Quattroruote

ALESSIO VIOLA

ซูเพอร์ฟาสต์ท์ สืบทอดเอกลักษณ์ของค่าย แฟร์รารี ได้อย่างไม่ขาดตกบกพร่อง โดดเด่นด้วยสมรรถนะตามแบบฉบับรถยนต์จากเมืองมาราเนลโล ชื่อเต็มๆ คือ 812 ซูเพอร์ฟาสต์ กับอัตราเร่งที่ฉับไวในทุกย่านความเร็ว มาพร้อมพละกำลังสูงสุดถึง 800 แรงม้า สมกับโลโก “ม้าลำพอง” ที่ติดตั้งอยู่ด้านหน้าอย่างโดดเด่น ไม่จำเป็นต้องอธิบายให้มากความ นอกจากนี้ ซูเพอร์ฟาสต์ ยังแสดงให้เห็นถึงมรดกตกทอดที่รักษากันมาอย่างยาวนานตั้งแต่อดีตกับรถสปอร์ทสไตล์ จีที ที่ถือกำเนิดขึ้นมาในวาระการครบรอบ 70 ปี ของค่ายม้าลำพองแห่งนี้ โดยรถรุ่นบุกเบิก คือ 500 ซูเพอร์ฟาสต์ เผยโฉมในปี 1964 ภายใต้โรงงานของ แฟร์รารี ที่ยังมีขนาดเล็ก ณ ช่วงเวลานั้น

ราคา (จากทางผู้ผลิต)

  • 291,642 ยูโร (ประมาณ 11,132,000 บาท ไม่รวมภาษีนำเข้า)

เครื่องยนต์

  • เบนซิน วี 12 สูบ
  • ขนาด 6,496 ซีซี

กำลังสูงสุด

  • 800 แรงม้า

อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง (จากทางผู้ผลิต)

  • 6.7 กม./ลิตร

ค่าการปล่อยไอเสีย จากทางผู้ผลิต

  • 340 กรัม/กม.

 

สปอร์ท 2 บุคลิก

812 คือ ทายาทรุ่นถัดมาของ เอฟ 12 แบร์ลิเนตตา หลายชิ้นส่วนของตัวรถ ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ถูกนำมาใช้ร่วมกัน เสริมด้วยจุดเด่นของตัวแรงพิเศษ เอฟ 12 ทีดีเอฟ ทำตลาดจำนวนจำกัดเมื่อไม่กี่ปีก่อนหน้านี้ ถูกจำกัดจำนวนที่ 799 คัน เท่านั้น และถือว่าเป็นรุ่นที่เชื่อมโยงระหว่างรถสปอร์ททั้ง 2 รุ่นก็ว่าได้ โดย ซูเพอร์ฟาสต์ รุ่นล่าสุด ติดตั้งระบบหักเลี้ยวล้อคู่หลัง ทำให้มีความคล่องแคล่วราวกับซูเพอร์คาร์ และยังสามารถหักเลี้ยวง่ายราวกับรถสปอร์ท จีที สำหรับใช้งานทั่วไป นับเป็นคุณสมบัติที่ทำให้รถรุ่นนี้ตอบสนองการขับขี่ได้หลากหลาย 812 สามารถใช้งานในชีวิตประจำวันได้สบาย เหมือนรถสปอร์ท จีที ทั่วไป ขึ้น/ลงห้องโดยสารได้สะดวก แม้พื้นตัวถังจะอยู่ในระดับพอสมควร ขณะที่พื้นที่ข้างในมีให้อย่างพอเพียง มีรูปแบบคล้ายกับ เอฟ 12 รวมถึงรถสปอร์ทของ แฟร์รารี ยุคปัจจุบันหลายรุ่น ปุ่มใช้งานต่างๆ ถูกออกแบบตามหลักสรีรศาสตร์ ถูกติดตั้งบริเวณพวงมาลัย ดูคล้ายกับของรถแข่ง ฟอร์มูลา วัน การใช้งานเพียงปลายนิ้วสัมผัส แม้บางส่วนอาจต้องทำความคุ้นเคยพอสมควรในระยะแรก

 

ในขณะที่ระบบความบันเทิง ควรต้องปรับปรุง การใช้งานส่วนใหญ่ทำได้โดยผ่านหน้าจอบริเวณคอนโซลกลาง (ตามแบบฉบับรถยนต์ทั่วไปในปัจจุบัน) แต่การใช้งานในรายละเอียดกลับไม่สะดวกเท่าที่ควร ปุ่มใช้งานหลักถูกติดตั้งบริเวณฝั่งขวามือของผู้ขับ ซึ่งค่อนข้างแปลกกว่าที่เคยพบมา แถมขณะใช้งานต้องละสายตา และสมาธิจากการขับขี่ในบางครั้ง นอกจากนี้ หากพิจารณาในแง่ของการใช้งานทั่วไปในชีวิตประจำวัน ทางผู้ผลิตควรติดตั้งระบบเชื่อมต่อกับโทรศัพท์มือถือมาให้ด้วย และเสียงตอบรับของระบบการทำงาน ได้ยินไม่ชัดเจนเท่าใดนักในขณะที่ขับทางไกล

 

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่กล่าวมาถือเป็นจุดต้องติเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ความโดดเด่นของ 812 ยังมีให้สำแดงอีกมากมาย เริ่มจากเครื่องยนต์อันทรงพลัง นับเป็นหนึ่งในขุมพลังที่มีประสิทธิภาพยอดเยี่ยมที่สุดที่เราเคยทดสอบมา ต่อให้เทียบกับเครื่องยนต์ของ ลัมโบร์กินี แบบ วี 12 สูบ แล้วก็ตาม เราพบว่าเครื่องยนต์ของ 812 อยู่ในระดับหัวแถวของรถยนต์ในกลุ่มเดียวกัน ขุมพลังแบบ วี 12 สูบ มีสมรรถนะที่ดุดัน ปลดปล่อยอัตราเร่งได้อย่างต่อเนื่อง และไหลลื่น โดยไม่ต้องใช้ความพยายามที่มากเกินควร ความเร้าใจตามแบบฉบับเครื่องยนต์พร้อมระบบเทอร์โบ ไม่มีอาการรอรอบ ตอบสนองได้ดีในช่วงความเร็วต่ำ และกระฉับกระเฉงขึ้นทันใด เมื่อทะยานไปถึงช่วง 6,000 รตน. ขึ้นไป ทะยานไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว รอบเครื่องยนต์ในระดับสูง (ต่ำกว่า 9,000 รตน. ไปเพียง 1,000 รตน. เท่านั้น) รอบจัดแบบหาตัวจับได้ยาก ซุ่มเสียงที่ไม่เหมือนใคร ดุดันเร้าใจ ยากที่จะหาคู่แข่งใดมาเทียบเคียงได้ สมกับแหล่งที่มา คือ ขุมพลังระดับ 800 แรงม้า ผสานการทำงานกับเกียร์อัตโนมัติคลัทช์คู่ ทางผู้ผลิตระบุว่า เปลี่ยนจังหวะเร็วกว่าเดิม 30 % และเปลี่ยนจังหวะลงเร็วขึ้นถึง 40 % ส่งกำลังได้ทันท่วงทีในทุกย่านความเร็ว นับเป็นการทำงานของเครื่องยนต์/ระบบส่งกำลังที่สมบูรณ์แบบโดยแท้จริง

 

ความเร้าใจเหนือกาลเวลา

การตอบสนองของพวงมาลัย คือ สิ่งที่เราพิจารณาเป็นลำดับแรกๆ แม้จะใช้รูปแบบการแปรผันน้ำหนักด้วยไฟฟ้า เหมือนรถยนต์ทั่วไปในปัจจุบัน ในช่วงความเร็วต่ำมีน้ำหนักที่เบาเกินคาด หากเพิ่มความเร็วขึ้น น้ำหนักของพวงมาลัยจะหนักขึ้นมาทันที เสริมความคล่องแคล่วด้วยระบบหักเลี้ยวล้อคู่หลัง (หักเลี้ยวเล็กน้อยตามทิศทางของพวงมาลัย) ผลลัพธ์ คือ การบังคับเลี้ยวที่เปลี่ยนทิศทางของพวงมาลัยเพียงเล็กน้อย ตัวรถก็เปลี่ยนทิศทางตามใจนึก บางครั้งผู้ขับต้องหักพวงมาลัยไปในทิศทางตรงกันข้ามกับแรงเหวี่ยง แต่พบเจอไม่บ่อยนัก เมื่อเริ่มคุ้นเคยกับตัวรถแล้ว การบังคับควบคุมจะง่ายดาย และเป็นไปตามธรรมชาติ แต่การขับขี่ที่สนุกเร้าใจจากรถคันนี้ ยังคงต้องอาศัยทักษะในการควบคุมรถอยู่ดี ความเร้าใจจะเริ่มขึ้น เมื่อเลือกโหมดขับเคลื่อนแบบ เรศ หรือ ปิดระบบป้องกันการลื่นไถล ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาวะการขับขี่ รวมถึงทักษะของผู้ขับเช่นกัน 812 เป็นรถสปอร์ทที่มีความสมดุลดีมาก เป็นความลงตัวระหว่างการทำงานของระบบอีเลคทรอนิค และเครื่องยนต์กลไกที่ล้ำสมัย ขาดไม่ได้ คือ ตอบสนองการขับขี่ที่เฉียบคมตามแบบฉบับรถสปอร์ท สมรรถนะสูง แฝงด้วยความดิบห้าวแบบดั้งเดิม เป็นสิ่งที่หาไม่ได้ง่ายๆ ในรถสปอร์ทหลายรุ่นในปัจจุบัน ผู้ขับต้องเลือกโหมดการขับเคลื่อนให้เหมาะสมกับสภาพพื้นผิวถนน และทักษะของการขับขี่ โดยไม่ต้องพึ่งพาระบบช่วยเหลืออีเลคทรอนิค อันที่จริงระบบความปลอดภัยยังทำงานอยู่เบื้องหลัง แต่ผู้ขับจะแทบไม่รู้สึกเลย ราวกับกำลังเป็นผู้ควบคุมรถเต็มที่ ในแง่ดี คือ การสัมผัสกับอรรถรสขณะขับขี่อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วยเช่นกัน 812 อาจมีความเกรี้ยวกราด และพละกำลังที่ถูกปลดปล่อยออกมามหาศาล แบบที่เคยเจอมาแล้วใน เอฟ 12 แต่ไม่ได้หมายความว่า รถสปอร์ทรุ่นนี้ ขับขี่อย่างง่ายดายเสียทั้งหมด หากเน้นสมรรถนะกันเต็มๆ ความลงตัวของอัตราเร่ง ความสะดวกสบาย การขับขี่ และความเฉียบคม จะถูกเผยออกมาทีละน้อย การควบคุมคันเร่ง การหักเลี้ยวพวงมาลัย และการถ่ายเทน้ำหนัก ต้องใช้ทักษะขั้นสูง ไม่ใช่ทุกคนสามารถทำสิ่งดังกล่าวได้ ทักษะการควบคุมพวงมาลัยยังคงเป็นสิ่งสำคัญ และนั่นคือ หนึ่งในความยอดเยี่ยมของรถสปอร์ทรุ่นนี้

 

การวิเคราะห์ทางเทคนิค

พัฒนาการรอบด้าน

เครื่องยนต์ วี 12 สูบ ถูกนำมาใช้ตั้งแต่ปี 2012 กับรุ่น เอนโซ มีการปรับปรุงประสิทธิภาพอย่างต่อเนื่องในช่วงหลายปีที่ผ่านมา มีความแตกต่างจากรุ่น เอฟ 12 ในหลายส่วน นอกจากพละกำลังที่เพิ่มขึ้น 60 แรงม้า องค์ประกอบกว่า 75 % ของเครื่องยนต์ ถูกพัฒนาขึ้นใหม่หมด ขนาดเครื่องยนต์เพิ่มขึ้น จาก 6,262 เป็น 6,496 ซีซี แรงอัดอากาศมีอัตราส่วนสูงถึง 13.64:1 ระบบฉีดเชื้อเพลิงโดยตรงมีแรงดันสูงที่ 200-350 บาร์ ท่อรับอากาศถูกออกแบบใหม่เช่นกัน ซูเพอร์ฟาสต์ ถูกติดตั้งระบบไหลเวียนอากาศแบบแปรผัน ใช้มาก่อนหน้านี้กับ เอฟ 12 ทีดีเอฟ ระบบส่งกำลังมีอัตราทดกระชับขึ้น 6 % และถูกปรับแต่งให้มีช่วงการทำงานของแรงบิดกว้างขึ้น ขณะที่ระบบรองรับ มีจุดเด่นอยู่ที่พวงมาลัยแปรผันด้วยไฟฟ้า และระบบหักเลี้ยวล้อคู่หลัง โดยที่ระบบหลังถูกแนะนำไปก่อนหน้านี้แล้ว การตอบสนองร่วมกันระหว่างขนาดของล้อคู่หน้า และระบบอีเลคทรอนิคต่างๆ ทำให้รถสปอร์ทของ แฟร์รารี รุ่นนี้ มีความคล่องแคล่วราวกับรถยนต์ฐานล้อสั้น น้ำหนักตัวรถลดลง 60 กก. พร้อมกับปรับแต่งอากาศพลศาสตร์ของตัวถังให้ดียิ่งขึ้น มีผลดีต่อตัวรถขณะแล่นที่ความเร็วสูง ช่องรับอากาศจะเปิดออกที่ความเร็ว 200 กม./ชม. พร้อมกับช่องจัดเรียงอากาศด้านท้ายที่จะทำงานโดยอัตโนมัติ ลดแรงต้านอากาศในช่วงความเร็วสูงเช่นกัน ผลลัพธ์ คือ แรงกดที่มหาศาลโดยไม่ต้องติดตั้งสปอยเลอร์ขนาดใหญ่ให้เกะกะสายตา

 

ข้อมูลจำเพาะ จากทางผู้ผลิต

เครื่องยนต์

  • เครื่องยนต์เบนซิน วางด้านหน้า ตามยาว
  • แบบ วี 12 สูบ (ทำมุม 65 องศา)
  • กระบอกสูบ 94.0 มม.
  • ช่วงชัก 78.0 มม.
  • ขนาด 6,496 ซีซี
  • กำลังสูงสุด 800 แรงม้า ที่ 8,500 รตน.
  • แรงบิดสูงสุด 73.2 กก.-ม. ที่ 5,000 รตน.
  • เสื้อสูบใช้วัสดุโลหะน้ำหนักเบา
  • แคมชาฟท์สำหรับปรับสมดุล 2 ชุด
  • ดับเบิลโอเวอร์เฮดแคมชาฟท์ พร้อมระบบปิดทำงานของวาล์ว
  • ฉีดเชื้อเพลิงโดยตรง เทอร์โบคู่ อินเตอร์คูเลอร์

ระบบส่งกำลัง

  • ขับเคลื่อน 2 ล้อหลัง
  • เกียร์อัตโนมัติคลัทช์คู่ 7 จังหวะ

ยาง

  • ปิเรลลี พี-เซโร โคร์ซา ด้านหน้า ขนาด 275/35 R20 102V ด้านหลัง 315/30 R20 106Y
  • ชุดปะยาง

ตัวถัง

  • ตัวถังใช้วัสดุอลูมิเนียม แบบ 2 ประตู 2 ที่นั่ง
  • ระบบรองรับด้านหน้า ปีกนกคู่ พร้อมเหล็กกันโคลง
  • ระบบรองรับด้านหลัง มัลทิลิงค์ พร้อมเหล็กกันโคลง
  • ชอคอับแบบไฮดรอลิค ปรับการตอบสนองได้
  • ระบบบังคับเลี้ยวล้อคู่หลัง
  • เบรคแบบจาน พร้อมช่องระบายความร้อน เอบีเอส อีเอสพี
  • พวงมาลัยแบบ ฟันเฟือง และตัวหนอน แปรผันด้วยไฟฟ้า
  • ความจุถังน้ำมัน 92 ลิตร

มิติตัวถัง และน้ำหนัก

  • ระยะฐานล้อ 2,720 มม.
  • ความกว้างฐานล้อคู่หน้า 1,670 มม. คู่หลัง 1,650 มม.
  • ความยาว 4,660 มม. กว้าง 1,970 มม. สูง 1,280 มม.
  • น้ำหนัก 1,630 กก.

ผลิตที่ มาราเนลโล (ประเทศอิตาลี)

BUYER'S GUIDE

BROCHURE

การทดสอบจากสนาม VAIRANO

ความเร้าใจที่ควบคุมได้

ความแตกต่างของรถสปอร์ทรุ่นนี้กับรุ่น เอฟ 12 มีหลายประการ นอกเหนือจากเรื่องของเวลาต่อรอบสนามที่ทำได้ เมื่อเทียบกันแล้ว 812 ทำเวลาดีกว่ารุ่นก่อนหน้าที่ไม่ถึง 2 วินาที อาจดูไม่มากมายเท่าไร แต่บ่งบอกความแตกต่างของรถ 2 รุ่นได้มากพอแล้ว โดยเฉพาะยางที่ใช้ ระหว่าง พีเรลลี พี-เซโร โคร์ซา และ พี-เซโร รุ่นปกติ ใน เอฟ 12 ในแง่ของการยึดเกาะถนน รถสปอร์ทรุ่นล่าสุดมีความมั่นคง และควบคุมได้ง่ายกว่า ในช่วงโค้งความเร็วสูง ผลดีส่วนหนึ่งมาจากระบบหักเลี้ยวล้อคู่หลัง ทำให้ควบคุมอาการของตัวรถได้ง่ายดายขึ้น เมื่อเกิดอาการท้ายปัด ส่วนช่วงโค้งความเร็วต่ำ การปรับแต่งที่ลงตัว ทำให้รถสามารถเข้าโค้งได้อย่างหนึบแน่น ระบบรองรับช่วยให้รถเกาะโค้งได้อย่างยอดเยี่ยม และในช่วงโค้งต่อเนื่องทำให้การเข้าโค้ง ทำได้อย่างสนุกเร้าใจ ขณะที่การเบรคพร้อมกับการหักเลี้ยวอาจมีปัญหาเล็กน้อย ส่วนท้ายที่มีน้ำหนักถ่ายเทน้อยลง และการปรับแต่งระบบช่วยเหลือการขับขี่ ทำให้ตัวรถมีอาการชัดเจนขึ้น บังคับให้ผู้ขับต้องถอนคันเร่งในบางครั้ง ขณะที่แป้นเบรคควรมีน้ำหนักมากกว่านี้ในช่วงแรกที่เหยียบลงไป ทำให้การเบรคในช่วงแรกขาดความหนักแน่นไปหน่อย การกดคันเร่งสุดกับเครื่องยนต์ระดับ 800 แรงม้า ต้องใช้ความระมัดระวังให้ดี ไม่เช่นนั้นอาจเจอกับอาการล้อหมุนฟรีได้ และอย่าหวังพึ่งพาอัตราทดของระบบเกียร์ ขณะที่ระบบส่งกำลังเปลี่ยนจังหวะได้รวดเร็วมาก ทำงานได้อย่างแม่นยำ แต่อัตราทดเกียร์ที่ปรับแต่งมา ไม่เหมาะกับลักษณะสนามทดสอบของเราเท่าใดนัก พวงมาลัยมีความแม่นยำกว่า เอฟ 12 ตอบสนองได้ไว หากเพิ่มน้ำหนักพวงมาลัยได้มากกว่านี้จะลงตัวได้อีก ขณะที่การใช้โหมดปิดการทำงานของระบบป้องกันการลื่นไถล ระบบช่วยเหลือการขับขี่อื่นๆ ยังคงทำงานได้อย่างทันท่วงที และนุ่มนวล ขณะที่ในโหมด เรศ ตัวรถมีความดิบห้าวแบบรถสปอร์ทยุคดั้งเดิม

 

Formula November 2018-55 copy

 

การทดสอบสมรรถนะ

Formula November 2018-56 copy

 

 

พื้นที่เก็บสัมภาระ

พื้นที่ใช้สอยในห้องโดยสารมีอย่างจำกัด เป็นธรรมดาของรถสปอร์ทลักษณะนี้ อย่างไรก็ตามมีพื้นที่อีกเล็กน้อยในบางจุด นอกเหนือจากที่เก็บสัมภาระท้าย นั่นคือ ด้านหลังเบาะนั่ง แผ่นกั้นระหว่างห้องโดยสาร และที่เก็บสัมภาระท้าย ทำหน้าที่เก็บอุปกรณ์ใช้งานยามเกิดเหตุฉุกเฉิน เป็นรูปแบบที่พบเจอในรถสปอร์ทของ แฟร์รารี แทบทุกรุ่น

 

ข้อมูลของตัวรถ

  • น้ำหนัก (กก.) 1,843
  • น้ำหนักตัวรถที่เน้นส่วนท้ายมากกว่า ทำให้มั่นคงขณะขับขี่ รวมถึงขณะเข้าโค้ง

 

การประเมินผลของ QUATTRORUOTE

เบาะผู้ขับ

ตำแหน่งเบาะตามแบบฉบับรถสปอร์ทขนานแท้ ให้ความรู้สึกกระชับแน่น รถที่นำมาทดสอบใช้เบาะแบบคาร์บอนไฟเบอร์ พวงมาลัยเต็มไปด้วยปุ่มใช้งาน ตำแหน่งติดตั้งชิดกับแผงมาตรวัด เพื่อป้องกันไม่ให้บดบังการมองเห็นหน้าจอด้านหน้า

 

ปุ่มควบคุม และอุปกรณ์ต่างๆ

ปุ่มใช้งานหลากหลายระบบจะถูกติดตั้งบนพวงมาลัย (รวมถึงการใช้งานปุ่มที่ปัดน้ำฝน เป็นปุมหมุนขนาดเล็ก) หากทำความคุ้นเคยได้แล้ว การใช้งานจะสะดวกสบายดีมาก ด้านหน้าผู้ขับเป็นมาตรวัดขนาดใหญ่ และจอแสดงผลแบบดิจิทอล 2 จอ

 

ระบบความบันเทิง

ระบบความบันเทิงทันสมัย รองรับระบบ APPLE CAR PLAY การใช้งานโดยรวมไม่คุ้นเคยเท่าใดนัก ปุ่มใช้งานค่อนข้างไกลมือ และมีรูปแบบที่เข้าใจยากในช่วงแรก

 

ระบบปรับอากาศ

การใช้งานมีความสะดวกสบาย ทำความเข้าใจได้ง่าย การปรับอุณหภูมิในห้องโดยสาร เพียงปรับให้เป็นโหมดอัตโนมัติ ระบบจะรักษาความเย็นได้อย่างคงที่

 

ทัศนวิสัย

เสา เอ ที่มีรูปทรงเรียวบาง ผนวกกับสันเหลี่ยมของตัวถังที่มองเห็นชัด ทำให้กะระยะได้สะดวกเกินคาด ในส่วนของการใช้งานทั่วไป ต้องระมัดระวังส่วนหน้าของรถทึ่ค่อนข้างยาว โดยเฉพาะส่วนมุมของตัวรถ

 

คุณภาพการประกอบ

การตกแต่งห้องโดยสารทำได้ลงตัว ส่วนประกอบต่างๆ แน่นหนา มีจุดต้องติเพียงเล็กน้อยเท่านั้น วัสดุคาร์บอนไฟเบอร์ที่ติดตั้งเข้ามากับรถที่นำมาทดสอบ ยกระดับห้องโดยสารได้ดี ทดแทนวัสดุที่เป็นพลาสติค

 

อุปกรณ์ใช้สอย

อุปกรณ์ติดตั้งมาอย่างครบครัน และยังมีอุปกรณ์เลือกติดตั้งอีกมากมาย หากผู้เป็นเจ้าของต้องการความแตกต่างจากคนอื่น จำเป็นต้องยอมจ่ายเงินเพิ่มสำหรับอุปกรณ์ และการตกแต่งเพิ่มเติม

 

ระบบความปลอดภัย

ระบบความปลอดภัยทั่วไปถือว่าติดตั้งมาครบถ้วน (เช่น ถุงลมนิรภัย และระบบอีเอสพี) 812 ยังขาดระบบความปลอดภัยที่ทันสมัย เช่น ระบบช่วยเบรคอัตโนมัติ เป็นต้น

 

ระบบช่วยเหลือการขับขี่

แฟร์รารี พัฒนารถสปอร์ทที่เน้นการขับขี่ด้วยทักษะของผู้ขับ แต่เราคิดว่าระบบช่วยเหลือการขับขี่ยังมีความจำเป็น หากมองในแง่ที่ว่ารถรุ่นนี้พัฒนาขึ้นมาเพื่อรองรับการใช้งานทั่วไปด้วย

 

พื้นที่ใช้สอย

พื้นที่โดยรวมมีจำกัด รองรับผู้โดยสาร 2 คน การเข้า/ออกทำได้สะดวก ทำได้ดีกว่าคู่แข่งอย่าง ลัมโบร์กินี อเวนตาโดร์ หรือแมคลาเรน 720 เอส

 

พื้นที่เก็บสัมภาระ

พื้นที่เก็บสัมภาระมีไม่มาก มีขนาดน้อยกว่าของ เอฟ 12 ด้วยซ้ำ อย่างไรก็ตามพื้นที่ด้านหลังเบาะนั่งสามารถจุกระเป๋าเดินทางขนาดเล็กได้

 

ความสะดวกสบาย

การขับขี่แบบเน้นสมรรถนะอาจไม่คำนึงถึงความสะดวกสบายมากนัก หากปรับโหมดขับเคลื่อน มาเนตตีโน เป็นแบบปกติ เสียงรบกวนอยู่ในระดับที่รับได้ ระบบรองรับมีความหนึบแน่น แต่สามารถดูดซับแรงสั่นสะเทือนจากพื้นถนนได้ดี

 

เครื่องยนต์

งานวิศวกรรมชิ้นเอกขนานแท้ สามารถเรียกอัตราเร่งได้ตั้งแต่ช่วงความเร็วต่ำ มีช่วงการทำงานที่กว้าง ตั้งแต่ช่วง 6,000 รตน. ขึ้นไป ความดุดันจะถูกปลดปล่อยออกมาเต็มพิกัด ต่อเนื่องเกือบถึงช่วง 9,000 รตน.

 

อัตราเร่ง

อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 3.0 วินาที และ 0-200 กม./ชม. ใน 8.1 วินาที เท่านั้น สมรรถนะร้อนแรงระดับสุดยอดอย่างแท้จริง

 

อัตราเร่งยืดหยุ่น

812 ซูเพอร์ฟาสต์ เฉียบคมในทุกย่านความเร็ว และมีอัตราเร่งแซงที่ต่อเนื่อง ฉับไว แม้ในช่วงความเร็วสูงก็ตาม

 

ระบบส่งกำลัง

ระบบเกียร์ยอดเยี่ยมระดับแนวหน้า ระบบคลัทช์คู่สามารถเปลี่ยนจังหวะเกียร์ได้ฉับไว และหนักแน่น นับเป็นสิ่งที่หาได้ยาก แม้แต่กับคู่แข่งระดับเดียวกัน

 

การบังคับควบคุม

พวงมาลัยตอบสนองได้รวดเร็ว ต่อเนื่อง และแม่นยำ ช่วงแรกอาจต้องทำความคุ้นเคยเล็กน้อย ในช่วงความเร็วต่ำพวงมาลัยมีน้ำหนักเบาเกินคาด ถือเป็นเรื่องที่น่าแปลกใจพอสมควรสำหรับรถสปอร์ทสมรรถนะสูง

 

ระบบเบรค

ระบบเบรคแบบคาร์บอน เซรามิคสามารถหยุดสมรรถนะได้อยู่หมัด ทุกเวลา และในทุกช่วงความเร็ว โดยเฉพาะเมื่อระบบเบรคมีอุณหภูมิสูงมากพอ สมเป็นระบบเบรคของรถสปอร์ทระดับแนวหน้า

 

ความคล่องแคล่ว

การทำงานร่วมกันอย่างลงตัวของระบบอีเลคทรอนิค และเครื่องยนต์กลไกต่างๆ ให้การขับขี่ที่ยอดเยี่ยม และมั่นคงในเวลาเดียวกัน โหมดการขับขี่ที่หลากหลาย ตอบสนองการขับขี่ได้หลากหลายรูปแบบเช่นกัน อย่างไรก็ตาม การขับขี่แบบเน้นสมรรถนะเต็มๆ ผู้ขับต้องใช้ทักษะ และสมาธิในการควบคุมให้ดี

 

อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง

หากมองในแง่ของพละกำลังร่วม 800 แรงม้า ถือว่าอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงทำได้ดีสมตัว แม้ขณะทำอัตราเร่งเต็มที่ อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงยังอยู่ในระดับที่ทำได้ดีเกินคาด

 

 

จุดแข็ง

เครื่องยนต์ และระบบส่งกำลัง

– เครื่องยนต์แบบ วี 12 สูบ คือ ผลงานรังสรรค์อันยอดเยี่ยมโดยแท้จริง ระบบเกียร์แบบคลัทช์คู่ ทำงานได้อย่างไร้ที่ติ

ความสะดวกสบาย

– การขับขี่ที่สนุก เร้าใจ ยังมาพร้อมกับความสะดวกสบายของการใช้งานในชีวิตประจำวันด้วย

จุดอ่อน

ระบบช่วยเหลือการขับขี่

– ระบบช่วยเบรคอัตโนมัติ และระบบเตือนจุดอับสายตา ควรมีติดตั้งมาให้

ระบบความบันเทิง

– ระบบความบันเทิงไม่ทันสมัยเท่าที่ควร หากเสริมเรื่องความทันสมัยได้มากกว่านี้จะดีมาก

บทความที่เกี่ยวข้อง

แสดงความคิดเห็น