มขึ้นเล็กน้อย 0.5 % โดยที่ตลาดรถยนต์นั่งมีอัตราเติบโตถึง 15.5 % ขายกันได้ 24,874 คัน ซึ่งเป็นการเติบโตที่เพิ่มขึ้นของตลาดรถยนต์นั่งอย่างต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 5

 

แต่สำหรับเดือนตุลาคม ประเมินเอาไว้ว่าตลาดรถยนต์น่าจะมีแนวโน้มทรงตัว จากดัชนีการขายตามฤดูกาลที่ชี้ว่า ไตรมาสสุดท้ายจะมียอดขายสูงสุด ด้วยข้อเสนอพิเศษต่างๆ จากทุกค่ายมาเสนอต่อผู้บริโภค เพื่อบรรลุเป้าหมายการขายของปี ประกอบกับดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 3 สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนและผู้บริโภค ต่อทิศทางและเสถียรภาพทางเศรษฐกิจและการเมืองที่ดีขึ้น

 

แต่ผู้บริโภคก็ยังมีความกังวลต่อความผันผวนของเศรษฐกิจโลกที่มีผลกระทบต่อภาคเอกชน ในขณะเดียวกันกำลังซื้อของภาคครัวเรือนยังคงไม่ขยายตัวอย่างเต็มที่ ส่งผลให้แนวโน้มตลาดรถยนต์ในเดือนตุลาคมอยู่ในสภาวะทรงตัว

 

คงยังจำกันได้ว่า เมื่อเดือนพฤศจิกายนปีก่อน รัฐบาลได้ประกาศนโยบาย 10 อุตสาหกรรมเป้าหมาย สำหรับการส่งเสริมการลงทุน พบว่า ในช่วง 8 เดือนแรกของปี 2559 มีการขอรับการส่งเสริมการลงทุนในอุตสาหกรรมเป้าหมายไปแล้วทั้งสิ้น 515 โครงการ คิดเป็นมูลค่าประมาณ 1.44 แสนล้านบาท โดยอยู่ในภาคการเกษตรและอุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วนมากที่สุด

 

เมื่อพิจารณารายพื้นที่ พบว่ามีการขอรับการส่งเสริมการลงทุนในภาคตะวันออกมากที่สุด คิดเป็นมูลค่า 1.14 แสนล้านบาท หรือ 34 % ของมูลค่าการขอรับการส่งเสริมการลงทุนทั้งประเทศ โดยแบ่งเป็นการลงทุนในนิคม หรือเขตอุตสาหกรรมภาคตะวันออก 20 % และการลงทุนในพื้นที่อื่นๆ 14 % แสดงว่านักลงทุนยังคงเลือกลงทุนในภาคตะวันออกมากกว่าพื้นที่อื่นๆ โดยเฉพาะในนิคม หรือเขตอุตสาหกรรม และมูลค่าการลงทุนส่วนใหญ่ยังอยู่ในอุตสาหกรรมกลุ่ม FIRST S-CURVE โดยเฉพาะอุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วน อุตสาหกรรมการเกษตร และอุตสาหกรรมอีเลคทรอนิคส์ ที่เป็นอุตสาหกรรมหลักของประเทศไทย

 

จะเห็นได้ว่า กลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ เลือกลงทุนในภาคตะวันออกมากที่สุด เพราะเมื่อพิจารณาระยะทางการเดินทางสู่ท่าเรือ ในกรณีที่เป็นสินค้าส่งออกแล้ว สามารถใช้เวลาเดินทางน้อยที่สุด ขณะที่กลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์เดิม ก็มีโรงงานประกอบรถยนต์อยู่ในโซนนี้เช่นกัน ทำให้ภาคตะวันออกเนื้อหอมที่สุดในบรรดาพื้นที่ที่อุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วน จะเลือกเป็นที่ก่อสร้างโรงงานแห่งใหม่

 

เรียกว่า ส่งออกก็ง่าย ไปหาลูกค้าก็สะดวก ไม่ต้องกังวลเรื่องรถติดเหมือนในเขตเมืองใหญ่

 

หันมาดูตัวเลขเรื่องการส่งออกบ้าง เมื่อพิจารณาถึงมูลค่าส่งออกสินค้าไตรมาส 3 ปี 2559 ทำสถิติขยายตัวสูงสุดในรอบ 6 ไตรมาส ที่ 1.2 % ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากมูลค่าส่งออกสินค้าของไทยในเดือนกันยายน อยู่ที่ 19,460 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 3.4 % เป็นการขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 2 ติดต่อกัน ส่งผลให้มูลค่าส่งออกสินค้าของไทย 9 เดือนแรกของปี 2559 อยู่ที่ 160,468 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือหดตัวที่ 0.7 %

 

สินค้าส่งออกหลักอย่างรถยนต์ เครื่องใช้ไฟฟ้า และอาหาร ยังคงเป็นตัวหนุนให้การส่งออกสินค้าโดยรวมในไตรมาส 3 ขยายตัวได้ มูลค่าการส่งออกรถยนต์ อุปกรณ์ และส่วนประกอบในไตรมาส 3 ปี 2559 ขยายตัวสูงถึง 4.2 % จากอานิสงส์การส่งออกรถยนต์นั่งไปยังตลาดออสเตรเลีย ฟิลิปปินส์ และอินโดนีเซียเป็นหลัก

 

จากข้อมูลของกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ ระบุว่า การส่งออกรถยนต์สำเร็จรูปในเดือนกันยายน ทำได้ 112,565 คัน สูงสุดในรอบ 12 เดือน แต่ลดลง 9.91 % จากเศรษฐกิจประเทศคู่ค้าที่ชะลอตัวลง มูลค่า 58,763.90 ล้านบาท ลดลง 8.95 % มูลค่าการส่งออกรถยนต์ เครื่องยนต์ ชิ้นส่วนรถยนต์และอะไหล่ 81,048.25 ล้านบาท ลดลง 5.22 %

 

แต่เมื่อมองตั้งแต่ต้นปี เดือนมกราคม-กันยายน ส่งออก 900,726 คัน ลดลง 0.51 % มูลค่า 480,432.04 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.33 % และส่งออกรถยนต์ เครื่องยนต์ ชิ้นส่วนรถยนต์และอะไหล่ มูลค่า 673,984.82 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.66 %

 

ก็พอพิจารณาจากตัวเลขส่งออก 9 เดือน คาดเดาได้ว่า ทิศทางสินค้าส่งออกรถยนต์และส่วนประกอบ ผลิตภัณฑ์ยาง และอาหารแปรรูป ที่คาดว่าจะเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง น่าจะเติบโตขึ้นได้เล็กน้อย ซึ่งส่วนหนึ่งได้รับอานิสงส์จากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจสหรัฐอเมริกา ส่วนยอดรวมการส่งออกสินค้าทั้งปี น่าจะลดลงราว 0.5 %

 

นี่ก็น่าจะเป็นข่าวดีข่าวหนึ่ง สำหรับอุตสาหกรรมยานยนต์บ้านเรา แม้ว่าจะเกิดขึ้นท่ามกลางความโทมนัส โศกเศร้าของพสกนิกร แต่ “ชีวิตต้องดำเนินต่อไป”



------------------------------
เรื่องโดย : มือบ๊วย
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน ธันวาคม ปี 2559
คอลัมน์ : มาตรวัดตลาดรถ
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/wa99n
อัพเดทล่าสุด
20 Jun 2019

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
679,000
2.
1,079,000
4.
1,269,000
5.
765,000
6.
640,000
7.
1,475,000
8.
14,790,000
9.
1,180,000
10.
970,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th