บทความ

พนัส แอสเซมบลีย์ฯ ประกาศผลสุดยอดสตาร์ทอัพ LogTech


พนัส แอสเซมบลีย์ฯ ประกาศผลการประกวดโครงการ Panus Thailand LogTech Award 2017 พร้อมติดสปีดเคลื่อนไหวต่อเนื่องด้วยการตั้งกองทุนนวัตกรรมลอจิสติคส์ PANUS Logistics Innovation Fund หนุนส่งผู้ประกอบการ LogTech ไทยให้แจ้งเกิด และร่วมลงทุนในธุรกิจสตาร์ทอัพอย่างจริงจัง ล่าสุดนำร่องร่วมทุนแล้ว 2 บริษัท ก่อนตกผลึกไอเดียสุดเจ๋งเป็นนวัตกรรมอัจฉริยะ ‘LogiSenses’ โดยมี AIS ให้การสนับสนุนเทคโนโลยี NB IoT พร้อมต่อยอดให้บริการระบบบริหารอุปกรณ์ภาคพื้นในสนามบิน เตรียมเริ่มทดลองให้บริการ ในพื้นที่สนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิ 

โครงการ Panus Thailand LogTech Award 2017 ริเริ่มดำเนินการโดย บริษัท พนัส แอสเซมบลีย์ จำกัด ผู้นำตลาดในภาคธุรกิจขนส่ง และสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดยศูนย์บ่มเพาะธุรกิจเทคโนโลยี เพื่อเฟ้นหาสตาร์ทอัพด้านธุรกิจลอจิสติคส์ (LogTech) เป็นรายแรกของประเทศไทย ซึ่งปรากฏว่ามีผู้สนใจสมัครร่วมส่งผลงานเข้าประกวดเป็นจำนวนมาก ทั้งประเภทนิสิตนักศึกษาในระดับอุดมศึกษา และประเภทนิติบุคคลและบุคคลทั่วไป ที่ดำเนินธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับลอจิสติคส์ ทั้งนี้ ทางคณะกรรมการได้คัดเลือกทีมที่ผ่านเข้ารอบเพื่อเข้าร่วมกิจกรรม LogTech Boot Camp พร้อมมอบคำแนะนำเพื่อให้ทุกทีมนำไปปรับปรุง ผลงานและแผนธุรกิจ ก่อนนำเสนอผลงานในการแข่งขันรอบพิชชิงที่จัดขึ้นในวันที่ 24 ตุลาคม 2560 ที่ผ่านมา

พนัส วัฒนชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) บริษัท พนัส แอสเซมบลีย์ จำกัด กล่าวว่า จากการดำเนินโครงการ Panus Thailand LogTech Award 2017 ซึ่งเป็นเวทีประกวดแนวคิดธุรกิจและโครงการด้านธุรกิจลอจิสติคส์ เป็นครั้งแรกของประเทศไทย ทำให้ได้เห็นถึงศักยภาพของคนไทยในการสร้างสรรค์ไอเดียใหม่ๆ และการพัฒนานวัตกรรมธุรกิจด้านลอจิสติคส์ที่หลากหลาย ซึ่งสามารถนำไปต่อยอดใช้งานได้จริงในอุตสาหกรรม ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาฮาร์ดแวร์ หรือซอฟท์แวร์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการด้านลอจิสติคส์ เช่น หุ่นยนต์ลำเลียงสินค้า ซอฟท์แวร์บริหารระบบสินค้าคงคลัง อากาศยานไร้คนขับสำหรับขนส่งสินค้า ระบบบริหารการขนส่งและเก็บรักษาสินค้าแบบ Cold Chain เป็นต้น

“สิ่งที่เราภูมิใจ คือ นิสิตนักศึกษาไทย รวมทั้งกลุ่มผู้ประกอบการด้านลอจิสติคส์ที่เข้าร่วมประกวด ล้วนมีแนวคิดที่ล้ำหน้า ทันสมัย ไม่แพ้ต่างประเทศเลยทีเดียว แต่ละทีมต่างเลือกใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ที่จะมาช่วยแก้ปัญหาด้านลอจิสติคส์ให้กับอุตสาหกรรมต่างๆ ได้อย่างน่าสนใจ ทั้งนี้ ทุกทีมที่เข้าร่วมการประกวดมีโอกาสที่จะได้เจรจา ร่วมทุนทางธุรกิจด้วยกันทั้งนั้น ซึ่งถือเป็นเจตนารมณ์ของบริษัทในการสร้างสตาร์ทอัพพันธุ์ใหม่ ที่จะมาช่วยกันผลักดันนวัตกรรมด้านลอจิสติคส์ให้เป็นไปได้จริงในเชิงธุรกิจ รวมทั้งพัฒนาโมเดลธุรกิจใหม่ๆ ให้เกิดขึ้น เพื่อยกระดับอุตสาหกรรม ภาคการขนส่งของประเทศให้แข็งแกร่ง”

ด้าน ดร. ณรงค์ ศิริเลิศวรกุล ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กล่าวเสริมว่า การส่งเสริมผู้ประกอบการใหม่ด้าน LogTech ให้สามารถเริ่มต้นธุรกิจได้ จำเป็นต้องได้รับการสนับสนุนจากทุกภาคส่วนอย่างต่อเนื่อง เพื่อส่งเสริมให้กลไกการขับเคลื่อนการเติบโตของเศรษฐกิจ เพื่ออนาคตดำเนินไปอย่างราบรื่นตามนโยบายรัฐบาลที่มุ่งสู่ประเทศไทย 4.0 ทั้งนี้ จากผลการประกวดโครงการ Panus Thailand LogTech Award 2017 ปรากฏว่าทีม อินเท็นติก ชนะเลิศประเภทนิติบุคคลและบุคคลทั่วไป ได้รับเงินรางวัลจำนวน 100,000 บาท พร้อมโล่รางวัลและเกียรติบัตร ทั้งยังได้รับโอกาสในการไปดูงานลอจิสติคส์โลกที่ประเทศเยอรมนี ส่วนที่สอง คือ ทีม Jump up ได้รับเงินรางวัลจำนวน 50,000 บาท ได้รับโอกาสในการไปดูงานลอจิสติคส์โลกที่ประเทศเยอรมนี และที่สาม คือ ทีม HexSense  ได้รับเงินรางวัลจำนวน 30,000 บาท ได้รับโอกาสในการไปดูงานลอจิสติคส์โลกที่ประเทศเยอรมนี

ประเภทนิสิตนักศึกษาระดับอุดมศึกษา ทีม 360 Truck ชนะเลิศ รับเงินรางวัลจำนวน 30,000 บาท พร้อมโล่รางวัลและเกียรติบัตรการเข้าร่วมแข่งขันประกวดผลงาน ส่วนที่สอง คือ ทีม Smat Wheel ได้รับเงินรางวัลจำนวน 20,000 บาท พร้อมโล่รางวัลและเกียรติบัตรการเข้าร่วมแข่งขันประกวดผลงาน และที่สาม คือ ทีม BPT ได้รับเงินรางวัลจำนวน 10,000 บาท พร้อมโล่รางวัลและเกียรติบัตรการเข้าร่วมแข่งขันประกวดผลงาน

พร้อมกันนี้ เพื่อวางรากฐานอนาคตของสตาร์ทอัพด้านธุรกิจลอจิสติคส์ พนัส แอสเซมบลีย์ฯ จึงได้เปิดตัวโครงการ PANUS Logistics Innovation Fund หรือ กองทุนนวัตกรรมลอจิสติคส์ ซึ่งเป็นกองทุนประเภท Corporate Venture Capital (CVC) เพื่อพิจารณาร่วมลงทุนกับผู้ประกอบการด้าน LogTech ทั้งที่มาจากเวทีการประกวดและผู้ประกอบการภายนอก ในวันดังกล่าวด้วย

อัครพงศ์ ผ่องสุวรรณ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการพาณิชย์ (CCO) บริษัท พนัส แอสเซมบลีย์ จำกัด ในฐานะผู้ก่อตั้งโครงการกองทุนนวัตกรรมฯ กล่าวว่า จากความตื่นตัวของผู้ประกอบการด้านนวัตกรรมลอจิสติคส์ และด้วยตระหนักในศักยภาพความเป็นไปได้ทางด้านธุรกิจ ทางบริษัทจึงได้ก่อตั้งกองทุน PANUS Logistics Innovation Fund หรือ กองทุนนวัตกรรมลอจิสติคส์ ซึ่งเป็นกองทุนประเภท Corporate Venture Capital (CVC) ขึ้นมา เพื่อเป็นการต่อยอด สนับสนุนผู้ประกอบการรุ่นใหม่ไฟแรง ที่มีวิสัยทัศน์ มีนวัตกรรม และมีแนวคิดที่ดีที่สามารถผลักดันผลงานออกสู่ตลาด ในเชิงธุรกิจได้ แต่อาจขาดปัจจัยสำคัญ เช่น แหล่งเงินทุน แผนการตลาด รวมถึงพี่เลี้ยงคอยชี้แนะและวางแผนธุรกิจ กองทุน PANUS Logistics Innovation Fund จะเข้ามาตอบโจทย์และปิดจุดอ่อนดังกล่าว ถือเป็นการสนับสนุนให้วงการ สตาร์ทอัพไทยพัฒนานวัตกรรมใหม่ๆ ที่จะมาช่วยแก้ปัญหาธุรกิจอย่างเป็นรูปธรรม รวมถึงต่อยอดสินค้าและบริการ ในอุตสากรรมลอจิสติคส์อย่างยั่งยืนในระยะยาว

“กองทุน PANUS Logistics Innovation Fund ของ พนัส แอสเซมบลีย์ฯ ให้ความสำคัญอย่างมากต่อ Logistics Intelligence (LI) ซึ่งถือเป็นยุทธศาสตร์และเป็นการนำศักยภาพสูงสุดของเทคโนโลยีดิจิทอลและปัญญาประดิษฐ์มาเป็นกลไก ในการให้บริการด้านลอจิสติคส์ โดยสร้างระบบนิเวศที่ประกอบด้วย ตัวชี้วัดประสิทธิภาพด้านลอจิสติคส์ (Metrics Reference Model) การใช้เทคโนโลยีข้อมูลขนาดใหญ่และการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึก (Big Data Analytics) การนำเสนอข้อมูลและระบบแนะนำอัจฉริยะ (Intelligent Visualization and Recommendation System) การสร้างซอฟท์แวร์เพื่อการทำงานร่วมกันตลอดห่วงโซ่อุปทาน (Groupware) การวิเคราะห์ลอจิสติคส์ย้อนกลับอัตโนมัติ (Automatic Reverse Logistics) และการจัดการองค์ความรู้เพื่อการความยั่งยืน (Knowledge Managements) นอกจากนี้ ยังสร้างกลยุทธ์ในการนำลูกค้ามาเป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่อุปทานผ่านการสื่อสารด้วยโมบายล์แอพพลิเคชัน และประยุกต์ เทคโนโลยีกำเนิดใหม่ (Emerging Technology) อาทิ เทคโนโลยีความเป็นจริงเสริม (Augmented Reality) การตรวจวัดสภาพรถแบบเรียลไทม์และพฤติกรรมผู้ขับขี่อัจฉริยะ (Fog-Computing Based Track and Human Analysis) และโซลูชันที่ช่วยให้ผู้ส่งและผู้รับทั่วโลกสามารถเลือกรูปแบบการส่งจากตัวเลือกมาตรฐานให้ตรงกับความต้องการ (On-Demand Delivery) Logistics Intelligence ถือเป็นการนำเทคโนโลยีดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์มาเป็นกลยุทธ์และวิธีการ ในการยกระดับลอจิสติคส์ให้ทันสมัยตั้งแต่การสินค้าแวร์เฮาส์จนถึงมือลูกค้า”

ปัจจุบัน กองทุนนวัตกรรมฯ ได้พิจารณาร่วมลงทุนกับบริษัทสตาร์ทอัพที่มีศักยภาพด้าน Logistics Intelligence (LI) ไปแล้วจำนวน 2 บริษัท ได้แก่ บริษัท โลจิเซ้นส์ จำกัด ซึ่งประกอบธุรกิจด้านฮาร์ดแวร์ลอจิสติคส์ (Hardware Logistics Intelligence) สำหรับบริหารรถขนส่งด้วยกล่อง IoT GPS และบริษัท เครส เคอร์เนล จำกัด ซึ่งประกอบธุรกิจด้านซอฟท์แวร์ลอจิสติคส์ (Software Logistics Intelligence) สำหรับการบริหารธุรกิจขนส่งประสิทธิภาพสูง โดยทั้งสองบริษัท ได้ร่วมมือกันเปิดตัวบริการ ‘LogiSenses’ ซึงเป็นบริการ IoT GPS พร้อมระบบซอฟท์แวร์ บริหารธุรกิจขนส่งประสิทธิภาพสูง ภายใต้คอนเซพท์ ‘LogiSense – all senses of logistics’ นับเป็นเจ้าแรกของประเทศไทย ที่ให้บริการ GPS รถขนส่งด้วยเทคโนโลยี NB IoT ซึ่งได้รับการสนับสนุนจาก AIS ผู้นำด้านนวัตกรรมการสื่อสารไร้สายอันดับ 1 ของประเทศไทย โดย ‘LogiSenses’ และ AIS NB IoT ได้ร่วมทำการออกแบบเทคโนโลยีการสื่อสารที่เหมาะสมในการใช้งาน พร้อมทั้งได้ทดสอบด้านเทคนิคขั้นต้นร่วมกันแล้ว และจะเริ่มทดลองให้บริการแก่อุปกรณ์ภาคพื้นในสนามบิน (Ground Support Equipment, GSE)  ในสนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิเป็นแห่งแรก และจะขยายไปยังทุกสนามบินหลัก พร้อมทั้งรถขนส่งประเภทอื่นๆ ต่อไป



------------------------------
เรื่องโดย : ลิขิต น้าประเสริฐ
ภาพโดย : บริษัทผู้ผลิต
คอลัมน์ Online : ธุรกิจ
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/9yiGQ
วันที่เผยแพร่ : วันอาทิตย์ ที่ 5 พฤศจิกายน 2560 เวลา 11:00 นาฬิกา
อัพเดทล่าสุด
16 Aug 2018

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
3,590,000
2.
1,316,000
3.
1,749,000
4.
1,699,000
6.
3,299,000
7.
5,399,000
8.
6,799,000
9.
3,249,000
10.
4,980,000
11.
53,500,000
13.
3,600,000
14.
4,539,000
15.
13,339,000
16.
2,999,000
17.
1,749,000
18.
1,800,000
20.
13,500,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th