บทความ
งบ 7 แสน ! ส่องครอสโอเวอร์ รุ่นเด่นปี 2026 ที่มนุษย์เงินเดือนเอื้อมถึง
สำหรับรถยนต์กลุ่ม ครอสส์โอเวอร์ เอสยูวี (Crossover SUV) ในปี 2026 นี้ที่มีงบประมาณไม่เกิน 7 แสนบาท ถือว่าเป็นกลุ่มที่มีการแข่งขันดุเดือดมาก โดยเฉพาะตลาดรถยนต์ไฟฟ้า (EV) และระบบไฮบริดจากค่ายจีน และค่ายญี่ปุ่น ที่พากันจัดออพชันมาแบบคุ้มราคา
นี่คือการสรุป และจัดกลุ่มข้อมูลรถยนต์ครอสส์โอเวอร์ (Crossover SUV) เด่นๆ ในงบ 7 แสนบาท (และรุ่นย่อยที่คาบเกี่ยว) โดยแบ่งตามประเภทขุมพลัง เพื่อให้คุณเปรียบเทียบ และตัดสินใจได้ง่ายขึ้น
รถยนต์ไฟฟ้า 100 % (BEV)
กลุ่มนี้ถือเป็นกลุ่มที่มีตัวเลือก และคุ้มค่าที่สุดในงบนี้ ได้ออพชันระบบความปลอดภัย (ADAS) และหน้าจอขนาดใหญ่เกือบทุกรุ่น
งบไม่เกิน 6 แสนบาท
-
Nevo Q05 (รุ่น Max : 599,900.-)
-
จุดเด่น : ได้ระบบความปลอดภัย ADAS ครบ (ACC, AEB, LKA), กล้อง 540 องศา, จอใหญ่ 14.6 นิ้ว และชาร์จ DC แรงถึง 162 กิโลวัตต์ ระยะทาง 462 กม.
-
Nevo Q05
-
BEV B-Crossover SUV
-
ยาว 4,435 มม. กว้าง 1,855 มม. สูง 1,600 มม.
-
ขุมกำลัง : มอเตอร์ไฟฟ้า 120 กิโลวัตต์/163 แรงม้า
-
ขับเคลื่อน : ล้อหน้า
-
แบทเตอรี : 51.9 กิโลวัตต์ชั่วโมง
-
ระยะทางขับ : 462 กม. (มาตรฐาน NEDC)
-
ชาร์จ AC สูงสุด 6.6 กิโลวัตต์
-
ชาร์จ DC สูงสุด 162 กิโลวัตต์
Max ราคา 599,900 บาท
-
ระบบเปิด-ปิดไฟหน้าอัตโนมัติ
-
ล้อ 17 นิ้ว ยาง 225/60 R17
-
หน้าจอสัมผัส 14.6 นิ้ว
-
เบาะผู้ขับปรับไฟฟ้า 6 ทิศทาง/เบาะผู้โดยสารปรับมือ 4 ทิศทาง
-
กล้องมองภาพรอบคัน 540 องศา
-
ระบบช่วยควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน (ACC/ICC)
-
ระบบช่วยเตือนการชนด้านหน้า (FCW)
-
ระบบช่วยเบรคฉุกเฉินอัตโนมัติ (AEB)
-
ระบบช่วยควบคุมรถไม่ให้ออกนอกช่องทางเดินรถ (LDP/LKA)
Ultra ราคา 679,900 บาท
ส่วนเพิ่มจาก Max
-
ระบบปัดน้ำฝนอัตโนมัติ
-
ล้อ 18 นิ้ว ยาง 225/55 R18
-
เบาะคู่หน้าปรับไฟฟ้า ผู้ขับ 6 ทิศทาง ผู้โดยสาร 4 ทิศทาง
-
ที่ชาร์จโทรศัพท์มือถือแบบไร้สาย
-
ระบบช่วยเตือนการชนด้านหลัง (RCW)
-
ระบบช่วยเตือนเมื่อมีรถผ่านในจุดอับขณะถอยหลัง (RCTA)
-
ระบบช่วยเบรคเมื่อมีรถผ่านในจุดอับขณะถอยหลัง (RCTB)
-
ระบบช่วยเตือนจุดอับสายตา (BSD)
-
ระบบช่วยเตือนวัตถุเคลื่อนผ่านขณะเปิดประตู (DOW)
งบ 6.0-6.5 แสนบาท
-
BYD Atto 2 (รุ่น Dynamic : 629,900.-/Premium : 659,900.-)
-
จุดเด่น : มอเตอร์ 177 แรงม้า, วิ่งได้ 410 กม., หน้าจอหมุนได้เอกลักษณ์ของ BYD รุ่น Premium จะได้เบาะไฟฟ้าคู่หน้า และกล้อง 360 องศา
-
BYD Atto 2
-
BEV B-Crossover SUV
-
ยาว 4,310 มม. กว้าง 1,830 มม. สูง 1,675 มม.
-
ขุมกำลัง : มอเตอร์ไฟฟ้า 130 กิโลวัตต์/177 แรงม้า
-
ขับเคลื่อน : ล้อหน้า
-
แบทเตอรี : 45.12 กิโลวัตต์ชั่วโมง
-
ระยะทางขับ : 410 กม. (มาตรฐาน NEDC)
-
ชาร์จ AC สูงสุด 7 กิโลวัตต์
-
ชาร์จ DC สูงสุด 82 กิโลวัตต์
Dynamic ราคา 629,900 บาท
-
ระบบเปิด-ปิดไฟหน้าอัตโนมัติ
-
ระบบปัดน้ำฝนอัตโนมัติ
-
ล้อ 16 นิ้ว ยาง 215/65 R16
-
หน้าจอสัมผัส 10 นิ้ว ปรับหมุนด้วยไฟฟ้า
-
ระบบช่วยควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน (ACC/ICC)
-
ระบบช่วยเตือนการชนด้านหน้า (FCW)
-
ระบบช่วยเบรคฉุกเฉินอัตโนมัติ (AEB)
-
ระบบช่วยควบคุมรถไม่ให้ออกนอกช่องทางเดินรถ (LDP)
Premium ราคา 659,900 บาท
ส่วนเพิ่มจาก Dynamic
-
กระจกมองข้างพับไฟฟ้า
-
ล้อ 17 นิ้ว ยาง 215/60 R17
-
หน้าจอสัมผัส 12.8 นิ้ว ปรับหมุนด้วยไฟฟ้า
-
เบาะคู่หน้าปรับไฟฟ้า ผู้ขับ 6 ทิศทาง ผู้โดยสาร 4 ทิศทาง
-
ที่ชาร์จโทรศัพท์มือถือแบบไร้สาย
-
กล้องมองภาพรอบคัน 360 องศา
-
ระบบช่วยเตือนการชนด้านหลัง (RCW)
-
ระบบช่วยเตือนเมื่อมีรถผ่านในจุดอับขณะถอยหลัง (RCTA)
-
ระบบช่วยเบรคเมื่อมีรถผ่านในจุดอับขณะถอยหลัง (RCTB)
-
ระบบช่วยเตือนจุดอับสายตา (BSD)
-
ระบบช่วยเตือนวัตถุเคลื่อนผ่านขณะเปิดประตู (DOW)
-
Jaecoo 5 EV (รุ่น Max+ : 629,000.-)
-
จุดเด่น : แรงสุดในงบนี้ด้วยพละกำลัง 211 แรงม้า, กล้อง 540 องศา และระบบ ADAS จัดเต็มตั้งแต่รุ่นเริ่มต้น วิ่งได้ 405 กม.
-
Jaecoo 5 EV
-
BEV B-Crossover SUV
-
ยาว 4,380 มม. กว้าง 1,860 มม. สูง 1,650 มม.
-
ขุมกำลัง : มอเตอร์ไฟฟ้า 155 กิโลวัตต์/211 แรงม้า
-
ขับเคลื่อน : ล้อหน้า
-
แบทเตอรี : 50.6 กิโลวัตต์ชั่วโมง
-
ระยะทางขับ : 405 กม. (มาตรฐาน NEDC)
-
ชาร์จ AC สูงสุด 6.6 กิโลวัตต์
-
ชาร์จ DC สูงสุด 130 กิโลวัตต์
Max+ ราคา 629,000 บาท
-
ระบบเปิด-ปิดไฟหน้าอัตโนมัติ
-
ระบบปัดน้ำฝนอัตโนมัติ
-
ล้อ 18 นิ้ว ยาง 235/55 R18
-
หน้าจอสัมผัส 13.2 นิ้ว
-
เบาะผู้ขับปรับไฟฟ้า 6 ทิศทาง เบาะผู้โดยสารปรับมือ 4 ทิศทาง
-
ที่ชาร์จโทรศัพท์มือถือแบบไร้สาย
-
กล้องมองภาพรอบคัน 540 องศา
-
ระบบช่วยเตือนการชนด้านหลัง (RCW)
-
ระบบช่วยเตือนเมื่อมีรถผ่านในจุดอับขณะถอยหลัง (RCTA)
-
ระบบช่วยเบรคเมื่อมีรถผ่านในจุดอับขณะถอยหลัง (RCTB)
-
ระบบช่วยเตือนจุดอับสายตา (BSD)
-
ระบบช่วยเตือนวัตถุเคลื่อนผ่านขณะเปิดประตู (DOW)
-
ระบบช่วยควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน (ACC/ICC)
-
ระบบช่วยเตือนการชนด้านหน้า (FCW)
-
ระบบช่วยเบรคฉุกเฉินอัตโนมัติ (AEB)
-
ระบบช่วยควบคุมรถไม่ให้ออกนอกช่องทางเดินรถ (LDP)
-
Omoda C5 (รุ่น Max+ : 649,000.-)
-
จุดเด่น : มอเตอร์ 211 แรงม้าเท่ากัน แต่ได้เบาะคนขับปรับไฟฟ้าถึง 10 ทิศทาง และจอขนาด 15.6 นิ้ว วิ่งได้ 422 กม.
-
Omoda C5
-
BEV B-Crossover SUV
-
ยาว 4,545 มม. กว้าง 1,830 มม. สูง 1,588 มม.
-
ขุมกำลัง : มอเตอร์ไฟฟ้า 155 กิโลวัตต์/211 แรงม้า
-
ขับเคลื่อน : ล้อหน้า
-
แบทเตอรี : 50.6 กิโลวัตต์ชั่วโมง
-
ระยะทางขับ : 422 กม. (มาตรฐาน NEDC)
-
ชาร์จ AC สูงสุด 6.6 กิโลวัตต์
-
ชาร์จ DC สูงสุด 110 กิโลวัตต์
Max+ ราคา 649,000 บาท
-
ระบบเปิด-ปิดไฟหน้าอัตโนมัติ
-
ระบบปัดน้ำฝนอัตโนมัติ
-
ล้อ 18 นิ้ว ยาง 235/55 R18
-
หน้าจอสัมผัส 15.6 นิ้ว
-
เบาะคู่หน้าปรับไฟฟ้า ผู้ขับ 10 ทิศทาง ผู้โดยสาร 4 ทิศทาง
-
ที่ชาร์จโทรศัพท์มือถือแบบไร้สาย
-
กล้องมองภาพรอบคัน 540 องศา
-
ระบบช่วยเตือนการชนด้านหลัง (RCW)
-
ระบบช่วยเตือนเมื่อมีรถผ่านในจุดอับขณะถอยหลัง (RCTA)
-
ระบบช่วยเบรคเมื่อมีรถผ่านในจุดอับขณะถอยหลัง (RCTB)
-
ระบบช่วยเตือนจุดอับสายตา (BSD)
-
ระบบช่วยเตือนวัตถุเคลื่อนผ่านขณะเปิดประตู (DOW)
-
ระบบช่วยควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน (ACC/ICC)
-
ระบบช่วยเตือนการชนด้านหน้า (FCW)
-
ระบบช่วยเบรคฉุกเฉินอัตโนมัติ (AEB)
-
ระบบช่วยควบคุมรถไม่ให้ออกนอกช่องทางเดินรถ (LDP)
-
GWM ORA 5 EV (รุ่น Pro : 649,000.-)
-
จุดเด่น : แบทเตอรีใหญ่ 58.3 กิโลวัตต์ชั่วโมง ทำให้วิ่งได้ไกลถึง 520 กม. (ไกลที่สุดในงบไม่เกิน 6.5 แสน) มอเตอร์ 204 แรงม้า พร้อมระบบ ADAS
-
GWM ORA 5 EV
-
BEV B-Crossover SUV
-
ยาว 4,471 มม. กว้าง 1,833 มม. สูง 1,641 มม.
-
ขุมกำลัง : มอเตอร์ไฟฟ้า 150 กิโลวัตต์/204 แรงม้า
-
ขับเคลื่อน : ล้อหน้า
-
แบทเตอรี : 58.3 กิโลวัตต์ชั่วโมง
-
ระยะทางขับ : 520 กม. (มาตรฐาน NEDC)
-
ชาร์จ AC สูงสุด 6.6 กิโลวัตต์
-
ชาร์จ DC สูงสุด 120 กิโลวัตต์
Pro ราคา 649,000 บาท
-
ระบบเปิด-ปิดไฟหน้าอัตโนมัติ
-
ระบบปัดน้ำฝนอัตโนมัติ
-
ล้อ 18 นิ้ว ยาง 225/60 R18
-
หน้าจอสัมผัส 14.6 นิ้ว
-
เบาะผู้ขับปรับไฟฟ้า 6 ทิศทาง ผู้โดยสาร 4 ทิศทาง
-
ระบบช่วยควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน (ACC/ICC)
-
ระบบช่วยเตือนการชนด้านหน้า (FCW)
-
ระบบช่วยเบรคฉุกเฉินอัตโนมัติ (AEB)
-
ระบบช่วยควบคุมรถไม่ให้ออกนอกช่องทางเดินรถ (LDP)
Ultra ราคา 719,000 บาท
ส่วนเพิ่มจาก Pro
-
กระจกมองข้างพับไฟฟ้า
-
หลังคากระจกแบบพาโนรามิค พร้อมม่านบังแดดไฟฟ้า
-
ฝาท้ายเปิด-ปิดไฟฟ้า
-
เบาะคู่หน้าปรับไฟฟ้า ผู้ขับ 6 ทิศทาง/ผู้โดยสาร 4 ทิศทาง
-
ที่ชาร์จโทรศัพท์มือถือแบบไร้สาย
-
กล้องมองภาพรอบคัน 360 องศา
-
ระบบช่วยเตือนการชนด้านหลัง (RCW)
-
ระบบช่วยเตือนเมื่อมีรถผ่านในจุดอับขณะถอยหลัง (RCTA)
-
ระบบช่วยเบรคเมื่อมีรถผ่านในจุดอับขณะถอยหลัง (RCTB)
-
ระบบช่วยเตือนจุดอับสายตา (BSD)
-
ระบบช่วยเตือนวัตถุเคลื่อนผ่านขณะเปิดประตู (DOW)
งบ 6.5-7.0 แสนบาท (เกือบเกินงบเล็กน้อย)
-
BYD Atto 3 (รุ่น Premium : 669,900.-)
-
จุดเด่น : ขนาดตัวรถใหญ่ขึ้น (พิกัดยอดฮิท), มอเตอร์ 204 แรงม้า แรงบิด 310 นิวทันเมตร, ระบบ ADAS ครบถ้วน วิ่งได้ 410 กม.
-
BYD Atto 3
-
BEV B-Crossover SUV
-
ยาว 4,455 มม. กว้าง 1,875 มม. สูง 1,615 มม.
-
ขุมกำลัง : มอเตอร์ไฟฟ้า 150 กิโลวัตต์/204 แรงม้า (แรงบิดสูงสุด 310 นิวทันเมตร)
-
ขับเคลื่อน : ล้อหน้า
Premium ราคา 669,900 บาท
-
แบทเตอรี : ความจุ 50.25 กิโลวัตต์ชั่วโมง (LFP)
-
ระยะทางขับ : 410 กม. (มาตรฐาน NEDC)
-
ชาร์จ AC สูงสุด : 7 กิโลวัตต์
-
ชาร์จ DC สูงสุด : 70 กิโลวัตต์
-
ระบบเปิด-ปิดไฟหน้าอัตโนมัติ
-
ระบบปัดน้ำฝนอัตโนมัติ
-
ล้อ 18 นิ้ว ยาง 215/55 R18
-
หน้าจอสัมผัส 15.6 นิ้ว ปรับหมุนไฟฟ้าได้
-
เบาะคู่หน้าปรับไฟฟ้า ผู้ขับ 6 ทิศทาง ผู้โดยสาร 4 ทิศทาง
-
ที่ชาร์จโทรศัพท์มือถือแบบไร้สาย
-
ระบบความปลอดภัย และระบบช่วยขับขี่อัจฉริยะ (ADAS)
-
กล้องมองภาพรอบคัน 360 องศา
-
ระบบช่วยเตือนการชนด้านหลัง (RCW)
-
ระบบช่วยเตือนเมื่อมีรถผ่านในจุดอับสายตาขณะถอยหลัง (RCTA)
-
ระบบช่วยเบรคเมื่อมีรถผ่านในจุดอับสายตาขณะถอยหลัง (RCTB)
-
ระบบช่วยเตือนจุดอับสายตา (BSD)
-
ระบบช่วยเตือนวัตถุเคลื่อนผ่านขณะเปิดประตู (DOW)
-
ระบบช่วยควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน (ACC/ICC)
-
ระบบช่วยเตือนการชนด้านหน้า (FCW)
-
ระบบช่วยเบรคฉุกเฉินอัตโนมัติ (AEB)
-
ระบบช่วยควบคุมรถไม่ให้ออกนอกช่องทางเดินรถ (LDP)
Extended ราคา 769,900 บาท
ส่วนเพิ่มจาก Premium
-
แบทเตอรี : 60.48 กิโลวัตต์ชั่วโมง
-
ระยะทางขับ : 480 กม. (มาตรฐาน NEDC)
-
ชาร์จ AC สูงสุด : 7 กิโลวัตต์
-
ชาร์จ DC สูงสุด : 88 กิโลวัตต์
-
ล้อ 18 นิ้ว ยาง 235/50 R18
-
Leapmotor B10 (รุ่น Life : 688,000.-)
-
จุดเด่น : เป็นรุ่นเดียวในกลุ่มนี้ที่เป็นระบบ ขับเคลื่อนล้อหลัง, มอเตอร์แรงถึง 218 แรงม้า, จอ 2.5K และได้หลังคาแก้วพาโนรามา
-
Leapmotor B10
-
BEV B-Crossover SUV
-
ยาว 4,515 มม. กว้าง 1,885 มม. สูง 1,655 มม.
-
ขุมกำลัง : มอเตอร์ไฟฟ้า 160 กิโลวัตต์/218 แรงม้า
-
ขับเคลื่อน : ล้อหลัง
Life ราคา 688,000 บาท
-
แบทเตอรี : 56.2 กิโลวัตต์ชั่วโมง
-
ระยะทางขับ : 442 กม. (มาตรฐาน NEDC)
-
การชาร์จ AC สูงสุด : 11 กิโลวัตต์
-
การชาร์จ DC สูงสุด : 140 กิโลวัตต์
-
หลังคากระจกพาโนรามา
-
ระบบเปิด-ปิดไฟหน้าอัตโนมัติ
-
ล้อ 18 นิ้ว ยางหน้า 225/50 R18 ยางหลัง 235/50 R18
-
หน้าจอสัมผัส 14.6 นิ้ว (ความละเอียด 2.5K)
-
ที่ชาร์จโทรศัพท์มือถือแบบไร้สาย
-
ระบบความปลอดภัย และระบบช่วยขับขี่อัจฉริยะ (ADAS)
-
กล้องมองภาพรอบคัน 360 องศา
-
ระบบช่วยเตือนการชนด้านหลัง (RCW)
-
ระบบช่วยเตือนเมื่อมีรถผ่านในจุดอับขณะถอยหลัง (RCTA)
-
ระบบช่วยเบรคเมื่อมีรถผ่านในจุดอับขณะถอยหลัง (RCTB)
-
ระบบช่วยเตือนจุดอับสายตา (BSD)
-
ระบบช่วยเตือนวัตถุเคลื่อนผ่านขณะเปิดประตู (DOW)
-
ระบบช่วยควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน (ACC)
-
ระบบช่วยเตือนการชนด้านหน้า (FCW)
-
ระบบช่วยเบรคฉุกเฉินอัตโนมัติ (AEB)
-
ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน (LKA)
-
ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลนเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน (ELKA)
Style ราคา 748,000 บาท
-
แบทเตอรี : 67.1 กิโลวัตต์ชั่วโมง
-
ระยะทางขับ : 516 กม. (มาตรฐาน NEDC)
-
การชาร์จ DC สูงสุด : 168 กิโลวัตต์
-
กระจกมองข้างปรับไฟฟ้า พร้อมไล่ฝ้า
Design ราคา 788,000 บาท
-
ระบบปัดน้ำฝนอัตโนมัติ
-
ฝากระโปรงท้ายไฟฟ้า
-
เบาะบุหนังสังเคราะห์
-
เบาะคู่หน้าปรับไฟฟ้า (ไม่ได้ระบุว่ากี่ทิศทาง)
-
Chery V23 (รุ่น 2WD Play : 699,900.-)
-
จุดเด่น : ดีไซจ์นทรงกล่องย้อนยุค (Retro Boxy), ขับเคลื่อนล้อหลัง, ล้อใหญ่สะใจ 19 นิ้ว แต่ระยะวิ่งจะสั้นหน่อยที่ 360 กม.
-
Chery V23
-
BEV B-Crossover SUV
-
ยาว 4,220 มม. กว้าง 1,915 มม. สูง 1,845 มม.
2WD Play ราคา 699,900 บาท
-
ขุมกำลัง : มอเตอร์ไฟฟ้า 100 กิโลวัตต์/136 แรงม้า (แรงบิดสูงสุด 180 นิวทันเมตร)
-
ระบบขับเคลื่อน : ขับเคลื่อน ล้อหลัง (มอเตอร์เดี่ยววางหลัง)
-
แบทเตอรี : ความจุ 59.93 กิโลวัตต์ชั่วโมง
-
ระยะทางขับ : 360 กม. (มาตรฐาน NEDC)
-
ชาร์จ AC สูงสุด : 6.6 กิโลวัตต์
-
ชาร์จ DC สูงสุด : 85 กิโลวัตต์
-
ระบบเปิด-ปิดไฟหน้าอัตโนมัติ
-
ล้อ 19 นิ้ว ยาง 255/55 R19
-
หน้าจอสัมผัส 15.4 นิ้ว
-
เบาะคู่หน้าปรับไฟฟ้า ผู้ขับ 6 ทิศทาง ผู้โดยสาร 4 ทิศทาง
2WD Plus ราคา 759,900 บาท
ส่วนเพิ่มจาก 2WD Play
-
ระบบเปิด-ปิดไฟหน้า มาพร้อมระบบปรับไฟหน้าสูง-ต่ำอัตโนมัติ
-
ที่ชาร์จโทรศัพท์มือถือแบบไร้สาย
-
กล้องมองภาพรอบคัน 540 องศา
-
ระบบช่วยเตือนการชนด้านหลัง (RCW)
-
ระบบช่วยเตือนเมื่อมีรถผ่านในจุดอับขณะถอยหลัง (RCTA)
-
ระบบช่วยเบรคเมื่อมีรถผ่านในจุดอับขณะถอยหลัง (RCTB)
-
ระบบช่วยเตือนจุดอับสายตา (BSD)
-
ระบบช่วยเตือนวัตถุเคลื่อนผ่านขณะเปิดประตู (DOW)
-
ระบบช่วยควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน (ACC/ICC) (ทำงานร่วมกับระบบความเร็วต่ำ TJA)
-
ระบบช่วยเตือนการชนด้านหน้า (FCW)
-
ระบบช่วยเบรคฉุกเฉินอัตโนมัติ (AEB)
-
ระบบช่วยควบคุมรถไม่ให้ออกนอกช่องทางเดินรถ (LDP)
4WD Peak ราคา 889,900 บาท
ส่วนเพิ่มจาก 2WD Plus
-
ขุมกำลัง : มอเตอร์ไฟฟ้าคู่ 155 กิโลวัตต์/211 แรงม้า (แรงบิดสูงสุด 292 นิวทันเมตร)
-
ขับเคลื่อน : 4 ล้อ
-
แบทเตอรี : 81.76 กิโลวัตต์ชั่วโมง (NMC)
-
ระยะทางขับ : 430 กม. (มาตรฐาน NEDC)
-
ชาร์จ AC สูงสุด : 6.6 กิโลวัตต์
-
ชาร์จ DC สูงสุด : เพิ่มขึ้นเป็น 104 กิโลวัตต์
-
ล้อ 21 นิ้ว ยาง 265/45 R21
-
MG S5 Plus (รุ่น D+ : 669,900.-)
-
จุดเด่น : ขับเคลื่อนล้อหลัง 170 แรงม้า, ระบบความปลอดภัยเชิงป้องกันครบถ้วน, วิ่งได้ 416 กม.
-
MG S5 Plus
-
BEV B-Crossover SUV
-
ยาว 4,476 มม. กว้าง 1,849 มม. สูง 1,621 มม.
D+ ราคา 669,900 บาท
-
ขุมกำลัง : มอเตอร์ไฟฟ้า 125 กิโลวัตต์/170 แรงม้า
-
ขับเคลื่อน : ล้อหลัง
-
แบทเตอรี : 50 กิโลวัตต์ชั่วโมง
-
ระยะทางขับ 416 กม. (มาตรฐาน NEDC)
-
ชาร์จ AC สูงสุด : 6.6 กิโลวัตต์
-
ชาร์จ DC สูงสุด : 88 กิโลวัตต์
-
ระบบเปิด-ปิดไฟหน้าอัตโนมัติ
-
ล้อ 17 นิ้ว พร้อมฝาครอบล้อ ยาง 215/60 R17
-
หน้าจอสัมผัส 12.8 นิ้ว
-
เบาะผู้ขับปรับไฟฟ้า 6 ทิศทาง ผู้โดยสารปรับมือ 4 ทิศทาง
-
ระบบกล้อง และความปลอดภัยเชิงป้องกัน (ADAS)
-
กล้องมองหลัง พร้อมเซนเซอร์กะระยะด้านหลัง
-
ระบบช่วยเตือนการชนด้านหลัง (RCW)
-
ระบบช่วยเตือนเมื่อมีรถผ่านในจุดอับขณะถอยหลัง (RCTA)
-
ระบบช่วยเบรคเมื่อมีรถผ่านในจุดอับขณะถอยหลัง (RCTB)
-
ระบบช่วยเตือนจุดอับสายตา (BSD)
-
ระบบช่วยเตือนวัตถุเคลื่อนผ่านขณะเปิดประตู (DOW)
-
ระบบช่วยควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน (ACC)
-
ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติเมื่อความเร็วต่ำ TJA)
-
ระบบช่วยเตือนการชนด้านหน้า (FCW)
-
ระบบช่วยเบรคฉุกเฉินอัตโนมัติ (AEB)
-
ระบบช่วยควบคุมรถไม่ให้ออกนอกช่องทางเดินรถ (LDP) (รวมถึงระบบช่วยเตือน LDW และระบบควบคุมเลนฉุกเฉิน ELK)
X+ ราคา 789,900 บาท
ส่วนเพิ่มจาก D+
-
เบาะคู่หน้าปรับไฟฟ้า 6 ทิศทาง
-
กล้องมองภาพรอบคันแบบ 3D (360 องศา)
-
i-SMART
-
ที่ชาร์จโทรศัพท์มือถือแบบไร้สาย
V+ ราคา 909,900 บาท
ส่วนเพิ่มจาก X+
-
ขุมกำลัง : มอเตอร์ไฟฟ้า 180 กิโลวัตต์/245 แรงม้า
-
ขับเคลื่อน : ล้อหลัง
-
แบทเตอรี : 62.2 กิโลวัตต์ชั่วโมง
-
ระยะทางขับ : 550 กม. (มาตรฐาน NEDC)
-
ชาร์จ AC สูงสุด : 6.6 กิโลวัตต์
-
ชาร์จ DC สูงสุด : 150 กิโลวัตต์
-
หน้าจอสัมผัส 15.6 นิ้ว
รถยนต์เครื่องยนต์/ไฮบริด
รถยนต์ไฮบริด (HEV)
เหมาะสำหรับคนที่อยากประหยัดน้ำมันแต่ยังไม่พร้อมใช้รถไฟฟ้า 100 % ไม่ง้อสถานีชาร์จ
-
MG VS (รุ่น Model D : 699,000.-)
-
จุดเด่น : ได้แรงม้าผสมรวมถึง 177 แรงม้า, จอสัมผัสใหญ่ 12.3 นิ้ว, เบาะคนขับปรับไฟฟ้า ในงบ 7 แสนบาทพอดี
-
MG VS
-
HEV B-Crossover SUV
-
ยาว 4,370 มม. กว้าง 1,809 มม. สูง 1,653 มม.
-
ขุมกำลัง : เบนซิน 4 สูบเรียง 1.5 ลิตร+มอเตอร์ไฟฟ้า 130 กิโลวัตต์/177 แรงม้า
-
ระบบเกียร์ : อัตโนมัติ E-CVT จังหวะ
-
ขับเคลื่อน : ล้อหน้า
Model D ราคา 699,000 บาท
-
ระบบเปิด-ปิดไฟหน้าอัตโนมัติ
-
ล้อ 17 นิ้ว ยาง 215/55 R17
-
หน้าจอระบบสัมผัส 12.3 นิ้ว
-
เบาะผู้ขับปรับไฟฟ้า 6 ทิศทาง ส่วนผู้โดยสารปรับมือ 4 ทิศทาง
Model X ราคา 759,000 บาท
ส่วนเพิ่มจาก Model D
-
ระบบปัดน้ำฝนอัตโนมัติ
-
ที่ชาร์จโทรศัพท์มือถือแบบไร้สาย
-
กล้องมองภาพรอบคัน 360 องศา
-
GWM ORA 5 HEV (รุ่น Pro : 729,000.-) (เกินงบเล็กน้อย)
-
จุดเด่น : เครื่องยนต์ 1.5 ลิตร ทำงานร่วมกับมอเตอร์ให้กำลังสูงถึง 223 แรงม้า ระบบความปลอดภัย ADAS และกล้อง 540 องศาครบครัน
-
GWM ORA 5 HEV
-
HEV B-Crossover SUV
-
ยาว 4,471 มม. กว้าง 1,833 มม. สูง 1,641 มม.
-
ขุมกำลัง : เบนซิน 4 สูบเรียง 1.5 ลิตร+มอเตอร์ไฟฟ้า 164 กิโลวัตต์/223 แรงม้า
-
ระบบเกียร์ : อัตโนมัติ DHT
-
ขับเคลื่อน : ล้อหน้า
Pro ราคา 729,000 บาท
-
ระบบเปิด-ปิดไฟหน้าอัตโนมัติ
-
ระบบปัดน้ำฝนอัตโนมัติ
-
ล้อ 18 นิ้ว ยาง 225/60 R18
-
หน้าจอสัมผัส 14.6 นิ้ว
-
เบาะนั่งผู้ขับปรับไฟฟ้า 6 ทิศทาง ผู้โดยสารปรับมือ 4 ทิศทาง
-
ที่ชาร์จโทรศัพท์มือถือแบบไร้สาย
-
กล้องมองภาพรอบคัน 540 องศา
-
ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน (ACC/ICC)
-
ระบบช่วยเตือนการชนด้านหน้า (FCW)
-
ระบบช่วยเบรคฉุกเฉินอัตโนมัติ (AEB)
-
ระบบช่วยควบคุมรถไม่ให้ออกนอกช่องทางเดินรถ (LDP)
Ultra ราคา 799,000 บาท
ส่วนเพิ่มจาก Pro
-
ขุมกำลัง : เบนซิน 4 สูบเรียง 1.5 ลิตร+มอเตอร์ไฟฟ้า 164 กิโลวัตต์/223 แรงม้า
-
ระบบเกียร์ : อัตโนมัติ DHT
-
ขับเคลื่อน : ล้อหน้า
นอกจาก MG VS และ GWM ORA 5 HEV ในกลุ่มไฮบริด (HEV) แล้ว ยังมี BYD Sealion 5 DM-I ที่เป็นพลัก-อิน ไฮบริด (PHEV) ชาร์จไฟแบทเตอรีได้
-
BYD Sealion 5 DM-i (รุ่น Standard : 699,900.-)
-
จุดเด่น : เครื่องยนต์ 1.5 ลิตร ทำงานร่วมกับมอเตอร์ให้กำลังสูงถึง 211 แรงม้า ชาร์จไฟจากที่บ้าน ขับได้ 80-110 กม.
-
BYD Sealion 5 DM-i
-
PHEV C-Crossover SUV
-
ยาว 4,735 มม. กว้าง 1,860 มม. สูง 1,710 มม.
-
ขุมกำลัง : เบนซิน 4 สูบเรียง 1.5 ลิตร+มอเตอร์ไฟฟ้า 155 กิโลวัตต์/211 แรงม้า
-
ขับเคลื่อน : ล้อหน้า
Standard ราคา 699,900 บาท
-
แบทเตอรี : 13.1 กิโลวัตต์ชั่วโมง
-
ระยะทางขับ 80 กม. (มาตรฐาน NEDC)
-
ชาร์จ AC สูงสุด : 3.3 กิโลวัตต์
-
ระบบเปิด-ปิดไฟหน้าอัตโนมัติ
-
ระบบปัดน้ำฝนอัตโนมัติ
-
ล้อ 18 นิ้ว ยาง 225/60 R18
-
หน้าจอสัมผัส 10.1 นิ้ว
-
ระบบเตือนเมื่อรถคันหน้าเคลื่อนที่ (FVSR)
Dynamic ราคา 759,900 บาท
ส่วนเพิ่มจาก Standard
-
แบทเตอรี : 18.3 กิโลวัตต์ชั่วโมง
-
ระยะทางขับ 110 กม. (มาตรฐาน NEDC)
-
ชาร์จ AC สูงสุด : 3.3 กิโลวัตต์
-
ชาร์จ DC สูงสุด : 18 กิโลวัตต์
Premium ราคา 799,900 บาท
ส่วนเพิ่มจาก Dynamic
-
หน้าจอสัมผัส 12.8 นิ้ว หมุนได้ด้วยระบบไฟฟ้า
-
เบาะคู่หน้าปรับไฟฟ้า ผู้ขับ 6 ทิศทาง ผู้โดยสาร 4 ทิศทาง พร้อมระบบระบายอากาศ
-
ที่ชาร์จโทรศัพท์มือถือแบบไร้สาย
-
กล้องมองภาพรอบคัน 360 องศา
-
เซนเซอร์ช่วยตรวจจับวัตถุด้านหน้า 2 ตำแหน่ง
-
ระบบช่วยเตือนการชนด้านหลัง (RCW)
-
ระบบช่วยเตือนเมื่อมีรถผ่านในจุดอับขณะถอยหลัง (RCTA)
-
ระบบช่วยเบรคเมื่อมีรถผ่านในจุดอับขณะถอยหลัง (RCTB)
-
ระบบช่วยเตือนจุดอับสายตา (BSD)
-
ระบบช่วยเตือนวัตถุเคลื่อนผ่านขณะเปิดประตู (DOW)
-
ระบบช่วยควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน (ACC/ICC)
-
ระบบช่วยเตือนการชนด้านหน้า (FCW)
-
ระบบช่วยเบรคฉุกเฉินอัตโนมัติ (AEB)
-
ระบบช่วยควบคุมรถไม่ให้ออกนอกช่องทางเดินรถ (LDP)
รถยนต์เครื่องยนต์สันดาปภายใน (Benzine)
เหมาะสำหรับผู้ที่ชอบความทนทาน ซ่อมบำรุงง่าย กลไกไม่ซับซ้อน และมั่นใจในระยะยาว
-
MG ZS (รุ่น Model D : 599,000.-/X : 649,000.-/V : 689,000.-)
-
จุดเด่น : รถไซซ์ B-SUV ที่ราคาเข้าถึงง่ายที่สุด เริ่มต้นไม่ถึง 6 แสนบาท หากเลือกรุ่น V (689,000.-) จะได้กล้องรอบคัน, ระบบ i-SMART และม่านถุงลมนิรภัยครบ
-
MG ZS
-
ICE B-Crossover SUV
-
ยาว 4,323 มม. กว้าง 1,809 มม. สูง 1,649 มม.
-
ขุมกำลัง : เบนซิน 4 สูบเรียง 1.5 ลิตร 84 กิโลวัตต์/114 แรงม้า
-
ระบบเกียร์ : อัตโนมัติ CVT 8 จังหวะ
-
ขับเคลื่อน : ล้อหน้า
Model D ราคา 599,000 บาท
-
หน้าจอสีระบบสัมผัสขนาด 10 นิ้ว
-
เบาะนั่งผู้ขับปรับ 6 ทิศทาง ผู้โดยสาร 4 ทิศทาง
Model X ราคา 649,000 บาท
ส่วนเพิ่มจาก Model D
-
หลังคาซันรูฟแบบพาโนรามา
-
ไฟตัดหมอกหน้า
-
ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ
-
เบาะผู้ขับปรับไฟฟ้า 6 ทิศทาง ผู้โดยสาร 4 ทิศทาง
-
ระบบจำกัดความเร็ว ASL
Model V ราคา 689,000 บาท
ส่วนเพิ่มจาก Model X
-
ระบบควบคุมการเปิด-ปิดไฟหน้าอัตโนมัติ
-
ระบบตรวจสอบความผิดปกติของลมยาง TPMS
-
ม่านถุงลมนิรภัย
-
กล้องมองภาพรอบทิศทาง
-
ระบบสั่งการ i-SMART
-
Suzuki Fronx (รุ่น GL : 689,000.-)
-
จุดเด่น : เป็นครอสส์โอเวอร์ขนาดคล่องตัว (A-Crossover) เครื่องยนต์ 1.5 ลิตร เกียร์อัตโนมัติ 4 จังหวะ เน้นความทนทานตามสไตล์ Suzuki
-
Suzuki Fronx
-
ICE/HEV A-Crossover SUV
-
ยาว 3,995 มม. กว้าง 1,765 มม. สูง 1,550 มม.
-
ขุมกำลัง : เบนซิน 4 สูบเรียง 1.5 ลิตร 77 กิโลวัตต์/105 แรงม้า
-
ระบบเกียร์ : อัตโนมัติ 4 จังหวะ
-
ขับเคลื่อน : ล้อหน้า
-
ถังน้ำมัน : ความจุ 37 ลิตร
-
ระยะทางขับ : 636 กม. (ECO Sticker 17.2 กม./ลิตร)
GL ราคา 689,000 บาท
-
ล้อ 16 นิ้ว ยาง 195/60 R16
-
หน้าจอสัมผัส : ขนาด 7 นิ้ว
GLX ราคา 749,000 บาท
ส่วนเพิ่มจาก GL
-
ขุมกำลัง : เบนซิน 4 สูบเรียง 1.5 ลิตร+มอเตอร์ไฟฟ้า 74 กิโลวัตต์/101 แรงม้า
-
ระบบเกียร์ : อัตโนมัติ 6 จังหวะ
- ระยะทางขับ : 710 กม. (ECO Sticker 19.2 กม./ลิตร)
-
หน้าจอสัมผัส : ขนาด 9 นิ้ว
-
ระบบควบคุมการเปลี่ยนเกียร์บนพวงมาลัย
GL Plus ราคา 799,000 บาท
ส่วนเพิ่มจาก GLX
-
ที่ชาร์จโทรศัพท์มือถือแบบไร้สาย
-
กล้องมองภาพรอบคันแบบ 360 องศา
-
ระบบช่วยเตือนเมื่อมีรถผ่านในจุดอับขณะถอยหลัง (RCTA)
-
ระบบช่วยเตือนจุดอับสายตา (BSD/BSM)
-
ระบบช่วยควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน (ACC)
-
ระบบช่วยเตือนการชนด้านหน้า (FCW)
-
ระบบช่วยเบรคฉุกเฉินอัตโนมัติ (AEB)
-
ระบบช่วยควบคุมรถไม่ให้ออกนอกช่องทางเดินรถ (LDP/LKA)
-
Mazda CX-3 (รุ่น 2.0 Prime : 699,000.-)
-
จุดเด่น : ได้เครื่องยนต์ใหญ่ที่สุดในพิกัดนี้ คือ เบนซิน 2.0 ลิตร (156 แรงม้า) ขับขี่สนุก ช่วงล่างคม ได้กล้อง 360 องศา และระบบ i-Activsense ในราคาเริ่มต้น
-
Mazda CX-3
-
ICE B-Crossover SUV
-
ยาว 4,275 มม. กว้าง 1,765 มม. สูง 1,535 มม.
-
ขุมกำลัง : เบนซิน 4 สูบเรียง 2.0 ลิตร 115 กิโลวัตต์/156 แรงม้า
-
ระบบเกียร์ : อัตโนมัติ 6 จังหวะ
-
ขับเคลื่อน : ล้อหน้า
2.0 Prime ราคา 699,000 บาท
-
ระบบเปิด-ปิดไฟหน้าอัตโนมัติ
-
ล้อ 16 นิ้ว ยาง 215/60 R16
-
เบาะผู้ขับปรับไฟฟ้า 6 ทิศทาง
-
กล้องมองภาพรอบคัน 360 องศา
-
ระบบความปลอดภัย และช่วยเหลือการขับขี่ (i-Activsense)
2.0 Ultra ราคา 759,000 บาท
ส่วนเพิ่มจาก 2.0 Prime
-
เบาะนั่ง และพวงมาลัยหุ้มหนังสีดำ
-
พนักวางแขนด้านหลัง พร้อมที่วางแขน
-
ระบบเซนเซอร์กะระยะด้านหลัง 4 จุด
2.0 Ultra Plus ราคา 829,000 บาท
ส่วนเพิ่มจาก 2.0 Ultra
-
ไฟหน้า/ไฟท้ายแบบ LED
-
ระบบปรับอากาศแบบอัตโนมัติ
-
ระบบช่วยเตือนเมื่อมีรถผ่านในจุดอับขณะถอยหลัง (RCTA)
-
ระบบช่วยเตือนจุดอับสายตา (BSD) (Mazda เรียก ABSM)
2.0 Signature ราคา 899,000 บาท
ส่วนเพิ่มจาก 2.0 Ultra Plus
-
หลังคาซันรูฟแบบไฟฟ้า
-
กระจังหน้า/กระจกมองข้าง/หลังคาสีดำ
-
ไฟหน้าแบบ LED ปรับระดับอัตโนมัติ
-
ระบบปัดน้ำฝนอัตโนมัติ
-
ล้อ 18 นิ้ว ยาง 215/50 R18
-
เบาะผู้ขับปรับไฟฟ้า 8 ทิศทาง พร้อมระบบบันทึกความจำ 2 ตำแหน่ง
-
ที่ชาร์จโทรศัพท์มือถือแบบไร้สาย
-
ระบบเสียง Bose พร้อมลำโพง 7 ตำแหน่ง
-
ระบบช่วยเบรคอัตโนมัติขณะถอยหลังเมื่อเจอสิ่งกีดขวาง (SCBS-R)
-
ระบบช่วยควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน (ACC/ICC) (ระบบ MRCC พร้อมฟังค์ชัน Stop & Go)
-
ระบบช่วยเตือนการชนด้านหน้า ระบบช่วยเบรคอัตโนมัติ (SBS)
ชีวิตคนเมือง
ถ้าเน้น "ขับในเมือง" เป็นหลัก โจทย์สำคัญที่จะทำให้ขับสบาย และคุ้มค่าที่สุด คือ ความประหยัดน้ำมัน/ค่าไฟ, ความคล่องตัวในการมุด หรือหาที่จอด และระบบช่วยเหลือตอนรถติด
เมื่อตัดตัวเลือกจากรายชื่อทั้งหมด ตัวเลือกที่ตอบโจทย์การขับในเมืองมากที่สุดในงบไม่เกิน 7 แสนบาท จะเหลือ 3 คันเด่นๆ ตามสไตล์การใช้ชีวิตของคุณดังนี้ :
คุ้มค่า ออพชันช่วยขับในเมืองล้นๆ
Jaecoo 5 EV (รุ่น Max+ ราคา 629,000 บาท) หรือ Omoda C5 (รุ่น Max+ ราคา 649,000 บาท)
สองคันนี้แชร์พแลทฟอร์มกัน ขับไฟฟ้า 100 % ตอบโจทย์คนเมืองยุคนี้ที่สุด
-
ทำไมถึงเหมาะกับเมือง
-
กล้องรอบคัน 540 องศา (มองทะลุใต้ท้องรถได้) เวลาเลี้ยวเข้าซอยแคบในกรุงเทพฯ หรือถอยจอดในห้างแคบๆ ตัวนี้ช่วยได้เยอะมาก ลดโอกาสเบียดฟุตบาท
-
ระบบความปลอดภัยตอนรถติด มี ADAS ครบ ทั้งระบบเบรคฉุกเฉินอัตโนมัติ (AEB) และระบบเตือนมุมอับสายตา (BSD) เวลาลุยกับมอเตอร์ไซค์รอบรถ
-
ประหยัดสุดๆ วิ่งได้ราวๆ 400-422 กม. ต่อการชาร์จ ขับไป-กลับทำงานอาทิตย์ละครั้งชาร์จทีเดียวเอาอยู่ ค่าไฟตกกิโลเมตรละไม่ถึง 1 บาท
-
สายมุด คล่องตัว หาที่จอดง่าย
BYD Atto 2 (รุ่น Premium ราคา 659,900 บาท)
-
ทำไมถึงเหมาะกับเมือง
-
มิติตัวรถกะทัดรัด ตัวรถยาวเพียง 4,310 มม. (สั้นกว่าคันอื่นในกลุ่ม BEV เกือบทั้งหมด) ทำให้รัศมีวงเลี้ยวแคบ มุดง่าย วนหาที่จอดตามตึกเก่าๆ ในเมืองได้สบายมาก
-
รุ่น Premium ได้ครบ มีกล้อง 360 องศา, ที่ชาร์จไร้สาย และหน้าจอใหญ่ 12.8 นิ้วหมุนได้ เปิดแผนที่ Google Maps ดูเส้นทางเลี่ยงรถติดได้เต็มตา
-
ไม่พร้อมชาร์จไฟ แต่อยากประหยัด
MG VS (รุ่น Model D ราคา 699,000 บาท)
ถ้าอยู่คอนโดเก่า หรือบ้านไม่เอื้ออำนวยให้ติด Wallbox ชาร์จไฟ แต่อยากได้รถประหยัดน้ำมันเวลาเจอรถติดขัดนิ่งๆ
-
ทำไมถึงเหมาะกับเมือง
-
ระบบไฮบริด (HEV) ช่วงที่รถติด หรือเคลื่อนตัวช้าๆ รถจะใช้มอเตอร์ไฟฟ้าขับเคลื่อนแทนเครื่องยนต์ ทำให้ไม่เปลืองน้ำมันเหมือนรถสันดาปทั่วไป และไม่ต้องกังวลเรื่องการหาที่ชาร์จไฟแบทเตอรี
-
สรุป
-
ถ้าที่บ้าน สามารถติดที่ชาร์จไฟได้ แนะนำ Jaecoo 5 EV/Omoda C5 ตัวเลือกนี้คุ้มที่สุด ออพชันความปลอดภัยในเมืองให้มาเกินราคาไปมาก
-
ถ้าชอบ รถคันเล็กๆ คล่องตัว จอดง่าย เลือก BYD Atto 2
-
ถ้า ไม่สะดวกชาร์จไฟเลย แต่ไม่อยากจ่ายค่าน้ำมันแพงตอนรถติด ไป MG VS
นักเดินทาง
ถ้าโจทย์เปลี่ยนเป็น "ต้องวิ่งต่างจังหวัดบ่อยๆ" สิ่งที่เราต้องให้ความสำคัญเป็นอันดับแรกจะเปลี่ยนทันที จากความคล่องตัวจะกลายเป็น ระบบช่วงล่าง และการทรงตัวที่มั่นใจได้ในความเร็วสูง, พละกำลังในการเร่งแซงถนนเลนสวน, ระยะทางวิ่งต่อการชาร์จ (ถ้าเป็น EV) และระบบช่วยเหลือการขับขี่ระยะไกล (Adaptive Cruise Control) เพื่อลดความเมื่อยล้า
และนี่คือ 3 ตัวเลือกที่เด่นที่สุดสำหรับสายเดินทางไกล ในงบประมาณไม่เกิน 7 แสนบาท (บวกประคองงบได้เล็กน้อย) :
เติมน้ำมัน ขับทางไกลมั่นใจที่สุด ช่วงล่างดีแน่นหนึบ
Mazda CX-3 (รุ่น 2.0 Prime ราคา 699,000 บาท)
ถ้าชอบขับรถความเร็วสูง คันนี้ คือ คำตอบที่ดีที่สุดในงบนี้
-
เครื่องยนต์เบนซิน 2.0 ลิตร (156 แรงม้า) กำลังแรงบิดเหลือๆ เวลาเร่งแซงรถสิบล้อบนถนนเลนสวน ตบเกียร์เร่งแซงได้ทันใจกว่ารถเครื่อง 1.5 ลิตรทั่วไปมาก
-
ช่วงล่าง และการควบคุม ขึ้นชื่อเรื่องความคม พวงมาลัยแม่นยำ ช่วงล่างเกาะถนนดีเยี่ยม ขับสาดโค้งแถวภาคเหนือ หรือวิ่งเส้นมิตรภาพยาวๆ ได้นิ่ง และมั่นใจที่สุด
-
ข้อสังเกต ตัวรถภายในจะแคบกว่าเพื่อน และกินน้ำมันมากกว่ากลุ่มไฮบริด/EV
BYD Sealion 5 DM-i (รุ่น Standard ราคา 699,900 บาท)
คันนี้เป็นคำตอบในงบนี้ สำหรับวันธรรมดาใช้งานในเมือง และออกต่างจังหวัดในวันหยุด โดยไม่ต้องห่วงเรื่องจุดชาร์จ
-
ขุมกำลังไฮบริด มอเตอร์ไฟฟ้ากับเบนซิน 4 สูบเรียง 1.5 ลิตร (211 แรงม้า) กำลังแรงบิดมาเต็ม ไม่ต้องตบเกียร์เวลาเร่งแซง
- แบทเตอรี 13.1 กิโลวัตต์ชั่วโมง ระยะทางขับ 80 กม. (มาตรฐาน NEDC) ชาร์จ AC สูงสุด 3.3 กิโลวัตต์ และน้ำมัน 52 ลิตร สามารถเดินทางได้ไกลถึง 1,200 กม.
ประหยัดค่าเดินทาง ไกลแค่ไหนค่าไฟก็หลักร้อย
GWM ORA 5 EV (รุ่น Pro ราคา 649,000 บาท)
หากใจอยากไปรถไฟฟ้า 100 % แต่กลัวเรื่องต้องแวะจอดชาร์จบ่อยๆ คันนี้แก้ปัญหาได้ตรงจุด
-
วิ่งไกลสุดในงบนี้ (520 กม. มาตรฐาน NEDC) วิ่งใช้งานจริงทางไกลน่าจะได้ราวๆ 380-400 กม. สบายๆ ทำให้คุณขับจากกรุงเทพฯ ไปโคราช หัวหิน หรือพัทยา ได้แบบม้วนเดียวจบโดยไม่ต้องลุ้นหาตู้ชาร์จระหว่างทาง
-
ระบบช่วยขับขี่ทางไกล มีระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน (ACC/ICC) และระบบรักษาเลน (LDP) ช่วยประคองพวงมาลัย และเบรค/เร่งตามรถคันหน้าอัตโนมัติ ช่วยลดความเมื่อยล้าเวลาขับรถตรงยาวๆ ได้ดีมาก
EV ขับเคลื่อนล้อหลัง นุ่มนวล นั่งสบายยาวๆ
Leapmotor B10 (รุ่น Life ราคา 688,000 บาท)
รถไฟฟ้าทางเลือกใหม่ที่ให้ฟีลการเดินทางไกลที่พรีเมียมขึ้น
-
ระบบขับเคลื่อนล้อหลัง (RWD) 218 แรงม้า เป็นรถไฟฟ้าล้อหลังรุ่นเดียวในงบนี้ การกระจายน้ำหนักหน้า-หลังจะดีกว่ารถขับหน้า ทำให้เวลาวิ่งทางไกลความเร็วสูง รถจะนิ่ง ทรงตัวดี และเข้าโค้งเนียนตา
-
ระยะทาง และการชาร์จ แบทเตอรีวิ่งได้ 442 กม. (NEDC) และรองรับการชาร์จด่วน DC สูงสุดถึง 140 กิโลวัตต์ แปลว่าเวลาแวะปั๊มชาร์จไฟ จะใช้เวลาสั้นมาก (ประมาณ 20 นาทีก็เดินทางต่อได้แล้ว)
สรุป
-
ถ้าเน้น "ขับสนุก มั่นใจ ปลอดภัย" เลือก Mazda CX-3
- ถ้าเน้น "ขับไกล ไม่ต้องเสียเวลารอชาร์จไฟ" เลือก BYD Sealion 5 DM-i
-
ถ้าเน้น "ประหยัดค่าน้ำมัน วิ่งยาวข้ามจังหวัดแบบชาร์จทีเดียวถึง" เลือก GWM ORA 5 EV (Pro)
-
ถ้าเน้น "ความนุ่มนวล ขับหลังแน่นๆ ชาร์จไวทันใจเวลาแวะพัก" เลือก Leapmotor B10 (Life)




















