ทดลองขับ

ทดลองขับ New MG HS PHEV ใช้งานจริง โหมด EV วิ่งได้ไกล 67 กม. !


บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์-ซีพี จำกัด และบริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิต และจำหน่ายรถยนต์ MG (เอมจี) ในประเทศไทย จัดทริพทดลองขับ เปิดประสบการณ์ใหม่ 1 Day 1 Litre With New MG HS PHEV โดยเน้นการใช้งานจริงในชีวิตประจำวัน ท่ามกลางแหล่งธุรกิจของเมืองหลวง

MG HS PHEV_0010

New MG HS PHEV (เอมจี เอชเอส พีเอชอีวี ใหม่) เป็นรถเอสยูวีที่ผสานเครื่องยนต์เข้ากับมอเตอร์ไฟฟ้า ในรูปแบบของพลัก-อิน ไฮบริด ซึ่งกำลังเป็นทเรนด์ของรถในยุคสมัยนี้ เพื่อให้ผู้บริโภคมีทางเลือกได้มากขึ้น ถ้าใช้รถ EV ก็จะวิ่งได้ระยะไม่ไกล แต่ถ้าเป็น PHEV เราสามารถวิ่งได้ระยะทางไกลกว่าเดิม

MG HS PHEV_0002

จุดขายหลักของ New MG HS PHEV กำหนดไว้ 3 ฟังค์ชัน ได้แก่ Fashion, Impressive Driving Technology และ Futuristic Lifestyle ถ้าเราพิจารณาเรื่องแรก เรื่องแฟชันรถยนต์ MG ในปัจจุบันนี้ มีความโดดเด่นในเรื่องการออกแบบ ที่อิงกับสไตล์รถยุโรปอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะ New MG HS PHEV ที่มี Curve  Design ตั้งแต่ซุ้มล้อหน้า ตัวถังด้านข้าง และซุ้มล้อหลัง มีความโค้งมน ในสัดส่วนที่สวยลงตัว ส่วนกระจังหน้านั้นดูแวววาวตามแบบฉบับของ Stella Magnetic Field ที่ช่วยให้ด้านหน้ารถดูหรูหรา และมีเสน่ห์ ไฟหน้าดูโฉบเฉี่ยว แบบ LED Projector ส่วนไฟท้ายแบบ LED Sequential และเสริมความหล่อด้วยล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้ว แบบ Thunder Wind Brade

1

สำหรับภายในห้องโดยสาร บอกเลยว่าดูดีตามสไตล์รถยุโรป New MG HS PHEV มีสีตัวถังให้เลือก 3 เฉดสี ได้แก่ สีขาว Arc White ที่มาพร้อมเบาะนั่ง และภายในห้องโดยสารสีทูโทน Monaco Blue ส่วนสีแดง Scarlet Red และสีดำ Black Knight จะมาพร้อมเบาะนั่ง และภายในห้องโดยสารสีดำขลิบแดง ดูสปอร์ทเคร่งขรึม นอกจากนี้ ยังมี Ambient Light 64 เฉดสีแสง ให้เลือกปรับตามอารมณ์การใช้งานอีกด้วย จุดเด่นของห้องโดยสารที่เราต้องพูดถึง คือ หน้าจอแสดงผลการขับขี่ขนาด 12 นิ้ว แบบ Full Virtual Dashboard เลือกรูปแบบการแสดงผลได้หลากหลายอารมณ์ ส่วนจอเอนเตอร์เทนเมนท์ขนาด 10 นิ้ว  แบบทัชสกรีน มาพร้อมระบบเสียงรอบทิศทาง 8.1 Surround ของ BOSE ให้คุณภาพเสียงที่รื่นรมย์

4

จุดขายที่ 2 คือ Impressive Driving ข้อมูลจำเพาะของ New MG HS PHEV ระบุว่า กำลังสูงสุดรวม 284 แรงม้า โดยแบ่งเป็นกำลังจากเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ 16 วาล์ว DOHC เทอร์โบ TGI ความจุ 1.5 ลิตร 162 แรงม้า ที่ 5,500 รตน. แรงบิด 25.0 กก.-ม. ที่ 1,700-4,300 รตน. ส่วนมอเตอร์ไฟฟ้าให้กำลัง 122 แรงม้า แรงบิด 23.0 กก.-ม. ถ่ายทอดกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 10 จังหวะ EDU ควบคุมด้วยไฟฟ้า ช่วยให้จังหวะการเปลี่ยนเกียร์ทำได้ฉับไว และนุ่มนวล ในโหมดขับขี่สามารถเลือกปรับได้หลายโหมด เช่น EV, Eco, Normal, Sport และ Super Sport อยู่ตรงพวงมาลัย

engine_0005

จุดเด่นของมอเตอร์ไฟฟ้าใน New MG HS PHEV เป็นแบบ Hairpin Winding Motor ให้สมรรถนะสูงทั้งแรงม้า และแรงบิด ระบายความร้อนได้ดี อีกทั้งยังมีขนาดเล็ก จึงสามารถเลือกติดตั้งได้ในหลากหลายขนาดพื้นที่ ส่วนแบทเตอรีสำหรับเก็บกระแสไฟฟ้า เป็นแบบลิเธียม-ไอออน จำนวน 6 โมดูล ความจุ 16.6 กิโลวัตต์ชั่วโมง มีจุดเด่นตรงที่มีระบบควบคุมการทำงานแยกแต่ละโมดูล ระบายความร้อนด้วยน้ำ ข้อดีของแบทเตอรีชนิดนี้ คือ ง่ายต่อการบำรุงรักษา สามารถซ่อม และเปลี่ยนได้ โดยแยกแต่ละโมดูล และผ่านมาตรฐานการรับรองความปลอดภัยระดับโลก รวมถึงผ่านมาตรฐาน IP67 ในเรื่องการป้องกันฝุ่น และน้ำ ส่วนระยะเวลาในการชาร์จแบบ AC ถ้าใช้ชุดชาร์จ MG Home Charger ใช้เวลาเพียง 4 ชม. และถ้าชาร์จด้วย MG Charging Cable ใช้เวลา 5 ชม.

Display_0049

สำหรับความปลอดภัยนั้น ต้องบอกว่าเป็นนิยามใหม่ของรถ PHEV เพราะติดตั้งระบบความปลอดภัยต่างๆ รอบคันมากถึง 25 ระบบ โดดเด่นสุดๆ คือ ระบบ Lane Assist System ประกอบด้วย ระบบ IHC เปิด/ปิดไฟสูงอัตโนมัติ, ระบบ FCW ช่วยเตือนเมื่อเสี่ยงต่อการชนรถคันหน้าขับขี่, ระบบ ACC ควบคุมความเร็วอัตโนมัติแปรผัน, ระบบ TJA ควบคุมความเร็วอัตโนมัติเมื่อความเร็วต่ำ, ระบบ LDW ช่วยเตือนเมื่อรถออกนอกเลน, ระบบ LDP ช่วยควบคุมรถเมื่อออกนอกเลน ระบบ LKA ช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน และที่ขาดไม่ได้ คือ ระบบ 4RDA (Rear Drive Assist) ประกอบด้วยระบบแจ้งเตือนจุดอับสายตา (Blind Spot Detection) ระบบแจ้งเตือนการเปลี่ยนเลน (Lane Change Assist) ระบบแจ้งเตือนขณะถอยหลัง (Rear Cross Traffic Alert) และระบบช่วยเตือนการเปิดประตู (Door Open Warning) นอกจากนี้ ยังอุ่นใจด้วยระบบกล้องรอบคัน (Around  View Monitor)

3

จุดขายที่ 3 คือ Futuristic Lifestyle เช่น โหมด EV สามารถวิ่งได้ระยะทาง 67 กม. อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ทำได้ 7.5 วินาที และคายไอเสียต่ำแค่ 36 กรัม/กม. มีความมั่นใจในการขับขี่ เพราะมีการวางแบทเตอรีตรงกลางรถ ช่วยลดอาการโคลงขณะเข้าโค้ง และลดการสั่นสะเทือนในห้องโดยสาร ตลอดจนมีการลดเสียงรบกวนจากเครื่องยนต์ ทำให้ห้องโดยสารมีความเงียบยิ่งขึ้น สะดวก ประหยัด ปลอดภัย เพราะไม่ต้องเติมน้ำมันบ่อยๆ และยังมีการเชื่อมต่อการใช้งาน MG Home Charger ผ่าน I-Smart Mobile Application ช่วยควบคุมการทำงานเปิด/ปิด ตั้งค่าโหมดการชาร์จแบทเตอรี รวมถึงแสดงสถานะแบทเตอรี ระยะเวลาในการชาร์จ และสถานการณ์ชาร์จ เป็นต้น

charging_0004

เรื่องการดูแลรักษา New MG HS PHEV มีค่าเซอร์วิศตามระยะทาง จาก 10,000-100,000 กม. ประมาณ 33,156 บาท ซึ่งใกล้เคียงกับรถที่ใช้น้ำมัน และมีศูนย์บริการทั่วประเทศกว่า 150 แห่ง

MG HS PHEV_0022

และจากการทดลองขับ 1 วันเต็มๆ กับระยะทางรวม 63 กม. ช่วงแรกวิ่งเบาๆ 30 กม. ฝ่ารถติดจาก CDC เลียบทางด่วนรามอินทราฯ-พุทธมณฑล สาย 1 ช่วงที่ 2 ระยะทาง 16 กม. จากพุทธมณฑล สาย 1-สาทร และช่วงสุดท้าย ระยะทาง 18 กม. จากสาทร-CDC เลียบทางด่วนรามอินทราฯ…ความเร็วเฉลี่ยช่วงเช้า ประมาณ 24.88 กม./ชม. เราใช้โหมด EV ยังมีพลังงานไฟฟ้าเหลือๆ ส่วนความเร็วเฉลี่ยช่วงที่ขับในเมือง ประมาณ 24.13 กม./ชม. ทำอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงของรถในโหมด EV 58-100 กม./ลิตร เบ็ดเสร็จตลอดวัน ลองขับจริง ใช้งานโหมด EV ตลอด มีพลังงานไฟฟ้าเหลือพอสำหรับวิ่งได้อีก 5-6 กม. ซึ่งสอดคล้องกับสภาพการใช้งานจริงในชีวิตประจำวัน ถ้าเราต้องขับรถจากบ้านมาออฟฟิศ และเดินทางไปทำธุระ หรือติดต่อลูกค้าในเมืองอีก 1-2 แห่ง เรายังมีพลังงานไฟฟ้าเหลือขับกลับได้แบบสบายๆ แต่ถ้าต้องเดินทางไกลกว่านี้ ยังอุ่นใจได้ด้วยพลังงานจากเครื่องยนต์สันดาป

B

ฟันธง !

หน้าตาหล่อล่ำ สไตล์ยูโรเพียนคาร์ ระบบความปลอดภัยใส่มาเต็มพิกัด อุ่นใจมากขึ้นกับพลัก-อิน ไฮบริด ใช้น้ำมันก็ได้ ใช้ไฟฟ้าก็ประหยัด ที่สำคัญราคาถูกสุดในกลุ่ม PHEV แต่วิ่งได้ระยะทางไกลสุด !

 

 



------------------------------
เรื่องโดย : ลิขิต น้าประเสริฐ
ภาพโดย : บริษัทผู้ผลิต
คอลัมน์ Online : ทดลองขับ
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/8pS6c
วันที่เผยแพร่ : วันพฤหัสบดี ที่ 18 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา 14:00 นาฬิกา
เพิ่มเพื่อน