บทความ

ALL-NEW EVEREST


ALL-NEW EVEREST

เอสยูวี แกร่ง 7 ที่นั่ง ติดตั้งหลังคาแบบ PANORAMIC MOONROOF ขนาดใหญ่ ห้องโดยสารหรูหรา เบาะคู่หน้าปรับไฟฟ้าเบาะแถวที่ 3 พับไฟฟ้า และประตูท้ายรถเปิด/ปิดด้วยไฟฟ้า เครื่องยนต์ดีเซล ดูราทอร์ค ทีดีซีไอ มีให้เลือก 2 ขนาด 2.2 ลิตร แบบ 4 สูบ 160 แรงม้า แรงบิด 39.3 กก.-ม. ขับเคลื่อน 2 ล้อ และ 3.2 ลิตร แบบ 5 สูบ 200 แรงม้า แรงบิด 47.9 กก.-ม. เกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะ ระบบขับเคลื่อน 4 ล้ออัจฉริยะ พร้อมโหมดการขับขี่ได้ 4 รูปแบบ และ FORD ยังติดตั้งระบบสั่งงานด้วยเสียงรุ่นล่าสุด ซิงค์ 2 (SYNC 2) ระบบพวงมาลัยเพาเวอร์แบบไฟฟ้า (EPAS) และระบบช่วยจอดอัจฉริยะ (ACTIVE PARK ASSIST) อีกด้วย

 

ALL-NEW EVEREST เป็นผลงานของทีมออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์ของ FORD จากภูมิภาคเอเชียแปซิฟิค ที่นำเอาประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในตลาดรถอเนกประสงค์ทั่วโลกมาใช้กับ เอสยูวี แกร่ง

 

ภายนอก
โดดเด่นและดุดัน

ALL-NEW EVEREST ดุดัน ด้วยฝากระโปรงหน้า และไฟหน้าขนาดใหญ่ พร้อมไฟวิ่งกลางวันแอลอีดี (LED) ออกแบบรับกับชุดกระจังหน้าทรงสี่เหลี่ยมคางหมู กันชนหน้าแบบ 3 มิติ ที่โดดเด่น และซุ้มล้อขนาดใหญ่

เส้นสายด้านข้างโค้งมน และด้านหลังมีแถบ คิคเคอร์ (KICKER) ที่ออกแบบตามหลักอากาศพลศาสตร์ เพื่อช่วยลดแรงเสียดทาน ไฟท้ายแบบแอลอีดี เข้ารูปรับกับฝากระโปรงท้าย

โครงสร้างบอดีออนเฟรม (BODY-ON-FRAME) แบบ เอสยูวี พันธุ์แท้ ทำให้มีตัวถังที่แข็งแกร่ง ทนทาน เหมาะสำหรับการขับขี่แบบสมบุกสมบัน ความสูงใต้ท้องจากพื้นถึงตัวรถ 225 มม. สูงที่สุดในรถระดับเดียวกัน และพร้อมลุยน้ำได้ที่ความลึกสูงสุด 800 มม. กับมุมไต่ 29 องศา และมุมจาก 25 องศา มุมคร่อม 21 องศา ช่วยให้ผ่านอุปสรรคได้อย่างง่ายดาย

ล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้ว ยาง 265/60/ R18 ในรุ่น 2.2L TITANIUM 4×2 และ 3.2L TITANIUM 4×2 กับล้ออัลลอยขนาดใหญ่ 20 นิ้ว ยาง 265/50/ R20 ในรุ่น 3.2L TITANIUM+ 4×4 ดูดุดัน และรับกับความสูงของตัวรถ

 

ภายใน
หรูหรา สะดวกสบาย

วิศวกรของ FORD ได้ยกระดับห้องโดยสารของ ALL-NEW EVEREST ให้เหนือชั้นยิ่งขึ้นด้วยการติดตั้งวัสดุซับเสียง พร้อมการใช้เทคโนโลยีการตัดเสียงรบกวน (ACTIVE NOISE CANCELLATION) เพื่อให้ภายในห้องโดยสารเงียบ

FORD ติดตั้งระบบสั่งงานด้วยเสียงรุ่นล่าสุด ซิงค์ 2 (SYNC 2) ที่สามารถใช้เสียงพูด (ภาษาอังกฤษ) เพื่อสั่งงานชุดเครื่องเสียง ระบบปรับอากาศ และโทรศัพท์มือถือ หรือสมาร์ทโฟน พร้อมจอสีทัชสกรีนขนาด 8 นิ้ว และการเชื่อมต่อไร้สาย บลูทูธ (BLUETOOTH) ช่องต่อ ยูเอสบี (USB) 2 จุด และช่องเสียบ เอสดีคาร์ด (SD CARD) รวมถึงช่องเสียบ เอยูเอกซ์ (AUX) 3.5 มม. และลำโพงถึง 9 ตัว กับซับวูเฟอร์อีก 1 ตัว

ALL-NEW EVEREST ติดตั้งระบบปรับอากาศแบบแยกส่วน ด้านหน้าแยกอิสระซ้าย/ขวา และระบบปรับอากาศด้านหลัง สำหรับเบาะนั่งแถวที่ 2 และแถวที่ 3 พร้อมช่องแอร์เหนือศีรษะ ช่วยให้เย็นสบายทั้ง 7 ที่นั่ง และช่องเก็บของกว่า 30 ช่อง ช่องต่ออุปกรณ์ไฟฟ้า 4 จุด (DC 12V) พร้อมปลั๊กไฟบ้าน (AC 230V)

เบาะนั่งแถวที่ 2 แบบแยกส่วน 60:40 และแถวที่ 3 แบบแยกส่วน 50:50 พับเก็บให้แบนราบได้ทั้ง 2 แถว เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ใช้งาน และการบรรทุกสัมภาระได้ถึง 2,010 ลิตร

ในรุ่น 3.2L TITANIUM+ 4×4 เพิ่มความหรูหราสะดวกสบาย ทั้งเบาะคู่หน้าปรับไฟฟ้า หลังคาแบบ PANORAMIC MOONROOF ขนาดใหญ่ เบาะแถวที่ 3 พับไฟฟ้า และประตูท้ายรถเปิด/ปิดด้วยระบบไฟฟ้า

 

เครื่องยนต์
แรง ประหยัด ทั้ง 2 ขนาด

ALL-NEW EVEREST มีเครื่องยนต์ดีเซล ดูราทอร์ค ทีดีซีไอ วีจี เทอร์โบ ให้เลือก 2 รุ่น ระบบเกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะ พร้อมโหมดเปลี่ยนเกียร์ บวก/ลบ

ในรุ่น 3.2L TITANIUM 4×4 และ 3.2L TITANIUM+ 4×4 ใช้เครื่องยนต์ขนาด 3.2 ลิตร แบบ 5 สูบ รุ่นล่าสุด กำลังสูงสุด 200 แรงม้า (147 กิโลวัตต์) และแรงบิดสูงถึง 47.9 กก.-ม. (470 นิวตัน-ม.) พร้อมลุยในเส้นทางสุดโหด

สำหรับรุ่น 2.2L TITANIUM 4×2 ใช้เครื่องยนต์ขนาด 2.2 ลิตร แบบ 4 สูบ 160 แรงม้า (118 กิโลวัตต์) มาพร้อมแรงบิดสูงสุด 39.3 กก.-ม. (385 นิวตัน-ม.) ที่เน้นความประหยัดน้ำมัน

 

ระบบรองรับ
แข็งแกร่ง แต่นุ่มนวล

ช่วงล่างหลังแบบคอยล์สปริง และระบบวัตต์ ลิงค์ (WATT’S LINK) ที่ช่วยทำให้หน้ายางตั้งฉากกับพื้นถนนเมื่อรถมีการเข้าโค้ง ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว (ESP) ให้รถเกาะถนนและทรงตัวดี พร้อมระบบช่วยการออกตัวขณะจอดบนทางลาดชัน (HLA)

ระบบขับเคลื่อน 4 ล้ออัจฉริยะ พร้อม TERRAIN MANAGEMENT SYSTEM เลือกปรับรูปแบบการขับขี่ได้ 4 รูปแบบ คือ NORMAL พื้นถนนทั่วไป SAND พื้นทราย SNOW OR MUD พื้นหิมะหรือโคลน และ ROCK CRAWL พื้นหินขรุขระ พร้อมโหมด 4L และเฟืองท้ายแบบ ELECTRONIC LOCKING REAR DIFFERENTIAL

นอกจากนี้ ยังติดตั้งระบบควบคุมความเร็วขณะลงทางชัน (HILL DESCENT CONTROL) ระบบลอคเฟืองท้าย (ELECTRONIC LOCKING REAR DIFFERENTIAL) ยกเว้นรุ่น 2.2L TITANIUM 4×2 และในรุ่น 3.2L TITANIUM+ 4×4 ยังได้เพิ่มกล้องมองหลังขณะถอยจอด สัญญาณเตือนระยะจอดด้านหน้า ระบบตรวจจับรถในจุดบอด (BLIND SPORT INFORMATION SYSTEM) ระบบตรวจจับรถขณะออกจากซองจอด (CROSS TRAFFIC ALERT) และระบบช่วยจอดอัจฉริยะ (ACTIVE PARK ASSIST) มาให้ด้วย

ราคาเริ่มต้นที่ 1,269,000 บาท สำหรับรุ่น 2.2L TITANIUM 4×2 ส่วนรุ่น 3.2L TITANIUM 4×4 อยู่ที่ 1,459,000 บาท และสำหรับรุ่น 3.2L TITANIUM+ 4×4 อยู่ที่ 1,599,000 บาท

มีให้เลือก 5 สี ได้แก่ สีขาว คูล ไวท์ (COOL WHITE) สีดำ บแลค ไมคา เมทัลลิค (BLACK MICA METALLIC ) สีเงิน อลูมินัม เมทัลลิค (ALUMINUM METALLIC) สีทอง สปาร์คิง โกลด์ เมทัลลิค (SPARKLING GOLD METALLIC) และสีแดง ซันเซท เมทัลลิค (SUNSET METALLIC)

 

 



------------------------------
เรื่องโดย : ธนสาร เสาวมล
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน กันยายน ปี 2558
คอลัมน์ : เนื่องจากปก Formula
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/8Heaz

Follow autoinfo.co.th