บทความ

กรมการขนส่งทางบก สแกนเข้มรถโดยสารทุกสถานี


สนิท พรหมวงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยว่า เทศกาลปีใหม่ 2561 กระทรวงคมนาคมเตรียมความพร้อมรองรับการเดินทางโดยกำหนดมาตรการเข้มข้น 7 7 7 แบ่งเป็น 7 วันก่อนเทศกาล วันที่ 21-27 ธันวาคม 25607 วันระหว่างเทศกาล วันที่ 28 ธันวาคม 2560-3 มกราคม 2561 และ 7 วันหลังเทศกาล วันที่ 4-10 มกราคม 2561 โดยตั้งเป้าหมายลดสถิติการเกิดอุบัติเหตุ ลดจำนวนผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ และต้องไม่มีผู้เสียชีวิตจากระบบขนส่งสาธารณะ พนักงานขับรถต้องมีระดับแอลกอฮอลเป็นศูนย์ทุกคน ทั้งยังกำหนดมาตรการดูแลอำนวยความสะดวกการเดินทางให้ประชาชนทุกคนได้เดินทางกลับบ้านอย่างปลอดภัย ในส่วนของกรมการขนส่งทางบกได้สั่งการให้สำนักงานขนส่งจังหวัดทุกแห่งจัดเตรียมรถโดยสารประจำทางและรถโดยสารไม่ประจำทางเสริมในเส้นทางให้เพียงพอกับความต้องการเดินทางของประชาชนทั้งเที่ยวไป-เที่ยวกลับ ซึ่งต้องไม่มีผู้โดยสารตกค้างที่สถานีโดยเด็ดขาด และให้ตรวจตราความปลอดภัยภายในสถานีขนส่งผู้โดยสาร เพื่อป้องกันมิจฉาชีพที่แฝงตัวเข้ามาฉวยโอกาส และตรวจสอบการให้บริการของผู้ประกอบการทุกรายอย่างเข้มงวด นอกจากนี้ กรมการขนส่งทางบกยังร่วมกับ ภาคีเครือข่ายภาครัฐ หน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคม รัฐวิสาหกิจ สถานศึกษา และภาคเอกชน บูรณาการมาตรการด้านความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกเพื่อรองรับการเดินทางของประชาชนด้วย 3 กิจกรรม คือ การสแกนเข้มรถโดยสารทุกสถานี ดำเนินการร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.), บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.), คณะกรรมการจัดระเบียบรถโดยสารสาธารณะ ตำรวจ และหน่วยงานท้องถิ่น กิจกรรมตรวจรถฟรี ขับขี่ปลอดภัย ดำเนินการร่วมกับภาคเอกชน สมาคม และหน่วยงานต่างๆ กว่า 2,000 แห่งทั่วประเทศ ให้บริการเชคความพร้อมของรถยนต์และรถจักรยานยนต์โดยไม่คิดค่าบริการ และการตั้งจุดให้บริการทั่วไทยร่วมภาคีเครือข่าย ร่วมกับ สอศ. จำนวน 189 จุดทั่วประเทศ

มาตรการสแกนเข้มรถโดยสารทุกสถานี คือ การสานต่อมาตรการตรวจความพร้อมรถโดยสารและคนขับรถตามแบบรายการ Checklist ของกรมการขนส่งทางบก โดยบูรณาการร่วมกับ สอศ., บขส., คณะกรรมการจัดระเบียบรถโดยสารสาธารณะ, ตำรวจ และหน่วยงานท้องถิ่น ตรวจสอบความพร้อมของรถโดยสารทุกคัน พนักงานขับรถทุกคนที่สถานีขนส่งผู้โดยสารและจุดจอดรถที่กำหนดรวม 212 แห่งทั่วประเทศ และเพิ่มความเข้มข้นตรวจสอบความปลอดภัยของรถโดยสารเช่าเหมา (รถโดยสารไม่ประจำทาง) ระหว่างทางบนเส้นทางหลักใน 11 จังหวัด รวม 14 แห่ง โดยแบ่งการดำเนินงานเป็น 3 ช่วง (รวม 21 วัน) ได้แก่ ช่วงเตรียมความพร้อมก่อนเทศกาล เริ่มดำเนินการระหว่างวันที่ 1-7 ธันวาคม 2560 เพื่อกระตุ้นให้เกิดความตระหนักและเร่งปรับปรุงแก้ไขตัวรถและสร้างความเข้าใจให้แก่พนักงานขับรถ ควบคู่กับการตรวจความพร้อมที่สถานประกอบการ ช่วงก่อนเทศกาล ดำเนินการระหว่างวันที่ 21-27 ธันวาคม 2560 ซึ่งเป็นช่วงที่มีประชาชนเริ่มทยอยเดินทางกลับภูมิลำเนา และช่วงเทศกาล ดำเนินการเข้มข้นระหว่างวันที่ 28 ธันวาคม 25603 มกราคม 2561 โดย สอศ. ได้จัดคณะอาจารย์และนักศึกษาในพื้นที่ ตรวจสอบความพร้อมของรถร่วมกับเจ้าหน้าที่ของกรมการขนส่งทางบก หากพบรถโดยสารไม่ปลอดภัย ไม่พร้อมใช้งานพ่นข้อความ “ห้ามใช้”vและต้องนำรถเข้าตรวจสภาพหลังดำเนินการแก้ไขเรียบร้อยแล้ว กรณีพบพนักงานขับรถมีสภาพไม่พร้อมvหรือพบการกระทำความผิดดำเนินการลงโทษขั้นสูงสุด ทั้งปรับ พักใช้หรือเพิกถอนใบอนุญาตขับรถและ “สั่งห้ามปฏิบัติหน้าที่” โดยผู้ประกอบการต้องเปลี่ยนรถคันใหม่และพนักงานขับรถที่พร้อมปฏิบัติหน้าที่แทนทันทีเพื่อไม่ให้มีผู้โดยสารตกค้าง และเข้มงวดตรวจสอบให้ผู้โดยสารคาดเข็มขัดนิรภัยครบถ้วนทุกคนก่อนออกเดินทาง

 ในส่วนของกิจกรรม “ตรวจรถ “ฟรี” ขับขี่ปลอดภัย” เป็นหนึ่งในมาตรการสำคัญเพื่อช่วยลดและป้องกันอุบัติเหตุบนท้องถนน ด้วยการเน้นย้ำให้ผู้ใช้รถให้ความสำคัญกับการตรวจความพร้อมของสภาพตัวรถ เครื่องยนต์ และอุปกรณ์ส่วนควบภายในรถก่อนการเดินทางไกล โดยร่วมกับภาคเอกชน สมาคม และหน่วยงานต่างๆ อาทิ บริษัทผู้ผลิตและศูนย์บริการตัวแทนจำหน่ายรถยนต์/รถจักรยานยนต์ ศูนย์บริการซ่อมบำรุงรักษารถ ศูนย์ซ่อมรถของบริษัทประกันภัย บริษัทติดตั้งแกส NGV/LPG ในรถยนต์ บริษัทผลิตและศูนย์บริการจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิง สถานตรวจสภาพรถ (ตรอ.) สมาคมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรวมกว่า 2,000 แห่งทั่วประเทศ ให้บริการเชคความพร้อมรถยนต์และรถจักรยานยนต์โดยไม่คิดค่าบริการจำนวนกว่า 20 รายการ เช่น การตรวจระบบเบรค สภาพยาง อุปกรณ์ปัดน้ำฝน ระดับน้ำมันเครื่องและความสกปรกของน้ำมันเครื่อง ระดับน้ำมันเบรค การทำงานของไฟส่องสว่าง/ไฟสัญญาณต่างๆ เป็นต้น สามารถนำรถเข้ารับบริการฟรี ณ สถานประกอบการที่มีป้ายประชาสัมพันธ์ “ตรวจรถ “ฟรี” ขับขี่ปลอดภัย” ตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2560-15 มกราคม 2561 ซึ่งจะให้บริการประชาชนทั้งช่วงก่อนการเดินทางเพื่อเตรียมความพร้อมรถ และครอบคลุมถึงช่วงการเดินทางกลับเพื่อตรวจบำรุงรักษารถหลังจากใช้รถทางไกลด้วย

นอกจากนี้ ในช่วง 7 วันของการเดินทาง ระหว่างวันที่ 28 ธันวาคม 2560-3 มกราคม 2561 ร่วมกับ สอศ. เพื่อตั้งจุดให้บริการ 189 จุดทั่วประเทศ เพื่อให้บริการเชคสภาพรถและซ่อมรถเบื้องต้นกรณีเกิดเหตุฉุกเฉิน รวมทั้งเป็นหน่วยบริการอำนวยความสะดวก พักผ่อนคลายความเมื่อยล้าระหว่างการเดินทาง โดยจะตั้งอยู่บริเวณถนนสายหลักที่มีการจราจรหนาแน่น หรือสถานีบริการน้ำมัน หรือจุดให้บริการร่วมกับหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง นอกจากมาตรการเข้มข้นช่วงเทศกาล กรมการขนส่งทางบกและ สอศ. ยังร่วมกันสร้างสรรค์นวัตกรรมระบบทดสอบขับรถภาคปฏิบัติด้วยระบบอีเลคทรอนิคส์ (E-Driving) เพื่อร่วมยกระดับมาตรฐานคุณภาพผู้ขับรถ รองรับนโยบายการใช้ระบบทดสอบขับรถด้วยอีเลคทรอนิคส์ทุกสำนักงานขนส่ง และรองรับการขยายตัวของโรงเรียนสอนขับรถเอกชนให้เป็นไปตามมาตรฐานเดียวกัน ทั้งยังเป็นการสนับสนุนให้เกิดการใช้เทคโนโลยีฝีมือคนไทย ซึ่งมีต้นทุนการผลิตและการบำรุงรักษาระบบน้อยกว่า แต่มีประสิทธิภาพทัดเทียมต่างประเทศ เป็นหนึ่งในแนวทางการทำงานแบบสานพลังประชารัฐให้เกิดการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน

นอกเหนือจากมาตรการข้างต้น กรมการขนส่งทางบกยังเข้มงวดเฝ้าระวังการใช้ความเร็วของรถโดยสารและรถบรรทุกให้เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด โดยจัดหน่วยเคลื่อนที่ตรวจจับความเร็วในเส้นทางเข้าออกกรุงเทพฯ เช่น ถนนพระราม 2 ถนนสายเอเชีย ตั้งจุดตรวจและจุดสกัดรถกระทำความผิด พร้อมจัดเจ้าหน้าที่ติดตามการเดินรถผ่านศูนย์บริหารจัดการเดินรถระบบ GPS ตลอด 24 ชั่วโมง กรณีพบรถโดยสารใช้ความเร็วเกินกำหนด เบื้องต้นจะประสานผู้ประกอบการขนส่งให้แจ้งผู้ขับรถให้ลดความเร็วทันที หากยังฝ่าฝืนประสานเจ้าหน้าที่ประจำจุดสกัด หรือจุดตรวจความพร้อมใน 11 จังหวัด ที่ใกล้ที่สุดให้เข้าระงับการใช้ความเร็ว เพื่อป้องกันอุบัติเหตุร้ายแรงที่อาจเกิดขึ้นจากการใช้ความเร็วเกินกำหนด ทุกมาตรการเพื่อความปลอดภัยของกรมการขนส่งทางบกให้ยกระดับความเข้มข้น ดำเนินการจริงจัง เด็ดขาด และลงโทษทันที ทั้งพนักงานขับรถ ผู้ประจำรถ และผู้ประกอบการขนส่ง ลงโทษสูงสุดถึงขั้นพิจารณาพักใช้หรือเพิกถอนใบอนุญาตประกอบการ สำหรับประชาชนกรณีพบรถโดยสารไม่ปลอดภัย เอาเปรียบผู้โดยสาร แจ้งศูนย์คุ้มครองผู้โดยสารและรับเรื่องร้องเรียน สายด่วน 1584 ตลอด 24 ชั่วโมง หรือแจ้งเจ้าหน้าที่ประจำศูนย์คุ้มครองผู้โดยสารประจำสถานีขนส่ง



------------------------------
เรื่องโดย : นุสรา เงินเจริญ
ภาพโดย : บริษัทผู้ผลิต
คอลัมน์ Online : ธุรกิจ
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/beOdc
วันที่เผยแพร่ : วันเสาร์ ที่ 9 ธันวาคม 2560 เวลา 09:00 นาฬิกา
อัพเดทล่าสุด
10 Apr 2018

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
3,299,000
2.
5,399,000
3.
6,799,000
4.
3,249,000
6.
53,500,000
8.
3,600,000
9.
4,539,000
10.
13,339,000
11.
2,999,000
12.
1,749,000
13.
1,800,000
15.
499,000
16.
979,000
17.
990,000
18.
4,090,000
19.
1,699,000
20.
13,500,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th