บทความ

Toyota RAV4 ปรับตัว…เสริมเหลี่ยม พร้อมลุยแบบเอสยูวีเต็มขั้น


Toyota RAV4 ถือกำเนิดมาในฐานะเป็นผู้นำของครอสส์โอเวอร์ เอสยูวี ด้วยคอนเซพท์ รถที่จะมองหรือขับก็สนุก ไม่ว่าภาคสนามหรือในเมือง และกลายเป็นเอสยูวีที่เหมาะกับการวิ่งลุย หลังจากนั้น มันก็กลายเป็นรุ่นหลักรุ่นหนึ่งในตลาดโลกของ Toyota

ล่าสุด Toyota เปิดตัว RAV4 ใหม่ (สเปคของสหรัฐอเมริกา) ครั้งแรกของโลกในงานมหกรรมยานยนต์นิวยอร์ค ซึ่งมีการเปิดงานที่สหรัฐอเมริกาช่วงต้นเดือนเมษายน

20180328_01_19

20180328_01_02RAV4 ใหม่ นับเป็นรุ่นที่ 5 เสริมความแข็งแกร่งของตัวถัง และปรับจุดศูนย์ถ่วงให้อยู่ในระดับต่ำ โดยการใช้พแลทฟอร์มใหม่ที่ยึดการปฏิรูปโครงสร้างในการผลิตรถยนต์ของ Toyota (TNGA: Toyota New Global Architecture) เป็นพื้นฐาน

20180328_01_03มิติรถ ยาว 4,595 มม. กว้าง 1,855 มม. และสูง 1,700 มม. เน้นความสูงของท้องรถ และล้อขนาดใหญ่ 19 นิ้ว

20180328_01_1620180328_01_10ส่วนล่างของตัวถังพ่นสีดำตลอด และซุ้มล้อทรงเหลี่ยม ดูแกร่ง

20180328_01_05ห้องโดยสารหรูหรา แผงหน้าปัดที่ไล่ระดับในแนวระนาบและคอนโซลกลางใหญ่

20180328_01_06เบาะคู่หน้าสไตล์สปอร์ท พร้อมซันรูฟคู่หน้า/หลัง มีให้เห็นใน รัฟโฟร์ รุ่นใหม่

20180328_01_21พับเบาะราบขยายพื้นที่บรรทุกสัมภาระ โดยใช้ที่นั่งตอนหลังแบบแบ่งส่วน 60:40 ที่ปรับเอนได้

20180328_01_20เครื่องยนต์ไดเรคท์อินเจคชัน 4 สูบเรียง 2.5 ลิตร ระบบเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะ และ 2.5 ลิตร Hybrid ทั้งนี้ ยังใช้ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อแบบใหม่ (Dynamic Torque Vectoring Awd) เป็นครั้งแรกของ Toyota การบรรจุกลไก Torque Vectoring ที่คอยควบคุมแรงขับเคลื่อนด้านหน้า/หลัง รวมทั้งด้านซ้าย/ขวาของล้อหลัง ทำให้แม้ตอนที่วิ่งบนทางโค้งหรือทางวิบาก ก็ได้เสถียรภาพในการควบคุมและสมรรถนะในการลากจูง

20180328_01_01

นอกจากนี้ ยังบรรจุกลไก Disconnect ที่จะคอยเพิ่มการประหยัดเชื้อเพลิงโดยหยุดการหมุนของระบบขับเคลื่อนที่ล้อหลังในเวลาที่วิ่งด้วยระบบขับเคลื่อน 2 ล้อ ส่วนในรถระบบ Hybrid ก็มีการนำ E-Four แบบใหม่ มาใช้เป็นครั้งแรกในรถ Toyota ทั้งนี้มีการเพิ่มแรงบิดสูงสุดของล้อหลังในเวลาที่ขับเคลื่อนด้วยพลังไฟฟ้าอีก 1.3 เท่าของรุ่นปัจจุบัน เพื่อเพิ่มสมรรถนะในการวิ่งทางลุย และเสถียรภาพในการควบคุมที่ยอดเยี่ยม เมื่อนำระบบควบคุมแบบใหม่ที่กระจายแรงบิดของล้อหลังให้เหมาะสมกับสภาพการขับขี่มาใช้

20180328_01_11

อีกทั้งยังบรรจุ Toyota Safety Sense ชุดอุปกรณ์ป้องกันภัยล่วงหน้า ให้เป็นอุปกรณ์มาตรฐานในรถทุกเกรด เพื่อเพิ่มสมรรถนะในการป้องกันภัยล่วงหน้าให้สูงขึ้น ประกอบด้วย Pre-Crash Safety ระบบช่วยหลีกเลี่ยงการปะทะและลดความเสียหาย โดยทำการตรวจจับรถ อีกทั้งคนเดินเท้า (ช่วงกลางวัน/ช่วงกลางคืน) และจักรยาน (ช่วงกลางวัน) Radar Cruise Control ที่ช่วยเหลือในการขับตามรถคันหน้า (กลไกติดตามความเร็วติดตั้งพร้อมในรถทุกเกรด) Lane Tracing Assist ที่ช่วยเหลือในการควบคุมการขับขี่ที่จำเป็นสำหรับการรักษาเส้นทางตลอดเวลาที่ Radar Cruise Control ทำงาน

20180328_01_12Lane Departure Alert พร้อมกลไกควบคุมพวงมาลัยที่ทุ่มเทในการป้องกันอุบัติเหตุจากการวิ่งออกนอกเลน Automatic High Beam ที่ช่วยรักษาทัศนวิสัยเบื้องหน้ายามค่ำคืน Road Side Assist ช่วยลดการมองข้ามป้ายข้างทาง และกระตุ้นให้ขับขี่อย่างปลอดภัย โดยใช้กล้องจับภาพป้ายข้างทาง และแสดงให้รับรู้บนมัลทิอินฟอร์เมชันมอนิเตอร์ ฯลฯ

20180328_01_18

การวางจำหน่าย รัฟโฟร์ แบบใหม่ที่สหรัฐอเมริกา กำหนดไว้ประมาณปลายปี 2018 (ต้นปี 2019 สำหรับไฮบริด) สำหรับประเทศญี่ปุ่น กำหนดวางจำหน่ายช่วงฤดูใบไม้ผลิ ปี 2019

 

 



------------------------------
เรื่องโดย : thanasan saowamol
คอลัมน์ Online : รถใหม่ 4×4
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/B2cmU
วันที่เผยแพร่ : วันจันทร์ ที่ 30 เมษายน 2561 เวลา 10:11 นาฬิกา
อัพเดทล่าสุด
8 Oct 2018

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
2.
2,090,000
3.
2,229,000
4.
779,000
5.
3,590,000
7.
1,316,000
8.
1,749,000
9.
1,699,000
11.
3,299,000
12.
5,399,000
13.
6,799,000
14.
3,249,000
15.
4,980,000
16.
53,500,000
18.
3,600,000
19.
13,500,000
20.
6,799,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th