บทความ

ฟอร์ด เรนเจอร์ 2018 จัดเต็มเทอร์โบคู่ เกียร์ 10 จังหวะ เสริมระบบเบรคฉุกเฉิน ระบบช่วยจอดอัจฉริยะ


บริษัท ฟอร์ด เซลส์ แอนด์ เซอร์วิส (ประเทศไทย) จำกัด ได้พาทีมงาน “autoinfo.co.th” ไปทดลองขับ ฟอร์ด เรนเจอร์ 2018 ใหม่ ที่ จ. เชียงราย เมื่อวันที่ 3-4 สค. 61 ที่ผ่านมา ซึ่งมีทั้งทางตรงยาว และทางลาดชันให้ได้ทดสอบสมรรถนะในรุ่น ไวลด์ทแรค เครื่องยนต์ 2.0 ลิตร เทอร์โบคู่ และในรุ่นเครื่องยนต์ 2.0 ลิตร VG Turbo Intercooler เกียร์อัตโนมัติ 10 จังหวะ

J1DX3042 (2)

 

ฟอร์ด เรนเจอร์ 2018 ใหม่ ไม่มีเครื่องยนต์ขนาด 3.2 ลิตร เหมือนรุ่นก่อน ซึ่งถูกแทนที่ด้วยเครื่องยนต์ 2.0 ลิตร เทอร์โบคู่ (Bi-Turbo) และเครื่องยนต์ 2.0 ลิตร เทอร์โบเดี่ยว ที่มาพร้อมเกียร์อัตโนมัติ 10 จังหวะ ที่มีอยู่ใน ฟอร์ด เอฟ-150 และมัสแตง และยังมีเครื่องยนต์ 2.2 ลิตร เกียร์อัตโนมัติ และเกียร์ธรรมดา 6 จังหวะอยู่ด้วย

 

Retouch_001

 

ในวันแรก ทีมงานได้ทดลองขับ ฟอร์ด เรนเจอร์ 2018 ใหม่ ในรุ่น ไวลด์ทแรค ขับเคลื่อน 4 ล้อ เครื่องยนต์ดีเซล 2.0 ลิตร เทอร์โบคู่ (Bi-Turbo) เมื่อมองโดยรวมภายนอก ไม่แตกต่างจากรุ่นเดิมมากนัก ซึ่งเห็นชัดที่สุดเป็นส่วนของกันชนหน้าที่ปรับแต่งเส้นสายสีดำเพียงเล็กน้อยเท่านั้น และฝาท้ายแบบใหม่ Easy Lift ทำให้การปิดกระบะท้ายง่าย ออกแรงยกน้อยลงถึง 70 % มีทั้งในรุ่น ลิมิเทด และ ไวลด์ทแรค ซึ่งจากทดลองปิดฝาท้าย ก็ยกได้อย่างเบามือจริงๆ

 

Retouch_062

Retouch_078

Retouch_089

Retouch_059

 

เมื่อเข้ามานั่งภายในห้องโดยสาร ก็พบกับเบาะสีดำ เย็บด้วยด้ายสีส้มดูสปอร์ท พร้อมฝังตัวหนังสือ Wildtrack ไว้ที่คอนโซลหน้า มีระบบการสั่งงานด้วยเสียงภาษาไทย ซิงค์ 3 (SYNC3) โดยเพียงกดปุ่มที่พวงมาลัย และสั่งการด้วยเสียงภาษาไทย ครอบคลุมได้ทั้งระบบปรับอากาศ หาคลื่นวิทยุ โทรออก
นอกจากนี้ภายในห้องโดยสารยังมีระบบปล่อยคลื่นเสียง เพื่อตัดเสียงรบกวนที่ไม่พึงประสงค์ ทำให้ห้องโดยสารเงียบขึ้น
เทคโนโลยีความปลอดภัย ติดตั้งถุงลมนิรภัย 6 จุด มีระบบโทรฉุกเฉินอัตโนมัติไปยังสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ 1669 เมื่อรถเกิดอุบัติเหตุร้ายแรงอีกด้วย

 

Retouch_034

 

ในช่วงแรกทีมงานได้นั่งอยู่ที่เบาะหลัง มุ่งหน้าไปยังร้านอาหาร กาสะลอง ไร่พีบี วัลเลย์ ซึ่งเป็นทางตรงยาว สัมผัสได้ถึงช่วงล่างที่นั่งสบายไม่แพ้รถเก๋ง ลุยทางขรุขระบนถนนลาดยางเก็บแรงสั่นสะเทือนได้อย่างละเอียด หากเดินทางไกลๆ จะลดความรู้สึกเหนื่อยล้าลงได้อย่างชัดเจน

 

Retouch_026

Retouch_027

 

เมื่อเดินทางมาถึงที่ร้านอาหาร กาสะลอง ไร่พีบี วัลเลย์ คณะสื่อมวลชนก็ได้รับประทานอาหาร และหลังจากนั้นก็ได้ทดลองเทคโนโลยี ระบบเบรคอัตโนมัติ (AEB) ซึ่งทีมงาน ฟอร์ด ได้จำลองเหตุการณ์เสมือนจริง มีรถและคนเดินถนนอยู่ด้านหน้า โดยระบบนี้จะทำงานเบรคจนรถหยุดนิ่งโดยอัตโนมัติ ไม่ต้องกดปุ่มตั้งค่าแต่อย่างใด ทำงานภายใต้เงื่อนไขความเร็วไม่เกิน 50 กม./ชม. ถ้าหากความเร็วเกินที่กำหนด ระบบจะสั่งงานให้ชะลอความเร็วเท่านั้น ซึ่งจากการทดลองใช้ความเร็ว 30 กม./ชม. และปล่อยให้เบรคอัตโนมัติ ระยะเวลาของการทำงานสั้น เบรคได้หยุดสนิท โดยมีเรดาร์และกล้องหน้ารถเป็นอุปกรณ์ตรวจจับความเคลื่อนไหว และระยะห่าง

 

Retouch_020

 

อีกหนึ่งเทคโนโลโยที่ทันสมัย ที่อยู่ใน ฟอร์ด 2018 นั่นก็คือ ระบบช่วยจอดอัจฉริยะ (Active Park Assist) ซึ่งเป็นแบบกึ่งอัตโนมัติ เมื่อผู้ขับต้องการหาที่จอด เพียงกดปุ่มค้นหาที่อยู่ใกล้เคียงกับคันเกียร์ ซึ่งระบบจะแสดงผลและสั่งการบนหน้าจอด้วยภาษาไทย ซึ่งเข้าใจได้ง่ายมาก เช่น เมื่อพบช่องจอดรถ หน้าจอจะแสดงผล “ค้นหาที่จอดได้แล้ว เข้าเกียร์ R ปล่อยมือจากพวงมาลัย” ผู้ขับแค่เตะคันเร่ง และเปลี่ยนเกียร์เท่านั้น

 

Retouch_003

Retouch_002 (1)

Retouch_072

 

หลังจากนั้นได้มุ่งหน้าไปยังร้านกาแฟ พาโนรามา คอฟฟี ซึ่งเส้นทางนี้จะลัดเลาะไปตามแม่น้ำโขง ผ่านทางชัน และโค้งสลับไปมา ซึ่งในรุ่น ไวลด์ทแรค เครื่องยนต์ดีเซล 2.0 ลิตร เทอร์โบคู่ (Bi-Turbo) ที่ให้พละกำลังสูงสุด 213 แรงม้า ที่ 3,750 รตน. แรงบิด 500 นิวตัน-เมตร ที่ 1,750-2,000 รตน. มีเทอร์โบแรงดันสูงขนาดเล็ก ทำงานในช่วงรอบเครื่องต่ำ ซึ่งเป็นตัวช่วยให้ออกตัวได้ว่องไว แต่ถ้าหากรอบเครื่องสูงขึ้นเทอร์โบแรงดันต่ำขนาดใหญ่ ก็จะเข้ามาช่วยกันทำงาน ส่วนเกียร์อัตโนมัติ 10 จังหวะ เป็นแบบ Torque Converter พร้อมโหมด Select Shift ที่บริเวณหัวเกียร์ (ไม่ต้องผลักคันเกียร์) สามารถเปลี่ยนเกียร์ได้ด้วยปุ่มบวก/ลบ ซึ่งเมื่อกดแล้วตำแหน่งเกียร์จะไปแสดงผลที่หน้าจอมาตรวัด ผู้ขับขี่สามารถรู้อัตราทดได้ตลอดการเดินทาง การเปลี่ยนเกียร์เปลี่ยนได้อย่างเรียบเนียน อัตราทดละเอียดขึ้น ขับสบาย ให้อารมณ์ไม่เหน็ดเหนื่อยในการเร่งเครื่องเพื่อต้องการรอบเครื่องยนต์

 

Retouch_118

Retouch_004

 

วันสุดท้าย เดินทางไปยัง ไร่ชาฉุยฟง โดยใช้เส้นทางดอยแม่สลอง ที่ขึ้นชื่อเรื่องความคดเคี้ยวหักศอก มีเนินชันตลอดเส้นทาง โดยรถที่ใช้ได้ทดลองขับในวันนี้เป็นรุ่น ไวลด์ทแรค ขับเคลื่อน 2 ล้อ เครื่องยนต์ 2.0 ลิตร VG Turbo Intercooler กำลังสูงสุด 180 แรงม้า ที่ 3,500 รตน. แรงบิด 420 นิวตัน-เมตร ที่ 1,750-2,500 รตน. เกียร์อัตโนมัติ 10 จังหวะ ซึ่งพละกำลังก็มีดีไม้แพ้กับเทอร์โบคู่ อาจต่างกันที่ช่วงออกตัวเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ระบบ Tractoin Control ก็จัดการไม่ให้ล้อหมุนฟรีขณะลงโค้งด้วยความเร็วที่มีความลาดชันสูงได้ดีอีกด้วย

 

Retouch_018

 

สรุป : เครื่องใหม่พละกำลังดี ช่วงล่างเก็บแรงสั่นสะเทือนได้ดีเยี่ยม ออพชันเยอะ ระบบซิงค์ 3 (SYNC 3) สั่งงานด้วยเสียงภาษาไทย มีระบบช่วยจอดอัจฉริยะ เบรคฉุกเฉินที่ความเร็วต่ำ ภายนอกปรับเปลี่ยนน้อยไป ดูแล้วไม่ค่อยแตกต่างจากรุ่นเดิม



------------------------------
เรื่องโดย : พีรพัฒน์ อินทมาตย์
ภาพโดย : บริษัทผู้ผลิต
คอลัมน์ Online : ทดลองขับ
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/w2Te7
วันที่เผยแพร่ : วันอังคาร ที่ 7 สิงหาคม 2561 เวลา 14:48 นาฬิกา
อัพเดทล่าสุด
16 Aug 2018

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
3,590,000
2.
1,316,000
3.
1,749,000
4.
1,699,000
6.
3,299,000
7.
5,399,000
8.
6,799,000
9.
3,249,000
10.
4,980,000
11.
53,500,000
13.
3,600,000
14.
4,539,000
15.
13,339,000
16.
2,999,000
17.
1,749,000
18.
1,800,000
20.
13,500,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th