บทความ

สมาคมนำเข้าฯ ดันลดภาษีนำเข้ารถหรู หวังปรับลดราคาสู้ศึกตลาดรถหรูแข่งดุ


สมาคมผู้นำเข้าและจำหน่ายรถยนต์ใหม่ เร่งดันภาครัฐ ปรับลดโครงสร้างภาษีรถนำเข้า ลดความต่างด้านราคาตอบรับความต้องการของผู้บริโภค พร้อมวอนใช้มาตรการ 317 กับรถนำเข้าทุกยี่ห้อ หวังปลดลอครถค้างในด่านศุลกากร

สมศักดิ์ ศรีรัตนประภาส นายกสมาคมผู้นำเข้าและจำหน่ายรถยนต์ใหม่ เปิดเผยว่า ทางสมาคมฯ มีความประสงค์จะให้หน่วยงานราชการพิจารณาเรื่องอัตราการจัดเก็บภาษีรถยนต์นำเข้าของผู้จัดจำหน่ายรถยนต์ กับผู้นำเข้ารถยนต์อิสระให้มีอัตราใกล้เคียงกัน เพื่อให้การแข่งขันทางธุรกิจเป็นไปอย่างเสรี และเป็นทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการความแตกต่างในราคาใกล้เคียงกันหากปัจจุบันราคาของผู้จัดจำหน่ายต่ำกว่าผู้นำเข้ารถยนต์อิสระค่อนข้างมาก ทำให้เกิดการผูกขาดและการแข่งขันทางธุรกิจค่อนข้างลำบาก

ล่าสุด ทางสมาคมฯ ได้มีการปรึกษาหารือกับทางกระทรวงการคลังในเรื่องการลดภาษีนำเข้ารถยนต์ โดยทางสมาคมฯ ได้ขอให้มีการพิจารณาปรับลดอัตราภาษีนำเข้ารถยนต์ (CBU) ทุกยี่ห้อจากเดิมจัดเก็บในอัตรา 80 % โดยขอปรับลดเหลือประมาณ 40 %
ซึ่งได้รับการตอบรับจากท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเป็นอย่างดี แต่อัตราการจัดเก็บภาษีนำเข้ารถยนต์จะปรับลดตามที่เสนอหรือไม่คงต้องรอมติ ครม. ที่จะนำเสนอและประกาศใช้อย่างเป็นทางการในเร็วๆ นี้

ทั้งนี้ การปรับลดอัตราภาษีนำเข้ารถยนต์จะทำให้ผู้บริโภคมีทางเลือกในการเป็นเจ้าของรถยนต์รุ่นใหม่ๆ มากขึ้น เนื่องจากรถยนต์ที่ผู้นำเข้าอิสระนำเข้าส่วนใหญ่ บริษัทแม่ได้นำเข้ามาจำหน่าย จึงถือเป็นอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับผู้บริโภคและเมื่อมีการแข่งขันมากขึ้นอัตราการเติบโตของตลาดรถยนต์ก็จะขยายตัวเพิ่มขึ้นส่งผลให้เกิดการสร้างงาน และจ้างงานขณะที่ภาครัฐสามารถจัดเก็บภาษีและนำมาใช้ประโยชน์ในการพัฒนาประเทศมากขึ้นด้วย

“ในเรื่องนี้ ทางสมาคมฯ ได้ใช้เวลาในการปรึกษาหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาเป็นเวลานานกว่า 4 ปี เนื่องจากอัตราภาษีนำเข้ารถยนต์ทั้งคัน (CBU) มีอัตราที่สูงมากเมื่อเทียบกับประเทศต่างๆ เมื่อนำมารวมกับอัตราภาษีที่จัดเก็บของหน่วยงานราชการอื่นๆ อีก 3 ส่วน คือ ภาษีสรรพสามิต ภาษีมหาดไทย และภาษีมูลค่าเพิ่ม ทำให้ต้นทุนของรถยนต์นำเข้าสูงมาก ส่งผลทำให้ไม่สามารถแข่งขันในตลาดได้ และผู้บริโภคต้องซื้อรถยนต์ในราคาที่แพงขึ้นอีกด้วย ขณะที่รถยนต์ที่ผลิตในประเทศ หรือรถยนต์นำเข้าจาก 10 ประเทศในเขตอาฟทา ได้รับการยกเว้นภาษีทำให้ต้นทุนแตกต่างกันมาก”

พร้อมกันนี้ ทางสมาคมฯ อยากวิงวอนให้ทางกรมศุลกากรช่วยผ่อนปรนสำหรับรถยนต์ที่ค้างในด่านกรมศุลกากรก่อน โดยการนำมาตรการ 317 มาใช้กับรถยนต์นำเข้าทุกยี่ห้อเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าวให้ลุล่วงเป็นการชั่วคราว เพราะปัญหาดังกล่าวส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจของผู้ประกอบการและผู้บริโภคที่ซื้อรถยนต์แต่ไม่ได้รับรถยนต์มาเป็นเวลานานหลายเดือน และในอนาคตหากมีการกำหนดนโยบายและประกาศใช้อย่างเป็นทางการ ทางสมาชิกสมาคมฯ ก็ยินดีที่จะปฏิบัติตามกฎระเบียบต่างๆ อย่างเคร่งครัด

ทั้งนี้ ตามที่ท่านอธิบดีกรมศุลกากรได้ประกาศให้มีการนำนโยบายมาตรการ 317 เรื่องการคำนวณอัตราภาษีรถยนต์นำเข้าจากต่างประเทศกลับมาใช้เป็นการชั่วคราวนั้นเพื่อแก้ปัญหารถยนต์นำเข้าที่ค้างอยู่ที่ด่านกรมศุลกากรมากกว่า 6 เดือน แต่ยังไม่ครอบคลุมรถยนต์ 4 ยี่ห้อ ได้แก่ แฟร์รารี, ลัมโบร์กินี, มาเซราตี และโพร์เช รวมกว่า 1,000 คัน เนื่องจากกรมศุลกากรให้สำแดงราคาจำหน่ายสูงกว่าราคาจำหน่ายในอังกฤษ ปี 2556 โดยพิจารณาว่า ราคารถยนต์จะต้องปรับตัวสูงขึ้นตามเทคโนโลยีที่ทันสมัยมากขึ้นในแต่ละปี หากในความเป็นจริง ผู้ประกอบคนไทยถือเป็นลูกค้าที่สำคัญของตลาดรถยนต์ในอังกฤษ และการซื้อรถยนต์ในแต่ละครั้งจะซื้อแบบยกลอท หรือขายส่ง ทำให้ได้รับส่วนลดมาก ไม่สามารถเทียบกับราคาขายปลีกได้ซึ่งการที่ผู้ประกอบการสามารถซื้อรถในราคาที่ต้นทุนต่ำก็ส่งผลดีต่อผู้บริโภคได้มีโอกาสซื้อรถยนต์ในราคาถูกและได้สเปคตามที่ลูกค้าต้องการอย่างแท้จริง

“ในเรื่องรถยนต์นำเข้าที่อยู่ในเขต Free Zone และยังไม่มีการตรวจปล่อยจากด่านศุลกากรทางสมาคมฯ ได้มีการปรึกษาหารือกับท่านปลัดกระทรวงการคลังและได้ทำหนังสือถึงท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังและท่านนายกรัฐมนตรี เนื่องจากทางสมาชิกของสมาคมฯ ได้รับความเดือดร้อน และรถยนต์ที่ค้างอยู่ในเขต Free Zone มีเป็นจำนวนมาก ทำให้การดำเนินธุรกิจของสมาชิกสมาคมฯ ที่เป็น SME ได้รับผลกระทบเป็นอย่างมากเนื่องจากการสั่งรถยนต์ในแต่ละครั้งจะต้องสั่งจองล่วงหน้า โดยเฉพาะรถยุโรป ต้องสั่งล่วงหน้าประมาณ 8 เดือน และต้องวางเงินมัดจำประมาณ 25-30 % และเมื่อผู้ประกอบการไม่สามารถรับมอบรถยนต์ที่ส่งมาจากซัพพลายเออร์ได้ อาจโดนยึดเงินมัดจำ เสียเครดิท หรือถ้ารุนแรงก็ต้องเลิกกิจการ ดังนั้น จึงเป็นอีกประเด็นที่ทางสมาคมฯ อยากจะให้ทางหน่วยงานที่รับผิดชอบเร่งดำเนินการแก้ไขอย่างเร่งด่วน”



------------------------------
เรื่องโดย : สุดาภรณ์ ไกรแก้ว
ภาพโดย : บริษัทผู้ผลิต
คอลัมน์ Online : ธุรกิจ
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/roWCb
วันที่เผยแพร่ : วันศุกร์ ที่ 16 กุมภาพันธ์ 2561 เวลา 14:00 นาฬิกา
อัพเดทล่าสุด
8 Oct 2018

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
2.
2,090,000
3.
2,229,000
4.
779,000
5.
3,590,000
7.
1,316,000
8.
1,749,000
9.
1,699,000
11.
3,299,000
12.
5,399,000
13.
6,799,000
14.
3,249,000
15.
4,980,000
16.
53,500,000
18.
3,600,000
19.
13,500,000
20.
6,799,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th