บทความ

Toyota อาจใช้ยางไม่เติมลม


 

แม้รถไฟฟ้า จะมีเทคโนโลยีที่ไม่สลับซับซ้อน ทั้งในแง่วิศวกรรม, การออกแบบ และการทำงานที่ไม่ก่อให้เกิดภาวะ แต่นำ้หนักตัวรถโดยรวมก็ยังเป็นปัญหาใหญ่สำหรับค่ายรถยนต์ รวมทั้งขนาดของแบทเตอรีที่มีขนาดใหญ่มาก หากต้องการให้ได้ระยะทางไกล ก็เป็นปัญหาด้วยเช่นกัน

มีข่าวว่าค่าย Toyota สนใจนวัตกรรมยางรถยนต์ที่ไม่ต้องเติมลม เพื่อเป็นการลดน้ำหนักโดยรวมสำหรับรถไฟฟ้าในอนาคต พร้อมทดลองแนะนำรถยนต์ต้นแบบ พร้อมยางไม่ต้องเติมลมต้นแบบ เมื่องานมหกรรมยานยนต์โตเกียว ที่ผ่านมา

แม้ว่านวัตกรรมยางรถยนต์ที่ไม่ใช้ลม ยังอยู่ระหว่างการพัฒนา และน่าจะใช้เวลาอีกหลายปี ที่จะสามารถออกจำหน่ายอย่างเป็นทางการได้ ขณะที่น้ำหนักโดยรวม ยังคงใกล้เคียงกับยางรถยนต์ที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน แต่ Toyota ก็หวังว่า การพัฒนาต่อไปในอนาคต จะสามารถทำให้เหมาะสมกับรถไฟฟ้า ก็เป็นได้ Takao Satoวิศวกรของ Toyota  เป็นผู้ให้คำอธิบายเกี่ยวกับยางที่ไม่ต้องเติมลม ที่ติดตั้งอยู่ในรถต้นแบบ Fine-Comfort Ride

ยางไม่ต้องเติมลมนี้ ผลิตโดยใช้ยางแผ่น หุ้มรอบกระทะล้อที่ทำจากพลาสติค-อลูมิเนียม และเป็นซี่แบบรังผึ้ง โดยติดตั้งมอเตอร์ที่กึ่งกลางของล้อ ซึ่ง Takao Sato เชื่อว่า การพัฒนาเทคโนโลยีในอนาคต จะสามารถทำให้มีน้ำหนักเบากว่านี้ เพื่อช่วยในการเฉลี่ยน้ำหนักโดยรวมจากมอเตอร์และชุดแบทเตอรี

Takao Sato ให้สัมภาษณ์ Bloomburg ว่า ภายในปี 2568 การปรับปรุงเทคโนโลยีของล้อแบบนี้ น่าจะสามารถลดน้ำหนักลงได้ราว 5 กก. จากน้ำหนักปัจจุบัน ผิดกับล้อยางที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน ที่ไม่สามารถลดน้ำหนักลงได้

Sumitomo Rubber ผู้พัฒนายางไม่ต้องเติมลม ระบุว่า ยางจะสามารถพัฒนาให้ใช้ได้กับรถยนต์ทุกประเภท แต่ปัจจุบัน ยังทำการทดสอบอยู่กับ รถขนาดเล็กและรถกอล์ฟ

นอกเหนือจากปัญหาในการลดน้ำหนักโดยรวมแล้ว ยางไม่ต้องเติมลมยังมีแนวทางที่จะต้องพัฒนาประเด็นใหญ่อีกอย่างหนึ่ง คือ การต้านทานการหมุน เพราะแรงต้านการหมุนมีมากกว่ายางล้อปกติ หรือสูงกว่าราว 10-20 % ซึ่งเป็นปัญหาใหญ่อีกประการหนึ่ง

แต่อย่างน้อย Sumitomo Rubber ก็ยังต้องอธิบายให้ผู้ผลิตรายอื่นและผู้บริโภคโดยรวม ว่ายางแบบใหม่นี้มีความปลอดภัยในการใช้งาน เพราะยังไม่มีบริษัทหรือผู้บริโภครายใดที่ได้ทำการทดลองใช้งานมาก่อน

 



------------------------------
เรื่องโดย : มือบ๊วย
คอลัมน์ Online : ข่าวรอบโลก
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/TpsjB
วันที่เผยแพร่ : วันอังคาร ที่ 7 พฤศจิกายน 2560 เวลา 12:00 นาฬิกา
อัพเดทล่าสุด
25 Jul 2018

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
1,749,000
2.
1,699,000
4.
3,299,000
5.
5,399,000
6.
6,799,000
7.
3,249,000
9.
53,500,000
11.
3,600,000
12.
4,539,000
13.
13,339,000
14.
2,999,000
15.
1,749,000
16.
1,800,000
18.
499,000
19.
979,000
20.
13,500,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th