บทความ

FERRARI GTC4LUSSO


อิตาลี-เปิดเผยโฉมหน้าและรายละเอียดผ่านสื่อต่างๆ ไปแล้วเมื่อต้นเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ก่อนที่รถตัวจริงเสียงจริงจะเปิดผ้าคลุมเพื่ออวดตัวต่อสายตาสาธารณชนเป็นครั้งแรกพร้อมกันกับป้ายชื่อ แฟร์รารี จีทีซี 4 ลุสโซ (FERRARI GTC4LUSSO) ที่งานมหกรรมยานยนต์เจนีวา ครั้งที่ 86 ซึ่งกำหนดมีขึ้นในเมืองนาฬิกา ตอนต้นเดือนมีนาคมของปีลิงแก้แห

ไม่ใช่รถรุ่นใหม่แท้ๆ หากเป็นรถรุ่นเดิม คือ (FERRARI FF) ที่อยู่ในตลาดมาตั้งแต่ไตรมาสแรกของปี 2011 และเพิ่งได้รับการปรับปรุงแบบ FACELIFT หรือ “ยกหน้า” พร้อมกับการเปลี่ยนใช้ชื่อใหม่ เป็นรถสปอร์ท 2 ประตู คูเป 4 ที่นั่ง ขับเคลื่อนทุกล้อ ที่ค่ายนี้ยืนยันเป็นลายลักษณ์อักษรว่า “ออกแบบสำหรับคนรักรถผู้ใฝ่หาประสบการณ์การขับรถ แฟร์รารี ในทุกที่ทุกถิ่น และทุกเวล่ำเวลา ทั้งการขับเพียงช่วงสั้นๆ และการเดินทางไกล ทั้งบนถนนแถบภูเขาที่ปกคลุมด้วยหิมะ และการขับในเขตเมือง ทั้งโดยลำพังและนั่งไปกับผู้โดยสารที่โชคดีอีก 3 คน เป็นผู้ขับรถ ซึ่งเรียกร้องพละกำลังไร้ที่เปรียบ ขณะเดียวกันก็ไม่ยอมสูญเสียความสะดวกสบายในห้องโดยสาร รูปลักษณ์ของรถสปอร์ทที่งามสง่า และรายละเอียดซึ่งไร้ที่ติ” รวมทั้งบอกด้วยว่า กลุ่มเป้าหมายของรถรุ่นใหม่นี้ คือ ผู้มีอายุน้อยกว่าผู้ที่เคยเป็นกลุ่มเป้าหมายของรถ “ม้าลำพอง”

ในส่วนของตัวถังทั้งภายนอกภายในมีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงมากมาย ที่มองเห็นได้ชัดจากภายนอก คือ แผงกระจังหน้าที่ออกแบบขึ้นใหม่ และผนวกช่องดักอากาศไว้ด้วย ช่องอากาศตรงปีกท้ายที่ทำขึ้นใหม่ สปอยเลอร์ท้ายที่ติดอยู่บนหลังคา ฯลฯ ส่วนภายในห้องโดยสาร ความเปลี่ยนแปลงที่เห็นได้ชัด คือ พวงมาลัยที่มีขนาดเล็กลง เพราะถุงลมนิรภัยมีขนาดกะทัดรัดขึ้น กับระบบสื่อสารเริงรมย์ (INFOTAINMENT SYSTEM) แบบใหม่ซึ่งติดตั้งจอขนาดโตถึง 10.25 นิ้ว

ยังคงติดตั้งเครื่องยนต์บลอคเดิม คือ เครื่องเบนซินฉีดเชื้อเพลิงโดยตรง DOHC วี 12 สูบ 65 องศา ความจุ 6,262 ซีซี แต่ปรับแต่งใหม่จนกำลังพุ่งจาก 485 กิโลวัตต์/660 แรงม้า เป็น 507 กิโลวัตต์/690 แรงม้า ที่ 8,000 รตน. คือ สูงขึ้นร้อยละ 4.5 ขณะที่แรงบิดสูงสุดเพิ่มขึ้นเป็น 697 นิวตัน-เมตร/71.1 กก.-ม. ที่ 5,750 รตน. และได้ร้อยละ 80 ของค่านี้ที่รอบต่ำเพียง 1,750 รตน. เท่านั้นเอง ส่วนระบบเกียร์ที่ใช้ก็ยังคงเป็นเกียร์อัตโนมัติคลัทช์คู่ 7 จังหวะ เหมือนรถรุ่นเดิม ที่เพิ่มขึ้นจากรถรุ่นเดิมและค่ายนี้ไม่เคยใช้มาก่อนเลยในรถขับเคลื่อนทุกล้อรุ่นใดๆ คือ ระบบบังคับเลี้ยวทั้งล้อคู่หน้าและคู่หลัง

สมรรถนะความเร็วตามตัวเลขของผู้ผลิต บ่งบอกว่านี่คือ รถ 4 ที่นั่ง ที่แรงจัดทั้งตีนต้นตีนปลาย อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. รถม้าลำพองน้ำหนักตัวเปล่า 1,790 กก. รุ่นนี้ ทำได้ในเวลาแค่ 3.4 วินาที (เร็วกว่ารถรุ่นเดิมถึง 0.3 วินาที) ส่วนความเร็วสูงสุดเห็นตัวเลขแล้วสยดสยอง คือ เร็วถึง 335 กม./ชม. สนนราคาค่าตัวขณะรายงานข่าวนี้ยังไม่ประกาศ แต่รับประกันได้เลยว่า น่าจะสูงกว่ารุ่นเดิมซึ่งในเมืองมะกะโรนีติดป้ายค่าตัว 264,300 ยูโร หรือเท่ากับประมาณ 10.6 ล้านบาทไทย



------------------------------
เรื่องโดย : ชูศักดิ์ ชมจินดา
ภาพโดย : บริษัทผู้ผลิต
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน เมษายน ปี 2559
คอลัมน์ : ข่าวรอบโลก
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/t8grW
อัพเดทล่าสุด
8 Oct 2018

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
2.
2,090,000
3.
2,229,000
4.
779,000
5.
3,590,000
7.
1,316,000
8.
1,749,000
9.
1,699,000
11.
3,299,000
12.
5,399,000
13.
6,799,000
14.
3,249,000
15.
4,980,000
16.
53,500,000
18.
3,600,000
19.
13,500,000
20.
6,799,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th