บทความ

กรมการขนส่งทางบก เผยผลสแกนรถโดยสาร


สนิท พรหมวงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยว่า  กรมการขนส่งทางบก ร่วมกับ บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.)สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.), ทหาร, ตำรวจ และหน่วยงานท้องถิ่น สแกนรถโดยสารทุกคัน ทุกสถานีขนส่งผู้โดยสารและจุดจอด 212 แห่งทั่วประเท เพื่อสร้างความปลอดภัยทางถนน โดยเข้มข้นดำเนินการตามมาตรการ 777 ของกระทรวงคมนาคม ช่วง 7 วันแรกที่ประชาชนเริ่มทยอยเดินทาง ช่วงเทศกาล และ 7 วันหลังเฝ้าระวังความปลอดภัย โดยเริ่มตั้งแต่วันที่ 21 ธันวาคม 2560 ที่ผ่านมา ทั้งนี้เฉพาะวันที่ 24 ธันวาคม 2560 ตรวจความพร้อมของรถโดยสารสาธารณะและพนักงานขับรถจำนวน 16,984 คัน แบ่งเป็นรถโดยสารสาธารณะหมวด 2 (กรุงเทพฯ-ต่างจังหวัดทุกเส้นทาง) จำนวน 8,722 คัน และรถโดยสารสาธารณะหมวด 3 (เส้นทางระหว่างจังหวัด) จำนวน 8,262คัน พบข้อบกพร่องเกี่ยวกับตัวรถโดยสารสาธารณะรวม 70 คัน สั่งให้ผู้ประกอบการนำรถคันใหม่มาเปลี่ยนทดแทนจำนวน5 คัน เนื่องจากสภาพยางชำรุดจำนวน 4 คัน และไม่เชื่อมต่ออุปกรณ์ GPS Tracking ทำให้ไม่สามารถตรวจสอบติดตามสถานะรถได้ อีกจำนวน 1 คัน ด้านพนักงานขับรถ พบข้อบกพร่อง 6 รายสั่งเปลี่ยนตัวคนขับและนำตัวส่งพนักงานสอบสวน 1 ราย เนื่องจากไม่มีใบอนุญาตขับรถ ทั้งนี้ส่งผลให้สถิติการสแกนรถโดยสารรวม4 วัน (21-24 ธันวาคม 2560) ตรวจรถโดยสารสาธารณะและพนักงานขับรถรวมทั้งสิ้น 62,379 คัน แบ่งเป็นรถโดยสารสาธารณะหมวด 2 (กรุงเทพฯ-ต่างจังหวัดทุกเส้นทาง) จำนวน33,159 คัน และรถโดยสารสาธารณะหมวด 3 (เส้นทางระหว่างจังหวัด) จำนวน 29,220 คัน พบข้อบกพร่องเกี่ยวกับตัวรถโดยสารสาธารณะรวม 402  คัน เป็นรถโดยสารสาธารณะหมวด 2 จำนวน 216  คัน ส่วนรถโดยสารสาธารณะหมวด 3 พบบกพร่องจำนวน 186 คัน  ซึ่งถูกสั่งพ่น “ห้ามใช้” ทันทีจำนวน 3 คัน และสั่งให้เปลี่ยนรถทันทีอีกจำนวน 11 คัน เนื่องจากตรวจพบร่องดอกยางลึกต่ำกว่ากำหนด, ไฟถอยหลังชำรุดหรือใช้งานไม่ได้, กระจกกันลมแตกร้าว,  ด้านพนักงานขับรถพบข้อบกพร่องจำนวน 16ราย ส่วนใหญ่เป็นเรื่องการแต่งกายไม่ถูกต้องตามกฎกระทรวง และไม่บันทึกสมุดประจำรถ และเปลี่ยนคนขับรถทันที 1 ราย เนื่องจากไม่มีใบอนุญาตขับรถ

กรมการขนส่งทางบกพร้อมอำนวยความสะดวกให้ประชาชนทุกคนได้เดินทางกลับบ้านอย่างปลอดภัย กำชับทุกหน่วยจัดรถโดยสารประจำทางและรถโดยสารไม่ประจำทางเสริมในเส้นทางให้เพียงพอทั้งเที่ยวไป-เที่ยวกลับ ไม่ล่าช้า ไม่มีผู้โดยสารตกค้างที่สถานีพนักงานขับรถและพนักงานประจำรถแอลกอฮอลเป็นศูนย์ทุกคน เพื่อลดสถิติการเกิดอุบัติเหตุ และต้องไม่มีผู้เสียชีวิตจากรถโดยสารสาธารณะเป็นต้นเหตุ โดยขอให้ผู้ประกอบการเร่งดำเนินการปรับปรุงและตรวจสอบรถทุกคันที่จะนำมาให้บริการประชาชนซึ่งต้องมีความมั่นคง แข็งแรง อยู่ในสภาพพร้อมใช้งานได้อย่างปลอดภัย โดยเฉพาะการทำงานของ GPS Tracking ต้องตรวจสอบอุปกรณ์ให้พร้อมใช้งาน สามารถเชื่อมโยงข้อมูลติดตามสถานะรถและการเดินรถได้ตลอด 24 ชั่วโมง ทั้งที่ศูนย์บริหารจัดการเดินรถระบบ GPS ทั้งส่วนกลางและภูมิภาค และผ่านแอพพลิเคชัน DLT GPS ส่วนพนักงานขับรถและผู้ประจำรถทุกคน ขับรถด้วยความระมัดระวัง ปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด หากผู้ประกอบการไม่สามารถควบคุมดูแลพนักงานขับรถให้ปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างปลอดภัย หากเกิดอุบัติเหตุร้ายแรงจนเป็นเหตุให้มีผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิต ผู้ประกอบการต้องรับผิดชอบชดใช้ค่าเสียหายที่เกิดขึ้น และอาจถูกพิจารณาพักใช้หรือเพิกถอนใบอนุญาตประกอบการขนส่งด้วยสำหรับประชาชนหากพบรถโดยสารไม่ปลอดภัย เอาเปรียบผู้โดยสาร แจ้งศูนย์คุ้มครองผู้โดยสารและรับเรื่องร้องเรียน สายด่วน 1584 ตลอด 24 ชั่วโมง หรือแจ้งเจ้าหน้าที่ประจำศูนย์คุ้มครองผู้โดยสารประจำสถานีขนส่ง

 



------------------------------
เรื่องโดย : นุสรา เงินเจริญ
ภาพโดย : บริษัทผู้ผลิต
คอลัมน์ Online : ธุรกิจ
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/d6ax1
วันที่เผยแพร่ : วันพุธ ที่ 27 ธันวาคม 2560 เวลา 09:00 นาฬิกา
อัพเดทล่าสุด
8 Oct 2018

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
2.
2,090,000
3.
2,229,000
4.
779,000
5.
3,590,000
7.
1,316,000
8.
1,749,000
9.
1,699,000
11.
3,299,000
12.
5,399,000
13.
6,799,000
14.
3,249,000
15.
4,980,000
16.
53,500,000
18.
3,600,000
19.
13,500,000
20.
6,799,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th