ข่าวรอบโลก

FCA Group กับ PSA Group ตกลงรวมกันได้แล้ว


 

FCA Group กับ PSA Group บรรลุข้อตกลงในการควบรวมกิจการของทั้งสองฝ่าย กลายเป็นผู้ผลิตในอุตสาหกรรมยานยนต์ ใหญ่เป็นอันดับที่ 4 ของโลก

คณะกรรมการบริหารของทั้งสองกลุ่ม คือ FCA Group กับ PSA Group ได้ประชุมร่วมกันเพื่อพิจารณาในรายละเอียดของการควบรวม ด้วยสัดส่วน 50:50 ทำให้ยอดรวมการผลิตรถยนต์ของทั้งสองค่ายได้ราว 8.7 ล้านคัน/ปี กลายเป็นค่ายใหญ่อันดับ 4 รองจาก Volkswagen Group, Toyota และ Renault-Nissan โดยในแง่ของรายได้ จะอยู่ในอันดับ 3 จากรายได้โดยรวมราว 170 พันล้านยูโร หรือประมาณ 6,800 พันล้านบาท

การแถลงการณ์ร่วมกันของทั้งสองค่ายระบุว่า การควบรวมกันในครั้งนี้ เป็นประโยชน์แก่ทั้งสองฝ่าย โดย PSA Group จะได้ก้าวเข้าสู่ตลาดสหรัฐอเมริกา ด้วยความช่วยเหลือของ FCA Group ซึ่งจะได้รับประโยชน์จากผลิตภัณฑ์รุ่นใหม่ๆ ทั้งโครงสร้างรถขนาดเล็กรุ่นใหม่ และรถไฟฟ้า จาก PSA Group และจะสามารถร่วมกันพัฒนาเทคโนโลยี อาทิ ยานยนต์ไร้คนขับ และระบบการเชื่อมต่อ ให้ก้าวรุดหน้าได้อย่างรวดเร็ว

การควบรวมในครั้งนี้ ทั้งสองกลุ่มคาดว่า จะสามารถสร้างรายได้จากทวีปยุโรป ราว 46 % และตลาดอเมริกาเหนือประมาณ 43 % โดยการยืนยันว่า ประธาน FCA Group คนปัจจุบัน John Elkann จะขึ้นเป็นประธานของกลุ่ม ขณะที่ Carlos Tavares ซีอีโอ PSA Group จะรับผิดชอบหน้าที่ทั้ง FCA Group และ PSA Group

หลังจากการควบรวม PSA Group จะระงับแผนการเข้าสู่ตลาดอเมริกาเหนือไว้ชั่วคราว Carlos Tavares ได้ชี้แจง โดยระบุว่า “เราเห็นความชำนาญในตลาดอเมริกาเหนือของ FCA Group อย่างมาก และยังมีเวลาเหลืออีกนับปี ก่อนที่จะเริ่มบุกตลาดอย่างจริงจัง”

แม้ว่าระเบียบข้อบังคับหลายมลรัฐของสหรัฐอเมริกา จะเริ่มเข้มงวดกับมาตรฐานค่าไอเสีย แต่ PSA Group ยืนยันว่า พร้อมจะแนะนำรถยนต์ที่มีค่าไอเสียต่ำเข้าสู่ตลาดในสหรัฐอเมริกา “เราพัฒนาเทคโนโลยีด้านรถไฟฟ้า และสร้างความรู้ ความเข้าใจ สำหรับตลาดยุโรป ซึ่งนับเป็นมูลค่ามหาศาลที่จะนำเทคโนโลยีเหล่านั้น เพื่อให้ได้มาตรฐานค่ามลภาวะจากค่าไอเสียที่เข้มงวด”

ในปีที่ผ่านมา FCA Group มีรายได้สุทธิ 115.4 พันล้านยูโร หรือประมาณ 4,616 พันล้านบาท จากการจำหน่ายรถยนต์ 4.84 ล้านคัน ภายใต้ยี่ห้อ Fiat และ Jeep สร้างผลกำไรราว 5 พันล้านยูโร หรือประมาณ 200 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 34 % ในขณะที่ PSA Group  ขายรถได้ 3.88 ล้านคัน สร้างรายได้ 74 พันล้านยูโร หรือประมาณ 2,960 พันล้านบาท ผลกำไรสุทธิ 3.295 ล้านยูโร หรือประมาณ 131.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 40.4 %

บรรดาผู้ที่อยู่ในอุตสาหกรรมยานยนต์ ต่างพากันมองหาธุรกิจที่เกี่ยวข้อง และธุรกิจที่จะสนับสนุนการดำเนินงานของตนเอง ทั้งนี้เพราะในตลาดเริ่มมีผู้เล่นมากราย รวมทั้งการแข่งขันที่สูงขึ้นเรื่อยๆ ประกอบกับข้อบังคับของหลายประเทศ ที่เข้มงวดด้านมลภาวะเพิ่มมากขึ้น โดยเมื่อเดือนเมษายน ที่ผ่านมา มีข่าวว่า FCA Group จะพัฒนาร่วมกันกับ Tesla ในด้านมลภาวะจากค่าไอเสีย เพื่อให้สามารถผ่านค่ามาตรฐานไอเสียของสหภาพยุโรป ได้ง่ายขึ้น

ขณะที่ค่าย Ford ก็จะใช้โครงสร้างพื้นฐาน MEB ของ Volkswagen Group เพื่อพัฒนาเป็นรถไฟฟ้า ในปี 2566

 



------------------------------
เรื่องโดย : มือบ๊วย
คอลัมน์ Online : ข่าวรอบโลก
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/oev9J
วันที่เผยแพร่ : วันพุธ ที่ 25 ธันวาคม 2562 เวลา 12:00 นาฬิกา

Follow autoinfo.co.th

เพิ่มเพื่อน