บทความ

ซูซูกิ แนะนำ ซีอัซ อัพเกรดฟังค์ชันใหม่ในราคาเดิม


โยจิ มุโรซากะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า ซูซูกิ ตอกย้ำความเป็นพรีเมียมอีโคคาร์อีกครั้ง  ด้วยการแนะนำ “Suzuki Ciaz ที่สุดของความคุ้มค่า…มากกว่ากับความสบาย” สุดยอดสปอร์ทอีโคซีดานที่สมบูรณ์แบบทั้งด้านดีไซจ์น และสมรรถนะ ห้องโดยสารกว้างขวาง พร้อมอัพเกรดฟังค์ชันใหม่ที่ให้ความสบายกว่าในราคาเดิม เสริมทัพอีโคคาร์ของ ซูซูกิ ให้แข็งแกร่ง  ตอบรับความต้องการของลูกค้าสมกับความเป็นพรีเมียมอีโคคาร์มากยิ่งขึ้น และโชว์ยานยนต์ขับเคลื่อนอิสระขนาดเล็กที่ ซูซูกิ สนับสนุนทีม Hakuto มุ่งสู่ภารกิจพิชิตดวงจันทร์ พร้อมทั้งยังคงเน้นกลยุทธ์ Sport Marketing กับการเป็นผู้สนับสนุนหลักอย่างเป็นทางการในการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมพ์แห่งชาติอาเซียนภายใต้ชื่อ AFF Suzuki Cup 2018 จัดมาพร้อมพโรโมชันโดนใจและรับข้อเสนอพิเศษ! บัตรเติมน้ำมันฟรี 5,000 บาท ลูกค้าที่จองรถทุกรุ่น ทั้งนี้ ซูซูกิ ตั้งเป้ายอดจองในงาน Motor Expo 1,200 คัน

วัลลภ ตรีฤกษ์งาม  กรรมการบริหารด้านการขายและการตลาด บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า คอนเซพท์บูธ ครั้งนี้ได้ย่อส่วนโชว์รูม ซูซูกิ มาจัดแสดงในงาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 34″ ซึ่งประกอบด้วยยนตรกรรมคุณภาพหลากหลายรุ่นจาก ซูซูกิ เช่นเคย ตั้งแต่ Suzuki Ciaz ซึ่งมีการเพิ่มฟังค์ชันใหม่ในราคาเดิม ด้วยการเพิ่มช่องปรับอากาศพร้อมช่องจ่ายไฟสำรองบริเวณคอนโซลตรงกลางสำหรับผู้โดยสารด้านหลัง เพื่อให้ความสะดวกสบายตลอดการเดินทาง โดยจะมีในรุ่น Suzuki Ciaz RS ราคา 675,000 บาท สีขาว เพิ่ม 5,000 บาท ส่งเสริมให้ Suzuki Ciaz เป็นสปอร์ทอีโคซีดานที่เหนือกว่าอีโคซีดานในระดับเดียวกัน  สำหรับ Suzuki Swift แฮทช์แบคอีโคคาร์ ที่ยังคงได้รับความนิยมจากลูกค้าอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่วันแรกที่เปิดตัวจนมาถึงทุกวันนี้ ก็จะถูกนำมาจัดแสดงคู่กับ Suzuki Celerio อีโคคาร์ไซซ์เล็กแต่คุณภาพเกินตัว และ Suzuki Ertiga รถยนต์อเนกประสงค์ 3 แถว 7 ที่นั่ง พร้อมระบบ One Touch Walk-in ปรับพับเบาะได้อย่างง่ายดายถึง 8 แบบ

อีกทั้งเป็นที่ทราบกันดีว่า ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย)ฯ ให้การสนับสนุนและพร้อมจุดประกายไอเดียให้กับลูกค้า ที่สนใจอยากมีธุรกิจเป็นของตนเอง ผ่านการนำรถกระบะอเนกประสงค์เพื่อการพาณิชย์ Suzuki Carry มาดัดแปลงสร้างธุรกิจการค้าเคลื่อนที่อย่าง Carry Food Truck ซึ่งในครั้งนี้ก็มีการนำเสนอไอเดียใหม่ ด้วยการนำรถมาตกแต่งเป็น Carry Beauty Truck เป็นการขยายแนวคิดการค้าเคลื่อนที่ที่จะไม่ได้มีเพียงอาหารอีกต่อไป

ยวัลลภ กล่าวเพิ่มเติมว่า ซูซูกิ มุ่งพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อการผลิตรถยนต์ประหยัดพลังงานและอีโคคาร์มาอย่างต่อเนื่อง โดยได้ผลิตและจำหน่ายอีโคคาร์ ตั้งแต่ปี 2555 และจำหน่ายภายในประเทศแล้วกว่า 122,000 คัน (ยอดจำหน่ายถึงเดือนตุลาคม 2560) และมุ่งเน้นสร้างการบริการเหนือความมุ่งหวังผ่านทางโชว์รูมและศูนย์บริการของผู้จำหน่ายรถยนต์ ซูซูกิ กว่า 107 แห่งทั่วประเทศ นั่นแสดงถึงศักยภาพและความพร้อมของ ซูซูกิ รวมถึงตอกย้ำความเป็นผู้นำเทคโนโลยีในการผลิตอีโคคาร์อย่างชัดเจน และซูซูกิ จะเดินหน้าต่อไปอย่างไม่หยุดยั้งในการพัฒนาเทคโนโลยีรถยนต์ประหยัดพลังงานที่มีประสิทธิภาพสูงยิ่งขึ้น เพื่อตอบรับกับความเปลี่ยนแปลงด้านพลังงานของโลก และเพื่อตอบรับกับความต้องการรถยนต์ประหยัดพลังงานของผู้บริโภคในยุคปัจจุบันและอนาคต

ปีนี้ ซูซูกิ ได้มีการนำยานยนต์ขับเคลื่อนขนาดเล็กจากประเทศญี่ปุ่น ซึ่งจะได้นำไปปฏิบัติภารกิจที่ยิ่งใหญ่และท้าทายระดับโลก นั่นก็คือ การลงจอดและสำรวจดวงจันทร์ให้สำเร็จลุล่วง โดยที่มาที่ไปของภารกิจดังกล่าว เริ่มมาจากในปี 2016 ซูซูกิ ได้มีการจับมือกับทีมงาน Hakuto ซึ่งเป็นทีมงานที่เข้าร่วมในการแข่งขันพโรแกรม Google Lunar XPRIZE การแข่งขันภารกิจพิชิตดวงจันทร์ระดับประเทศ ซึ่งได้รับความสนใจจากประเทศต่างๆ อย่างล้นหลาม การแข่งขันสุดยิ่งใหญ่นี้ ประกอบไปด้วย 3 ภารกิจหลัก ได้แก่ ยานยนต์ที่ออกแบบต้องสามารถลงจอดบนดวงจันทร์ได้สำเร็จ สามารถเดินทางบนพื้นผิวของดวงจันทร์ได้อย่างน้อย 500 เมตร และต้องมีการส่งข้อมูลภาพและวีดีโอที่มีความคมชัดสูงกลับมายังโลก โดย ซูซูกิ ได้ดำเนินการสนับสนุนและให้คำปรึกษาในหลายๆ ด้านสำหรับภารกิจของ Hakuto โดยการสนับสนุนที่สำคัญเป็นอย่างยิ่ง ได้แก่ ความสำเร็จในการลดน้ำหนัก และเสริมสร้างความแข็งแกร่งของโครงสร้างยานยนต์ ซึ่งการสร้างและทดสอบการเคลื่อนที่ของยานยนต์ รวมไปถึงการปรับแต่งเครื่องยนต์นั้น อาจจะส่งผลต่อความแข็งแกร่งของยานยนต์ได้ รวมไปถึงมีค่าใช้จ่ายที่สูงและค่อนข้างใช้เวลานานมาก ในการนี้ ซูซูกิ ได้แชร์ข้อมูลความรู้เกี่ยวกับการวิเคราะห์เทคโนโลยีโครงสร้างสำหรับรถยนต์มาปรับใช้ในภารกิจ Hakuto ซึ่งช่วยให้ทีมงาน Hakuto สามารถจำลองแบบโครงสร้างของตัวยานยนต์ที่จะใช้ในการปฏิบัติภารกิจ Hakuto ในคอมพิวเตอร์ได้สำเร็จ ด้วย ซูซูกิ เป็นบแรนด์ชั้นนำ ที่เชี่ยวชาญในการผลิตรถยนต์ขนาดเล็กให้กับผู้บริโภค ในจุดนี้ ซูซูกิ เล็งเห็นถึงความเชื่อมโยงในส่วนของภารกิจ Hakuto ที่พยายามสร้างสรรค์นวัตกรรมยานยนต์ขนาดเล็กที่จะขึ้นไปวิ่งบนดวงจันทร์ ซูซูกิ จึงตัดสินใจร่วมเป็นสปอนเซอร์ให้กับภารกิจดังกล่าว เพื่อใช้ความเชี่ยวชาญในเรื่องการผลิตรถยนต์ ในการพิชิตภารกิจที่น่าตื่นเต้นนี้

ซูซูกิ ได้เดินหน้าทำกิจกรรมทางการตลาดเพื่อเข้าถึงกลุ่มลูกค้าและเพื่อสานสัมพันธ์ระหว่างบแรนด์ ซูซูกิ กับลูกค้าให้ใกล้ชิดกันมากยิ่งขึ้น โดยยังคงเน้นกลยุทธ์ในการทำ Sport  Marketing อย่างต่อเนื่อง ซึ่งในปี 2561 นี้ การแข่งขันฟุตบอลชิงแชมพ์แห่งชาติอาเซียนจะจัดขึ้นอีกครั้ง และซูซูกิ ยังคงเป็นผู้สนับสนุนหลักอย่างเป็นทางการ ภายใต้ชื่อ AFF Suzuki Cup 2018 ซึ่งชาวไทยจะได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการส่งแรงเชียร์ทีมฟุตบอลทีมชาติไทย ในการแข่งขันฟุตบอลที่ยิ่งใหญ่และน่าตื่นเต้นเร้าใจนี้อีกครั้งหนึ่ง

อีกด้านหนึ่งที่ ซูซูกิ ให้ความสำคัญมาอย่างต่อเนื่อง คือ การให้บริการทั้งก่อนและหลังการขาย ในปีนี้ ซูซูกิ สามารถสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้าคนสำคัญอีกครั้ง ด้วยคะแนนความพึงพอใจที่เพิ่มสูงขึ้น จากผลสำรวจของ เจดี เพาเวอร์ “ดัชนีด้านบริการงานขายในประเทศไทย ประจำปี 2560” คะแนนของ ซูซูกิ อยู่สูงกว่าค่าเฉลี่ยของกลุ่มรถยนต์บแรนด์ยอดนิยม และครองอันดับ 4 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 และซูซูกิ ยังคงเดินหน้ายกระดับมาตรฐานงานขายและการให้บริการให้เป็นที่ประทับใจเกินความคาดหมาย เพื่อเพิ่มความพึงพอใจของลูกค้าให้มากยิ่งขึ้น ด้วยโชว์รูมและศูนย์บริการมาตรฐานทั่วประเทศกว่า 107 แห่ง ซึ่งภายในปีนี้มีแผนที่จะขยายโชว์รูมและศูนย์บริการมาตรฐานทั่วประเทศให้ครบ 120 แห่ง เพื่อรองรับการให้บริการอย่างทั่วถึง

“นอกจาก ซูซูกิ จะให้ความสำคัญกับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพและเป็นที่ยอมรับในกลุ่มลูกค้า เรายังให้ความสำคัญกับการพัฒนาบุคลากร และการเตรียมความพร้อมอยู่เสมอในการมอบบริการประทับใจเหนือความคาดหมาย เพื่อให้ลูกค้าทุกท่านได้มีความสุขและตื่นเต้นไปกับการขับขี่สู่ทุกจุดหมายในทุกเส้นทาง ตรงกับแนวคิดในการทำงานของเรา Suzuki…Way of Life !”

 



------------------------------
เรื่องโดย : นุสรา เงินเจริญ
ภาพโดย : บริษัทผู้ผลิต
คอลัมน์ Online : ธุรกิจ
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/SOxLs
วันที่เผยแพร่ : วันพุธ ที่ 6 ธันวาคม 2560 เวลา 15:00 นาฬิกา
อัพเดทล่าสุด
8 Oct 2018

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
2.
2,090,000
3.
2,229,000
4.
779,000
5.
3,590,000
7.
1,316,000
8.
1,749,000
9.
1,699,000
11.
3,299,000
12.
5,399,000
13.
6,799,000
14.
3,249,000
15.
4,980,000
16.
53,500,000
18.
3,600,000
19.
13,500,000
20.
6,799,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th