บทความ

โลกที่ไม่เหมือนเดิม


ใครที่ติดตามข่าวคราววงการยานยนต์โลก และดันเป็นคนขวัญอ่อน อาจจะชอคได้ง่ายๆ กับความเคลื่อนไหวที่รวดเร็ว และพลิกผันอย่างคาดไม่ถึง ในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา

เริ่มจากกรณีการโกงผลทดสอบค่าไอเสียของกลุ่ม โฟล์คสวาเกน ซึ่งส่งผลให้ซีอีโอคนดังของ โฟล์คฯ เด้งออกจากตำแหน่ง พร้อมต้องปรับเปลี่ยนแผนการผลิตมากมาย เพื่อระดมเงินไปชดใช้ค่าเสียหายในส่วนต่างๆ

กรณี โฟล์คฯ เป็นข่าวใหญ่มาก จนไม่มีใครคาดคิดว่า อีกไม่กี่เดือนถัดมา จะเกิดข่าวที่ใหญ่กว่า และสั่นสะเทือนโลกยานยนต์ยิ่งกว่า นั่นคือ ข่าวการโกงผลทดสอบอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงของรถยนต์ มิตซูบิชิ รวมถึงรถยนต์ นิสสัน ที่ มิตซูบิชิ เป็นผู้ผลิตให้ด้วย

ข่าวนี้ ในตอนแรก ดูเหมือนจะเกิดผลกระทบไม่รุนแรงเท่าใดนัก เพราะผู้บริหารของ มิตซูบิชิ ออกมาสารภาพด้วยตนเอง ไม่ใช่ถูกจับได้ไล่ทันอย่างกรณี โฟล์คสวาเกน แถมยังคล้ายจะเป็นเหตุขัดข้องทางเทคนิค หรือบกพร่องโดยสุจริต มากกว่าจะมีเจตนาชัดเจน

แต่ไม่ว่าข้อเท็จจริงจะเป็นอย่างไร ผลลัพธ์ที่ออกมาก็คือ มูลค่าหุ้นของ มิตซูบิชิ ทรุดฮวบลงถึง 43 % จนบริษัททำท่าจะไปไม่รอด (แถวบ้านผมเรียก “เจ๊ง”) กันเลยทีเดียว ร้อนถึงพันธมิตรชิดใกล้อย่าง นิสสัน ซึ่งอยู่ใต้ชายคาของ เรอโนลต์ ต้องยื่นมือมาช่วยเหลือ ด้วยการซื้อหุ้น มิตซูบิชิ จำนวน 506.6 ล้านหุ้น หรือเท่ากับ 34 % เป็นมูลค่าสูงถึง 2.1 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ

แน่นอนครับว่า นิสสัน ไม่ได้มาเล่นๆ เพราะนอกจากจะช่วยให้ มิตซูบิชิ ไม่ต้องสิ้นชื่อคาบ้านแล้ว ยังทำให้ นิสสัน กลายเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ และสามารถส่งคนเข้าไปควบคุมการดำเนินกิจการของ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ได้

ที่สำคัญ ดีลประวัติศาสตร์ครั้งนี้ จะส่งผลให้กลุ่ม “เรอโนลต์ นิสสัน มิตซูบิชิ” มียอดจำหน่ายรถยนต์ทั่วโลก รวมกันมากกว่า 10 ล้านคัน ขยับฐานะขึ้นเป็น 1 ใน 3 ผู้นำตลาดรถยนต์โลกทันที

เทียบสมการข่าวกันระหว่างข่าว “โฟล์คสวาเกน โกง-ซีอีโอ ลาออก-เลื่อนการผลิต ระดมเงินชดใช้” กับข่าว “มิตซูบิชิ โกง-นิสสัน เข้าซื้อหุ้น-กลายเป็น 1 ใน 3 ผู้นำตลาด” ข่าวหลังต้องดังกว่า ใหญ่กว่า และส่งผลสะเทือนในวงกว้างมากกว่า อย่างไม่ต้องสงสัย

จากนี้ไป ขอให้จับตาดูการเปลี่ยนแปลงของค่ายนี้ให้ดี เพราะจะเป็นกลุ่มผู้ผลิตที่มีความได้เปรียบมากในแง่การลงทุน เนื่องจากรถ เรอโนลต์ นิสสัน และ มิตซูบิชิ นั้นสามารถใช้พแลทฟอร์มเดียวกันได้แทบทุกรุ่น ซึ่งจะช่วยให้ประหยัดต้นทุนการผลิตได้มหาศาล

ยิ่งกว่านั้น ในตลาดรถกระบะ กลุ่มนี้ยังสามารถใช้กลยุทธ์ “แยกกันโต รวมกันตี” อย่างได้ผล โดยตลาดล่างเป็นหน้าที่ของ นิสสัน และ มิตซูบิชิ ซึ่งมีแฟนพันธุ์แท้เหนียวแน่นอยู่แล้ว ตลาดกลางก็มีความเป็นไปได้สูง ที่ เรอโนลต์ จะผลิตรถกระบะออกมาสู้กับ โฟล์คสวาเกน ในแอฟริกา และอเมริกาใต้

ส่วนตลาดบน อาจจะโยงไปถึงเจ้าตลาดอย่าง เมร์เซเดส-เบนซ์ ที่มีข่าวว่าสนใจจะผลิตพิคอัพระดับพรีเมียม โดยใช้โครงสร้างของ นิสสัน นาวารา เพื่อต่อกรกับกระบะหรูในอนาคตของ เลกซัส

ถ้า นิสสัน ทำสำเร็จตามแผนที่ผม “มโน” ไว้นี้ รับรองว่า โลกยานยนต์ของเราจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป !



------------------------------
เรื่องโดย : ขวัญชัย ปภัสร์พงษ์
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน กรกฏาคม ปี 2559
คอลัมน์ : ขวัญชัย ปภัสร์พงษ์
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/IhFRE

บทความที่เกี่ยวข้อง

อัพเดทล่าสุด
27 Sep 2017

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
2,549,000
3.
1,749,000
4.
2,249,000
5.
4,590,000
6.
1,999,000
7.
3,990,000
8.
3,065,000
9.
2,790,000
10.
5,490,000
11.
1,354,000
12.
3,399,000
13.
750,000
14.
1,129,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th