บทความ

เดินหน้าโครงการ “ขับขี่ปลอดภัย มั่นใจ ไร้แอลกอฮอล” เข้มข้นในช่วงสงกรานต์ เพื่อตรวจปริมาณแอลกอฮอลในเลือดของผู้ขับขี่


เครือข่ายความร่วมมือที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วน เดินหน้าโครงการ “ขับขี่ปลอดภัย มั่นใจ ไร้แอลกอฮอล” ดำเนินการเข้มข้นในช่วงสงกรานต์นี้ เพื่อตรวจปริมาณแอลกอฮอลในเลือดของผู้ขับขี่ทั้ง 2 ฝ่ายที่เกิดอุบัติเหตุจราจร ข้อมูลตั้งแต่เริ่มโครงการ เมื่อปลายปี 2561-ปัจจุบัน มีผลการตรวจแอลกอฮอลกว่า 1,800 ตัวอย่าง พบว่าผู้บาดเจ็บมีแอลกอฮอลในเลือดกว่า 62 % ของผู้บาดเจ็บที่ส่งตรวจทั้งหมด

DSC_1697

นายแพทย์ขจรศักดิ์  แก้วจรัส  รองอธิบดีกรมควบคุมโรค พร้อมกมล  บูรณพงศ์  รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก พลตต. เอกรักษ์  ลิ้มสังกาศ  รองผู้บัญชาการศึกษา สำนักงานตำรวจแห่งชาติ  และจุมพฏ วรรณฉัตรสิริ  ผู้อำนวยการกองบูรณาการความปลอดภัยทางถนน กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ร่วมแถลงข่าวความร่วมมือในการดำเนินงานโครงการ “ขับขี่ปลอดภัย มั่นใจ ไร้แอลกอฮอล”

DSC_1743

นายแพทย์ขจรศักดิ์ แก้วจรัส  รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า อุบัติเหตุทางถนนเป็นปัญหาของประเทศไทยมานาน สร้างความสูญเสียทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และคุณภาพชีวิตของประชาชนเป็นอย่างมาก โดยในปี 2561 ประเทศไทยมีจำนวนผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนสูงถึง 20,169 คน (จากข้อมูล 3 ฐาน ของกระทรวงสาธารณสุข สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และบริษัทกลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ จำกัด) สาเหตุสำคัญของการเกิดอุบัติเหตุทางถนนประการหนึ่ง คือ เมาแล้วขับ ซึ่งเป็นปัญหาสำคัญที่ต้องได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วน

กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข จึงร่วมกับกรมการขนส่งทางบก และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จัดทำโครงการ “ขับขี่ปลอดภัย มั่นใจ ไร้แอลกอฮอล” เพื่อพัฒนากลไกการบังคับใช้กฎหมายให้มีประสิทธิภาพ และมีความเสมอภาคในการบังคับใช้กฎหมาย  โดยกำหนดให้อุบัติเหตุจราจรทุกกรณีที่ทำให้มีผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิตหรือมีทรัพย์สินเสียหาย ผู้ขับขี่ทั้ง 2 ฝ่ายต้องถูกตรวจปริมาณแอลกอฮอล หากผู้ขับขี่สามารถตรวจทางลมหายใจได้ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการ แต่ถ้าผู้ขับขี่ไม่สามารถตรวจทางลมหายใจได้ ให้ส่งตัวไปเจาะเลือดที่โรงพยาบาลเพื่อตรวจทางห้องปฏิบัติการ  ซึ่งได้รับการสนับสนุนงบประมาณในการดำเนินการจากกองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน กรมการขนส่งทางบก จำนวนกว่า 69 ล้านบาท

จากสถิติการตรวจปริมาณแอลกอฮอลในเลือดที่ส่งมาเบิกกับกรมควบคุมโรค ตั้งแต่เริ่มโครงการ เมื่อวันที่ 17 ธันวาคม 2561-31 มีนาคม 2562 มีผลการตรวจแอลกอฮอล 1,873 ตัวอย่าง พบว่าผู้บาดเจ็บมีแอลกอฮอลในเลือดกว่า 62 % ของผู้บาดเจ็บที่ส่งตรวจทั้งหมด และเกินกว่ากฎหมายกำหนด 58 % ในกลุ่มที่เกินกว่ากฎหมายกำหนดมีผู้ที่มีระดับแอลกอฮอลในเลือดสูงตั้งแต่ 100 มิลลิกรัมเปอร์เซนต์ ขึ้นไป มากถึง 90 % ของกลุ่มที่มีแอลกอฮอลเกินกฎหมายกำหนด และมีแอลกอฮอลตั้งแต่ 150 มิลลิกรัมเปอร์เซนต์ ขึ้นไป 41 % ซึ่งจากข้อมูลยังสะท้อนให้ทราบว่า ในผู้ขับขี่ที่ตรวจพบแอลกอฮอลจะมีปริมาณแอลกอฮอลเกินกว่ากฎหมายกำหนดถึง 94 % ของผู้ที่มีแอลกอฮอลในเลือดทั้งหมด

โครงการนี้เป็นความร่วมมือของหลายหน่วยงาน ได้แก่ กรมควบคุมโรค  กรมการขนส่งทางบก  สำนักงานตำรวจแห่งชาติ  กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.)  กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์  กรมประชาสัมพันธ์ กรมคุมประพฤติ  บริษัทกลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ จำกัด สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.)  มูลนิธิเมาไม่ขับ และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ได้ร่วมกันดำเนินการและประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้ให้กับประชาชน เพื่อให้เกิดความตระหนักถึงความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน และเกรงกลัวต่อกฎหมาย รวมทั้งเป็นการกระตุ้นการทำงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และมุ่งหวังที่จะเปลี่ยนแนวคิดของคนไทย หากจะขับต้องไม่ดื่ม แต่ถ้าดื่มแล้วก็ต้องห้ามขับ เพื่อให้สังคมไทยขับขี่ได้อย่างปลอดภัย มั่นใจ ไร้แอลกอฮอล  โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลสงกรานต์ปีนี้ ประชาชนจำนวนมากจะเดินทางกลับภูมิลำเนา ซึ่งจะมีการขับขี่จำนวนมาก ส่งผลให้มีแนวโน้มการเกิดอุบัติเหตุทางถนนสูงกว่าช่วงปกติ ทุกภาคส่วนจึงต้องร่วมกันดำเนินการในเรื่องนี้อย่างเข้มข้นและต่อเนื่อง   

DSC_1724

กมล  บูรณพงศ์  รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก กล่าวว่า กรมการขนส่งทางบก พร้อมให้การสนับสนุนโครงการต่างๆ ของหน่วยงานและองค์กรที่มีเป้าหมายเพื่อป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน สำหรับโครงการ ขับขี่ปลอดภัย มั่นใจ ไร้แอลกอฮอล” มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในภารกิจการตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอลในร่างกายผู้ขับรถที่ประสบอุบัติเหตุ และไม่สามารถตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอลทางลมหายใจได้ งบประมาณที่ได้รับการสนับสนุน ถ้าไม่รวมค่าใช้จ่ายอื่นๆ ในการบริหารโครงการ จะสามารถตรวจพิสูจน์ผู้ขับรถที่ประสบอุบัติเหตุได้เป็นจำนวน 73,000 ราย ครอบคลุมการปฏิบัติงานทั่วประเทศในช่วงระยะเวลา 1 ปี เริ่มตั้งแต่เดือนธันวาคม 2561 ไปสิ้นสุดในเดือนพฤศจิกายน 2562 เป็นการเพิ่มประสิทธิภาพในการบังคับใช้กฎหมาย ทำให้ผู้ขับขี่มีความระมัดระวังมากขึ้น ตระหนักถึงความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน ส่งผลให้การเกิดอุบัติเหตุลดลง ผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตลดลงตามไปด้วย

นอกจากนี้ กรมการขนส่งทางบก ซึ่งมีหน้าที่ควบคุมกำกับดูแลการความปลอดภัยในการเดินทางด้วยรถโดยสารสาธารณะได้กำหนดมาตรการในเชิงป้องกันด้วยการตรวจสอบปริมาณแอลกอฮอลในลมหายใจพนักงานขับรถ และผู้ประจำรถทุกคนก่อนปฏิบัติหน้าที่ในช่วงเทศกาลปีใหม่และสงกรานต์ ณ สถานีขนส่งผู้โดยสารและจุดจอดทุกแห่งทั่วประเทศ รวม 195 แห่ง และสุ่มตรวจสอบระหว่างทางบนถนนสายหลักและสายรอง ณ จุดตรวจความพร้อม 17 จังหวัด รวม 18 แห่ง หากตรวจพบพนักงานขับรถและผู้ประจำรถมีปริมาณแอลกอฮอลในลมหายใจเกิน 0 มิลลิกรัมเปอร์เซนต์ สั่งเปลี่ยนตัวและส่งตัวดำเนินคดีตามกฎหมายทันทีเพื่อความปลอดภัย ทั้งยังมีมาตรการเอาผิดกับผู้ประกอบการขนส่งที่ไม่ควบคุมพนักงานขับรถและผู้ประจำรถด้วย หากประชาชนร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการส่งเสริมความปลอดภัย หากพบเห็นการจำหน่ายหรือบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอลภายในสถานีขนส่ง หรือพบพนักงานขับรถโดยสารสาธารณะบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอลบนรถหรือขณะขับขี่ แจ้งศูนย์คุ้มครองผู้โดยสารและรับเรื่องร้องเรียน 1584 ตลอด 24 ชั่วโมง



------------------------------
เรื่องโดย : สุดาภรณ์ ไกรแก้ว
ภาพโดย : บริษัทผู้ผลิต
คอลัมน์ Online : ธุรกิจ
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/YA8JY
วันที่เผยแพร่ : วันศุกร์ ที่ 12 เมษายน 2562 เวลา 14:00 นาฬิกา
อัพเดทล่าสุด
27 Mar 2019

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
1,180,000
2.
970,000
3.
22,500,000
4.
5,499,000
5.
2,490,000
6.
1,500,000
7.
5,099,000
9.
2,379,000
10.
3,999,000
11.
16,900,000
12.
689,000
14.
655,000
15.
1,350,000
16.
5,350,000
17.
8,999,000
18.
1,550,000
20.
6,990,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th