บทความ

คุกไทยไม่ขังหมา


โปรดฟังอีกครั้ง…ครั้ง…ครั้ง…เราไม่ต้องการแห่ตามกระแส กรณีที่เกิดขึ้นประจำ สำหรับเสี่ยเสื่อ ผู้มีเส้น มีอิทธิพล ขับรถขยี้รถอื่น ด้วยความเร็ว ชนิดไม่มีเบรค คร่าชีวิตเขา มักปรากฏให้เห็นในบัดนั้นว่า ประเทศนี้ให้คนจำพวกนี้หาทางพ้นผิด ไม่ติดคุก ด้วยวิธีเก๋ากึ๋ก “เจ้าหน้าที่รัฐ” ส่วนหนึ่งจะช่วยโยนกฎหมายลงชักโครก เพื่อผลประโยชน์ คนของรัฐจำพวกนี้ยังอยู่ดีมีสุขในสังคมไทยดาษดื่น ปฏิรูปร้อยครั้ง ยังเหมือนเดิม เกิดเรื่องแล้ว ทุกฝ่ายไม่อนาทรผู้สูญเสีย อย่างมากแค่บีบเค้น ให้ได้เพียงเศษเงิน พร้อมน้ำตา นี่คือ เป็นแรงขับเคลื่อนให้คนไทยตื่นตัวอย่างยิ่งต่อเหตุการณ์ทุกรายที่เกิดขึ้น

สิ่งหนึ่งที่ชาวบ้านธรรมดาๆ จำนวนมากมาย อยากเรียกร้องยิ่งนัก คือ “กระบวนการศาลไทย” ท่านโปรดรุกฆาต เพื่อป้องปรามแบบทันท่วงที ไม่ยอมให้คนรวยมีเส้นเอ็น รอดคุกตะรางการลงโทษ ด้วยเล่ห์เพทุบายต่างๆ เช่น หลบหนี ข้ากำลังเป็นคนบ้า ฯลฯ โดยความร่วมมือของนักกฎหมายคาบคัมภีร์ปีศาจ ซึ่งเป็นขาประจำ คอยฉลองชัยชนะ คุณธรรมความถูกต้อง ไม่เคยซึมซาบรับรู้แม้แต่ผงธุลี โรงเรียนกฎหมายมีคนเช่นนี้เล็ดลอดออกมาเสมอ

ขอยืนยันว่า กฎหมายไทย ศาลไทย ไม่ “ขังหมา” ขังแต่ “คน” ที่มันทำผิด แต่มันก็มักจะเล็ดลอดออกไปได้ แม้มันทำชนิดเอาหมามาเปรียบไม่ได้ ที่หนักมากในเวลานี้ คือ การหลบหนี ปีละเป็นหมื่นเป็นแสนคน หากสะกัดกั้นได้ กฎหมายไทยจะ ศักดิ์สิทธิ์ แท่งทอง บ้านเมืองไม่ไร้ขื่อแปจนพากันล่มจม สังคมสงบสุขยิ่งขึ้น นั่นคือ ความหวังและความสุข ที่อยากได้คืนมา ถ้าตัวเองจะมอบให้เขาจริงๆ…

ขอนำท่านที่รักไปฟังคำตัดสินของศาลฎีกาแบบวัยรุ่นใจร้อนกันเลย “นายเต็มเต็ม” หนุ่มใหญ่ คงได้ชื่อแบบแก้เคล็ด เจ้าตัวทำท่าขาดๆ เกินๆ พอโดนฟ้องฐานฆ่าคน มีและพกพาอาวุธ กลับสู้คดี ชั้นศาลนายแพทย์ผู้ตรวจรักษา (มักจะโดนคนรวยขอแรงบอกว่าอั๊วบ้า) ระบุว่า นายเต็มเต็ม มีอาการป่วยทางจิต เป็นโรคคล้ายจิตเภท มีอาการระแวง รับการรักษาที่คลีนิค 4 ครั้ง หนสุดท้ายบอกหมอว่า หายบ้าแล้วละ ขอเลิกกินยา ศาลจึงชี้ว่า อาการของ นายเต็มเต็ม ดีขึ้นนี่นา สามารถพูดจารู้เรื่อง

เป็นเรื่องถึงตาย ราว 2 เดือนต่อมา นายเต็มเต็ม นำปืนลูกซองยาวออกไปใช้ วันต่อมา นายเต็มเต็ม งัดกุญแจประตูนำปืนออกไปอีก และขอเงินเมียเติมน้ำมันรถยนต์ ขับไปหมู่บ้าน แล้วใช้ปืนปลิดชีวิตชายคนหนึ่ง ทีนี้ศาลจะรู้ไหมว่า นายเต็มเต็ม ทำไปขณะไม่สามารถรู้ผิดชอบ หรือรู้ แต่บังคับตัวเองไม่ได้ ไม่ลงโทษ

ศาลดูตรงที่ว่าหลังเกิดเหตุฆ่าคน นายเต็มเต็ม สามารถขับรถหลบหนีกลับบ้าน ได้ความจากพนักงานสอบสวนชั้นโรงพักว่า นายเต็มเต็ม พูดจารู้เรื่องโต้ตอบได้ ศาลท่านจึงฟันธงว่า นายเต็มเต็ม ทำไปขณะยังสามารถรู้ผิดชอบอยู่บ้าง หรือบังคับตนเองได้บ้าง ตาม ป. อาญา มาตรา 65 อันเป็นช่องทางที่คนทำผิด ซึ่งไม่มีช่องอื่น ยอมเป็นคนบ้า เนียนปานนักแสดง เพื่อหนีคุก

คดีนี้ศาลอุทธรณ์ตัดสินว่า นายเต็มเต็ม นั้นบ้า แล้วปล่อย ศาลฎีกาไม่เอาด้วย จึงพิพากษากลับ เอานายเต็มเต็ม เข้าตะราง ตามคำตัดสินศาลแรก รวมทุกข้อหา จำคุก 6 ปี 10 เดือน คงน้อยนิดในความคิดของฝ่ายผู้ตาย แต่หลักกฎหมายนี้เป็นสากล

ครับ น่าจะใกล้เวลาเต็มที สำหรับการปกป้องชีวิตคนจากผู้ที่ “รักชีวิตและอิสรภาพของตน แต่ไม่ยี่หระชีวิตผู้อื่นบนท้องถนน” ชนิดนับรายไม่ถ้วน ตามแบบญี่ปุ่น นั่นคือ ศาลเอาผิดฐาน “เจตนาฆ่าด้วยรถโดยเล็งเห็นผล” ทำได้เมื่อไร ขออนุโมทนาสาธุครับ

จากคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1226/2547



------------------------------
เรื่องโดย : ณรงค์ นิติจันทร์
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน พฤษภาคม ปี 2559
คอลัมน์ : ร่มไม้ชายศาล
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/SMy46

บทความที่เกี่ยวข้อง

มูลนิธิ ลมหายใจไร้มลทิน เสริมสร้างค่านิยมแห่งความซื่อสัตย์สุจริต
มูลนิธิ ลมหายใจไร้มลทิน เสริมสร้างค่านิยมแห่งความซื่อสัตย์สุจริต
อัพเดทล่าสุด
19 Aug 2017

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
609,000
2.
469,000
3.
469,000
5.
1,239,000
6.
1,399,000
7.
640,000
8.
3,090,000
9.
2,160,000
10.
2,120,000
11.
2,269,000
12.
2,980,000
13.
2,318,000
14.
6,899,000
15.
4,299,000
16.
3,629,000
17.
3,429,000
18.
2,229,000
19.
12,399,000
20.
8,399,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th