บทความ

ฝนตกหนัก ต้องเปิดไฟฉุกเฉิน…จริงไหม ?


เขาว่า…: ฝนตกหนักจนทัศนวิสัยแย่ ให้เปิดไฟฉุกเฉินวิ่ง…จริงไหม ?

ไม่จริง : เป็นการใช้งานผิดวัตถุประสงค์ ทำให้ผู้ร่วมทางตาพร่า สับสน และอาจเกิดอุบัติเหตุได้ง่ายๆ

กฎหมายกำหนดให้ใช้ไฟฉุกเฉิน เฉพาะกรณีรถที่ “จอดเสีย” อยู่กับที่เท่านั้น

 

ไม่นานมานี้ ผมเจออุบัติเหตุขณะฝนตกหนักมากกับตาตัวเอง เป็นการชนท้ายที่ดูคล้ายอุบัติเหตุทั่วไป แต่ถ้ามองกันดีๆ สาเหตุของอุบัติเหตุครั้งนี้เกิดจากพฤติกรรมการใช้รถที่ผิด จนทำให้ผู้ร่วมทางเกิดความสับสน จากการพร้อมใจกันเปิด “ไฟฉุกเฉิน” ขณะฝนตกหนัก เพราะคิดว่าเปิดแล้ว คนจะได้มองเห็นรถเรามากขึ้น ที่สำคัญใครๆ เขาก็เปิดกัน ถ้าไม่เปิดอาจเป็นแกะดำได้ เป็นเหตุให้รถดวงจู๋ที่จอดรถรอฝนซาบนไหล่ทาง ต้องโดนชนท้าย ! ทั้งๆ ที่เปิดไฟฉุกเฉิน และหลบอยู่บนไหล่ทางอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ผมเชื่อว่าเหตุการณ์ดังกล่าว ท่านผู้อ่านคงเคยเจอกับตัวเองมาบ้าง และบางท่านอาจทำตามด้วยความไม่ตั้งใจ เรามาสร้างความเข้าใจด้วยกันครับ

การเปิดไฟฉุกเฉินขณะฝนตก จะทำให้ผู้ที่ขับรถตามหลังมา รวมถึงผู้ร่วมใช้ถนนอื่นๆ ไม่สามารถรับรู้ถึงความต้องการของเราได้ ว่าต้องการจะเปลี่ยนเลนไปทางซ้าย หรือทางขวา หรือต้องการที่จะจอด เนื่องจากไฟเลี้ยวที่เราเปิดนั้น (กะพริบด้านเดียว) จะไม่ทำงานขณะเปิดไฟฉุกเฉินอยู่ (เห็นเพียงไฟกะพริบสองด้านพร้อมกัน) และที่สำคัญไปกว่านั้น การเปิดไฟฉุกเฉินยังส่งผลให้ดวงตาของผู้ขับขี่พร่าเบลอได้ จากการหักเหของแสงสีเหลือง (เป็นแสงที่มีความสามารถในการจับวัตถุในที่มืดได้ดี) ที่กระทบกับหยดน้ำฝน หรือพื้นถนนที่มีน้ำขัง เข้าสู่ดวงตาเรา และยิ่งมีรถหลายคันเปิดไฟฉุกเฉินพร้อมกันด้วยแล้ว จะกะระยะได้ยาก สายตาจะเบลอจนตาลาย ไม่รู้คันไหนจะเลี้ยวไปทางไหน เหมือนเจอหิ่งห้อยตัวใหญ่บนถนนไม่มีผิด

ดังนั้น ถ้าจำเป็นต้องขับรถขณะฝนตกหนัก และมีทัศนวิสัยแย่ ควรปฏิบัติดังนี้ เปิดระบบปัดน้ำฝนให้แรงสุด (ไม่ต้องกลัวพัง) ลดความเร็วลงจนกว่าจะมองเห็นทัศนวิสัยที่ชัดขึ้น เปิดไฟส่องสว่างให้หมด ยกเว้นไฟสูง ถ้ารถมีไฟตัดหมอกหน้าหรือหลังให้เปิดด้วย (การเปิดไฟตัดหมอกให้สังเกตว่า ถ้ามองไม่เห็นไฟท้ายรถคันหน้าในระยะ 50-100 เมตร สามารถเปิดได้ แต่เมื่อทัศนวิสัยดีขึ้นตามลำดับให้ปิดเสีย เพื่อไม่ให้เข้าตารถเพื่อนร่วมทาง) ทิ้งระยะห่างจากรถคันหน้าในระยะที่คิดว่าปลอดภัย และไม่ควรเปลี่ยนเลนไปมาโดยไม่จำเป็น เพียงเท่านี้ ทั้งคุณและเพื่อนร่วมทางก็จะผ่านสภาพเส้นทางที่เลวร้ายไปได้ และสามารถใช้ถนนร่วมกันอย่างปลอดภัยมากขึ้นแล้วละครับ



------------------------------
เรื่องโดย : วิธวินท์ ไตรพิศ
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน กันยายน ปี 2558
คอลัมน์ : เขาว่าอย่างนั้นจริงไหม ?
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/6RgNu

Follow autoinfo.co.th