บทความ

เกือบเข้าเป้า


เปรียบเทียบยอดจำหน่ายรถยนต์ประจำเดือนพฤศจิกายน ปี ’57 กับ ’56

ตลาดโดยรวม – 22.0 %
รถยนต์นั่ง – 28.8 %
รถกิจกรรมกลางแจ้ง (SUV) 8.5 %
รถอเนกประสงค์ (MPV) – 3.4 %
กระบะขับเคลื่อน 2 ล้อ – 23.6 %
กระบะขับเคลื่อน 4 ล้อ – 11.6 %
อื่นๆ – 11.9 %

 

เปรียบเทียบยอดจำหน่ายรถยนต์ประจำเดือนมกราคม-พฤศจิกายน ปี ’57 กับ ’56

ตลาดโดยรวม – 35.0 %
รถยนต์นั่ง – 43.0 %
รถกิจกรรมกลางแจ้ง (SUV) – 2.5 %
รถอเนกประสงค์ (MPV) – 28.3 %
กระบะขับเคลื่อน 2 ล้อ – 30.8 %
กระบะขับเคลื่อน 4 ล้อ – 30.0 %
อื่นๆ – 40.4 %

 

ใกล้จะได้รายละเอียดแน่นอนกันแล้ว ว่ายอดการขายรถยนต์ของประเทศไทยปีนี้ จะอยู่ที่จำนวนเท่าไร หลังจากได้ตัวเลขการขายของเดือนพฤศจิกายน ออกมาแล้วว่าขายกันได้ 72,838 คัน ลดลงไป 22.0 % และยอดขายรวม 11 เดือน หดตัวลง 35.0 % ขายได้ 790,515 คัน ซึ่งเท่ากับว่า ถ้าเดือนธันวาคม ขายได้อีกสัก 7 หมื่นคัน ยอดขายรวมของปีนี้ ก็น่าจะไม่เกิน 850,000 คัน เฉียดฉิวเป้าที่ตั้งไว้ 9 แสนคัน ไปราว 5 หมื่นคันเท่านั้น

 

นั่นก็เป็นตัวเลขที่เกือบถึงเป้าหมาย 900,000 คัน ที่วางไว้ จะพลาดไปบ้างก็เล็กน้อย ไม่เหนือความคาดหมายแต่อย่างใด ทั้งนี้ทั้งนั้น ก็มาจากสาเหตุ ภาระหนี้ครัวเรือนที่ยังอยู่ในระดับสูง ส่งผลให้การใช้จ่ายภาคครัวเรือนลดลง ค่าครองชีพที่ยังอยู่ในระดับสูง แบบว่า ข้าวแกง ก๋วยเตี๋ยวขึ้นไปชามละ 40 บาท แล้ว ประกอบกับการปรับตัวของตลาดรถยนต์ หลังสิ้นสุดโครงการรถยนต์คันแรก ปรับเข้าสู่ความต้องการที่แท้จริง ไม่ใช่ความต้องการเทียม

 

อีกเรื่องหนึ่งก็น่าจะเป็นความเข้มงวดของสถาบันทางการเงิน และการระมัดระวังด้านการลงทุนของภาคธุรกิจ แม้ว่าระดับอัตราดอกเบี้ยยังทรงตัว ไม่ขึ้นลงปรู๊ดปร๊าดอย่างใด ทำให้ผู้บริโภคสงบเสงี่ยมเจียมตัว ไม่ก่อร่างสร้างหนี้ให้เป็นภาระใหม่เพิ่มขึ้น

 

ฟากทางการส่งออกของเรา ก็ลดลง 1.0 % มูลค่าเพียง 18,568 ล้านเหรียญสหรัฐ ฯ ส่วนการนำเข้า มูลค่า 18,646 ล้านเหรียญสหรัฐ ฯ ก็ลดลงเช่นกัน 3.46 % แต่เมื่อรวมตั้งแต่ต้นปี เราส่งออกไปแล้ว มูลค่า 209,188 ล้านเหรียญสหรัฐ ฯ ลดลง 0.42 % ส่วนการนำเข้าก็ลดเยอะ มูลค่า 210,752 ล้านเหรียญสหรัฐ ฯ ลดลง 8.99 % สาเหตุที่ลดลง ก็เพราะการส่งออกยางพารา และน้ำมันสำเร็จรูป ลดลง โดยเฉพาะตลาดประเทศจีน และภาวะเศรษฐกิจของระดับโลก ที่มีปัญหากันในหลายภาคส่วน อย่างที่รับทราบจากข่าวสารกันอยู่เป็นประจำ

 

แต่โดยภาพรวมแล้ว เศรษฐกิจบ้านเราในปีนี้ น่าจะอยู่ในกรอบที่ค่อนข้างทรงตัว ไม่เติบโตแบบหวือหวา สาเหตุก็มาจากภาคการเมือง ที่เพิ่งจะเริ่มเข้าที่ สามารถบริหารราชการแผ่นดินกันได้ในห้วงครึ่งปีหลังมานี้
ส่วนปีหน้า 2558 ก่อนที่บรรดานักการตลาดจะออกมาวิเคราะห์ โหรหลังสถานทูตจีน แกวิเคราะห์มาให้ก่อนแล้ว ว่ายอดขายรถยนต์ในประเทศจะเพิ่มขึ้นจากปีนี้ 5-10 % จากนโยบายการเบิกจ่ายงบประมาณการลงทุนจากภาครัฐ และเอกชนที่จะมีเม็ดเงินเข้ามาในระบบ โดยเฉพาะรถเพื่อการพาณิชย์ รถกระบะ ที่จะเข้ามาในส่วนภาคก่อสร้าง ขณะเดียวกัน ราคาน้ำมันที่ปรับลดลงก็จะมีส่วนสำคัญที่ทำให้ผู้บริโภคตัดสินใจซื้อรถยนต์ได้เพิ่มขึ้น เพราะจะทำให้มีเงินเหลือพอที่จะผ่อนรถยนต์ได้มากกว่าเดิม

 

ราคาน้ำมันที่ลดลงค่อนข้างมากนั้นน่าจะมีส่วนบ้าง แต่ที่สุดแล้วภาวะเศรษฐกิจเป็นสิ่งสำคัญ โดยเฉพาะการทำให้ประชาชนมีแรงซื้อเพิ่มขึ้น ภาครัฐจะต้องเร่งกระตุ้นงบประมาณเพื่อให้เงินหมุนเวียนในระบบ และมีการดูแลราคาพืชผลทางการเกษตร ซึ่งที่ผ่านมาส่วนหนึ่งภาคเกษตรแรงซื้อลดลงไปมากเพราะราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ

 

แต่ที่น่าสนใจเห็นจะเป็นข่าวการเปิดโชว์รูม ล่าสุดของ โตโยตา ในเมียนมาร์ เป็นบริษัทร่วมทุนระหว่างบริษัท เอสซีจีเทรดดิ้ง ฯ ในกลุ่มปูนใหญ่ และบริษัท มิตซุยจากประเทศไทย ฯ ร่วมกับบริษัท โอเรียนทัลเอเปกซ์ เซอร์วิส ฯ ของเมียนมาร์ ตั้งบริษัท โตโยต้า มิงกาลาร์ ฯ เปิดโชว์รูมใหม่ที่กรุงย่างกุ้งประเทศเมียนมาร์

 

โชว์รูมแห่งนี้ ขายรถ โตโยตา โมเดลต่างๆ ทั้ง แลนด์ ครูเซอร์ ปราโด แคมรี ไฮลักซ์ ไอเอศ และ โคโรลลา ทำให้ขณะนี้ โตโยตา มีโชว์รูมใหญ่ 2 แห่ง ในกรุงย่างกุ้ง โดยก่อนหน้านี้บริษัท AYE & SONS SERVICE ผู้นำเข้าและจำหน่ายรถ โตโยตา ในเมียนมาร์ ได้เปิดโชว์รูมและศูนย์บริการ ล่วงหน้าไปก่อนแล้ว



------------------------------
เรื่องโดย : มือบ๊วย
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน กุมภาพันธ์ ปี 2558
คอลัมน์ : มาตรวัดตลาดรถ
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/5AXaZ
อัพเดทล่าสุด
20 Jun 2019

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
1,190,000
2.
1,079,000
4.
1,269,000
5.
765,000
6.
640,000
7.
1,475,000
8.
14,790,000
9.
1,180,000
10.
970,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th