Advertorial
Cayenne S E-Hybrid Coupé รุ่นประกอบในภูมิภาค ด้วยเทคโนโลยี E-Performance จากสนามแข่งสู่สมรรถนะจริงในทุกวัน

จากจิตวิญญาณของ Porsche คำว่า "ไฮบริด" ไม่ได้หมายถึง ความประหยัดเพียงอย่างเดียว แต่คืออีกขั้นของ "สมรรถนะ"
สำหรับ Porsche คำว่า "สมรรถนะ" ไม่ได้หมายถึงเพียงตัวเลขความเร็ว หรืออัตราเร่งเท่านั้น แต่คือความรู้สึกหลังพวงมาลัย การตอบสนองที่เฉียบคม และความมั่นใจในทุกจังหวะของการขับขี่ ซึ่งทั้งหมดนี้ คือ DNA ที่ Porsche ถ่ายทอดจากรถแข่งสู่รถถนนมาโดยตลอด และหนึ่งในเทคโนโลยีสำคัญ ที่สะท้อนแนวคิดนี้ได้ชัดเจนที่สุด คือ Porsche E-Performance
แนวคิด E-Performance ของ Porsche ได้รับการพัฒนาขึ้นจากรถแข่งระดับตำนานอย่าง Porsche 919 Hybrid รถแข่ง LeMans ที่สร้างชื่อเสียงให้ Porsche ในการแข่งขัน Endurance Racing อันโหดที่สุดของโลก โดย 919 Hybrid สามารถคว้าชัยชนะระดับ overall ที่ Le Mans 3 ครั้ง อย่างต่อเนื่องในปี 2015, 2016 และ 2017
หัวใจสำคัญของ 919 Hybrid คือระบบจัดการพลังงาน ที่สามารถดึงพลังงานกลับมาใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ไม่ว่าจะเป็นพลังงานจากการเบรค หรือพลังงานความร้อนจากระบบไอเสีย ก่อนแปรเปลี่ยนเป็นแรงขับเคลื่อนมหาศาล ในช่วงเวลาที่ต้องการ ผลลัพธ์ที่ได้ คือ รถแข่งที่ทั้งเร็ว แรง และมีประสิทธิภาพสูงสุด
ประสบการณ์จากสนามแข่ง ไม่ได้จบอยู่เพียงในทแรคเท่านั้น หากถูกถ่ายทอดสู่รถใช้งานจริงในปัจจุบัน ผ่านเทคโนโลยีที่ Porsche เรียกว่า E-Performance ที่นำพลังงานไฟฟ้ามาเสริมการตอบสนองของรถให้เฉียบคมยิ่งขึ้น ทั้งอัตราเร่ง การส่งกำลัง และการควบคุม โดยยังคงบุคลิกความเป็น "รถสปอร์ท" แบบ Porsche เอาไว้อย่างครบถ้วน
Porsche Cayenne S E-Hybrid Coupé คือ หนึ่งในตัวแทนสำคัญของแนวคิดนี้ เอสยูวีสมรรถนะสูงรุ่นนี้ ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ V6 ขนาด 3.0 ลิตร เทอร์โบ ที่ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า ให้กำลังรวมสูงสุด 519 แรงม้า พร้อมแรงบิดมหาศาลที่ตอบสนองทันทีตั้งแต่ออกตัว
อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ทำได้ภายใน 4.7 วินาที อาจฟังดูเหมือนรถสปอร์ทมากกว่าเอสยูวีสำหรับครอบครัว แต่สิ่งที่น่าสนใจยิ่งกว่า คือ ความต่อเนื่อง และความนุ่มนวลของการส่งกำลัง ที่เกิดจากการทำงานร่วมกันระหว่างเครื่องยนต์ และมอเตอร์ไฟฟ้า โดยมอเตอร์ไฟฟ้าจะช่วยเติมแรงบิดในช่วงต้น ลดอาการรอรอบของเครื่องยนต์เทอร์โบ ทำให้ทุกจังหวะของการกดคันเร่งเป็นไปอย่างฉับไว และแม่นยำ
ขณะเดียวกัน ระบบ Plug-in Hybrid ยังสามารถขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าล้วนได้ไกลสุด 90 กิโลเมตร (มาตรฐาน WLTP) ซึ่งเพียงพอสำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวัน ทั้งการเดินทางในเมืองที่รถติดๆ หรือการเดินทางในระยะสั้นๆ จึงแทบไม่ต้องใช้น้ำมันเลย นี่จึงเป็นเสน่ห์ของ E-Performance ในแบบ Porsche ที่ไม่ได้เลือกเดินทางสาย "ประหยัดอย่างเดียว" แต่ผสานทั้งความแรง ความเงียบ ความนุ่มนวล และความเร้าใจเอาไว้ในรถคันเดียว
สิ่งที่ทำให้รถไฮบริดของ Porsche แตกต่างจากรถทั่วไป คือ การพัฒนาโดยยึด "อารมณ์การขับขี่" เป็นศูนย์กลาง ต่อให้เป็นรถพลังงานไฟฟ้า หรือไฮบริด Porsche ยังคงต้องมีบุคลิกของรถสปอร์ท ทั้งพวงมาลัยที่ตอบสนองอย่างแม่นยำ ช่วงล่างที่มีเสถียรภาพ และการตอบสนองที่เฉียบคมในทุกจังหวะ
Porsche Cayenne S E-Hybrid Coupé มาพร้อมระบบช่วงล่างถุงลม PASM ที่ช่วยปรับสมดุลระหว่างความนุ่มสบาย และการยึดเกาะถนนได้อย่างลงตัว เมื่อขับใช้งานในเมือง รถสามารถเคลื่อนตัวได้อย่างนุ่มนวล และประหยัดพลังงาน แต่เมื่อผู้ขับต้องการสมรรถนะ เพียงกดคันเร่งลึกลงไป ระบบไฟฟ้า และเครื่องยนต์จะทำงานร่วมกันทันที ส่งพละกำลังออกมาอย่างหนักแน่นตามแบบฉบับ Porsche
อีกหนึ่งประเด็นสำคัญของรถรุ่นนี้ คือ การประกอบในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่โรงงานประกอบรถยนต์ในเมืองคูลิม ประเทศมาเลเซีย ซึ่งเป็นโรงงานประกอบรถยนต์แห่งแรกของ Porsche นอกทวีปยุโรป ภายใต้ความร่วมมือกับกลุ่ม Sime ซึ่ง Porsche ยืนยันชัดเจนว่า "แม้จะเป็นโรงงานประกอบแรกนอกยุโรป แต่ยังคงมาตรฐานเดียวกับโรงงานหลักที่เยอรมัน ทั้งในด้านกระบวนการผลิต และการควบคุมคุณภาพ"
สิ่งที่ Porsche ให้ความสำคัญมากที่สุด ยังคงเป็น “มาตรฐานเดียวกันทั่วโลก” ไม่ว่ารถจะผลิตจากโรงงานใด ลูกค้าจะต้องได้รับคุณภาพ การขับขี่ และสมรรถนะในแบบเดียวกับที่ Porsche วางมาตรฐานเอาไว้จากเยอรมนี เพราะสำหรับ Porsche เทคโนโลยีจากสนามแข่ง ไม่ได้ถูกสร้างขึ้นเพื่อคนบางกลุ่ม แต่ต้องถูกส่งต่อไปยังผู้ขับขี่ทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน
และนี่คือความหมายที่แท้จริงของ E-Performance จาก Porsche…เทคโนโลยีที่ถือกำเนิดจากสนามแข่ง ก่อนพัฒนาสู่สมรรถนะที่ใช้งานได้จริงในทุกวัน
ผู้ที่สนใจสามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Website Porsche Thailand หรือตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการทุกสาขา


