บทความ

หุ่นยนต์ขับขี่อัตโนมัติ เทคโนโลยีเพื่ออนาคตจาก ฮันเด


“หุ่นยนต์” เป็นสิ่งประดิษฐ์ที่ค่ายรถยนต์ได้พัฒนาควบคู่กับรถยนต์มาโดยตลอด แนวทางในการพัฒนานั้นมีหลากหลายด้วยกัน แต่ประเด็นหลักๆ คือ ต้องการแสดงศักยภาพของเทคโนโลยี และเพื่อการต่อยอดในการผลิตรถยนต์ เช่น ใช้งานแทนมนุษย์ รวมถึงการใช้สำหรับช่วยเหลือผู้ป่วยและคนพิการ

โครงการพัฒนาหุ่นยนต์ ระบบขับขี่อัตโนมัติ

เราเห็นค่ายรถยนต์หลายค่ายมีแนวคิดและต้นแบบออกมาอยู่เสมอๆ เทคโนโลยีที่ใช้ในการควบคุมกลไก หรือบังคับการทำงานของหุ่นยนต์นั้น ต้องล้ำหน้ากว่ารถยนต์เยอะมาก แค่เรื่องการทรงตัวหรือยืนอยู่เฉยๆ ไม่ให้ล้มนั้น นับเป็นเรื่องที่ยากมากทีเดียว

ในวันที่โลกเปลี่ยนไป หุ่นยนต์ไม่ใช้เป้าหมายทางทหารอย่างที่หลายคนเข้าใจ หุ่นยนต์ถูกนำมาใช้ในงานที่มีความเสี่ยงต่อมนุษย์มากๆ รวมถึงงานที่ต้องการความแม่นยำเที่ยงตรงสูง และทางการแพทย์เพื่อการฟื้นฟูและช่วยให้ผู้ป่วยกลับมายืน เดิน ได้อีกครั้ง ค่าย ฮันเด เองมีโครงการ NEXT MOBILITY เป็นโครงการพัฒนาหุ่นยนต์ ระบบขับขี่อัตโนมัติ สำหรับพโรเจคท์ H-LEX (ย่อมาจาก HYUNDAI LIFECARING EXOSKELETON) เป็นอุปกรณ์ช่วยเดินโดยใช้พลังงานไฟฟ้าในการขับเคลื่อน ในขณะที่ POWERED EXOSKELETON ที่เรากำลังพูดถึงนี้ มีการพัฒนาเพิ่มเติมระบบไฮดรอลิคเข้าไปในส่วนของการยก เพื่อให้มนุษย์สามารถยกน้ำหนักที่มากกว่าปกติได้ง่ายขึ้น เนื่องจากงานหลายๆ อย่างนั้น เครื่องจักรหรือหุ่นยนต์ก็ไม่สามารถทำงานทดแทนได้ มีลักษณะเป็นชุดสูทหุ่นยนต์ที่ง่ายต่อการใช้งาน ลักษณะเหมือนโครงสร้างร่างกายมนุษย์ที่มีความสามารถในการยกและรับน้ำหนักได้สูง เพื่อเป็นการลดภาระและเพิ่มศักยภาพในการทำงาน ชุดสูทหุ่นยนต์นี้มีความสามารถในการรับน้ำหนักได้ราว 60-100 กิโลกรัมเลยทีเดียว

 

คิดค้นพัฒนา เพื่อมวลมนุษยชาติ

ในปัจจุบันชุดสูทนี้ยังมีน้ำหนักและขนาดที่ค่อนข้างมากอยู่ เจเนอเรชันต่อๆ ไปจะถูกเรียกว่า H-LEX PLATFORM ซึ่งตั้งเป้าเอาไว้ว่าจะทำให้มีความกะทัดรัด และน้ำหนักเบาขึ้น รวมถึงการใช้พลังงานในการขับเคลื่อนน้อยลง เป้าหมายหลักในการพัฒนา คือ การนำมาใช้กับงานในโรงงาน และการฟื้นฟูร่างกายคนป่วยทางการแพทย์ เพื่อช่วยให้ผู้ป่วยประเภทกล้ามเนื้ออ่อนแรง รวมถึงผู้พิการ กลับมาใช้ชีวิตได้ใกล้เคียงปกติอีกครั้ง นอกจากนี้ ยังรวมถึงการนำมาใช้ทางการทหารด้วย

เทคโนโลยีที่เราเห็นในภาพยนตร์นั้น วันนี้ใกล้เคียงความเป็นจริงมาก เนื่องจากความทันสมัยในการพัฒนาในเกือบทุกๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของซอฟท์แวร์ เทคโนโลยีด้านวัสดุ และเทคโนโลยีด้านการผลิต อีกไม่นานเราจะเห็นพนักงานในโรงงานใส่ชุดเหล่านี้ทำงานโดยไม่รู้สึกเหน็ดเหนื่อย รวมถึงผู้ป่วยที่ไม่สามารถเดิน หรือช่วยตัวเองได้ กลับมาเดินและใช้ชีวิตได้ใกล้เคียงกับคนปกติอีกครั้ง ส่วนทางการทหารนั้นอาจจะใช้อะไรไม่ได้มากนักเพราะปัจจุบันการรบประชิดมีน้อยลงมาก ส่วนใหญ่จะเป็นการรบจากระยะไกลๆ ถ้าเป็นการรบประชิดจริง ร่างกายที่ฝึกฝนมาอย่างหนักจะมีความคล่องตัวกว่าเยอะ



------------------------------
เรื่องโดย : พหลฯ 30
นิตยสาร 4WHEELS ฉบับเดือน กรกฏาคม ปี 2559
คอลัมน์ : รู้ทันเทคนิค
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/As2TL

Follow autoinfo.co.th