บทความ

กลุ่ม ปตท. ขับเคลื่อนองค์กร เชื่อมยุทธศาสตร์ชาติ มุ่งสู่ Thailand 4.0


เทวินทร์ วงศ์วานิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า กลุ่ม ปตท. ได้ระดมความคิดเห็นของผู้บริหารระดับสูงและกรรมการบริษัท เพื่อกำหนดแนวทางขับเคลื่อนองค์กรให้เชื่อมโยงยุทธศาสตร์ชาติ ภายใต้ความท้าทายต่างๆ ในปัจจุบัน และเป็นกลไกในการผลักดันเศรษฐกิจของประเทศ  เตรียมความพร้อมรองรับการเปลี่ยนแปลงทางธุรกิจในอนาคต  สร้างความแข็งแกร่งจากภายในโดยการปรับโครงสร้างธุรกิจให้เพิ่มประสิทธิภาพอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ ปตท. ได้กำหนดกรอบการลงทุนในอนาคตให้สอดคล้องเป้าหมายการพัฒนาแบบยั่งยืน (Sustainable Development Goals หรือ SDG) โดยมุ่งเน้นการลงทุนที่ให้สังคมและชุมชนมีส่วนร่วม (Inclusive Business) มากขึ้น โดยเฉพาะทิศทางกลยุทธ์ด้าน Treasure กลุ่ม ปตท. ได้ใช้แนวทาง “PTT 3D  อย่างต่อเนื่อง ควบคู่กับกลยุทธ์ การเป็นองค์กรแห่งความภาคภูมิใจ (Pride)  โดยคำนึงถึงการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้องภายใต้ทิศทางยุทธศาสตร์ชาติสู่ไทยแลนด์ 4.0

แนวทาง PTT 3D ได้แก่ กลยุทธ์ Do Now คือ การมุ่งเน้นการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินธุรกิจในปัจจุบัน เพื่อสร้างรายได้และลดต้นทุนต่อเนื่องจากปีที่ผ่านมา และการเพิ่มขีดความสามารถทางเทคโนโลยี โดยเฉพาะการนำระบบดิจิทอลมาประยุกต์ใช้ในองค์กรทุกภาคส่วนพร้อมกับการกำหนดเป้าหมายที่ชัดเจน

กลยุทธ์ Decide Now เป็นการขยายการเติบโตที่ต้องเร่งตัดสินใจ เพื่อนำไปสู่การลงทุนของธุรกิจในอนาคตให้สอดคล้องกับศักยภาพทางการเงินของกลุ่ม ปตท. โดยการขยายการลงทุนในธุรกิจหลัก  การลงทุนในสายโซ่อุปทานของแกสธรรมชาติเหลว  การลงทุนในพลังงานหมุนเวียน และการแสวงหาโอกาสลงทุนในภูมิภาคและต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง

ส่วนกลยุทธ์ Design Now คือ การเร่งสร้างธุรกิจใหม่ให้มีการเติบโตแบบก้าวกระโดดในอนาคต โดยการแสวงหาโอกาสทางธุรกิจ และพัฒนาธุรกิจในรูปแบบใหม่ๆ ที่ตอบสนองทิศทางโลกาภิวัฒน์  เทคโนโลยีและนวัตกรรม เช่น การลงทุนในธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับห่วงโซ่คุณค่าด้านไฟฟ้า (Electricity Value Chain)  และธุรกิจใหม่ภายใต้ห่วงโซ่คุณค่าด้านชีวภาพ (BioBased Value Chain) เป็นต้น

เทวินทร์ กล่าวว่า กลุ่ม ปตท. เตรียมลงทุนใน 5 ปี (2560-2564) โดยเน้นลงทุนในพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor: EEC) ประกอบด้วย โครงการคลังแอลเอนจี  โครงการท่อส่งแกสธรรมชาติ  โครงการปรับปรุงโรงกลั่นและปิโตรเคมี และโครงการธุรกิจใหม่ (New SCurve) เช่น อุตสาหกรรมชีวภาพ (Bio Industry)  หุ่นยนต์อุตสาหกรรม (Robotics) รวมทั้ง โครงการพัฒนาพื้นที่วังจันทร์วัลเลย์ในเขตนวัตกรรมระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EECi) ซึ่ง ปตท. ได้ลงนาม MOU ร่วมกับ สวทช. และองค์กรสนับสนุน 50 หน่วยงานในการจัดทำแผนแม่บทการพัฒนาพื้นที่เพื่อพัฒนาความสามารถในการแข่งขันของประเทศด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมให้สอดคล้องกับเป้าหมายของประเทศ

นอกจากการลงทุนแล้ว กลุ่ม ปตท. ก็ได้เตรียมความพร้อมด้านงานบริหาร ประกอบด้วย การปรับโครงสร้างหน่วยธุรกิจน้ำมันให้แข่งขันได้อย่างเสรี  การปรับโครงสร้างการถือหุ้นธุรกิจปิโตรเคมีเพื่อเพิ่มมูลค่าทางธุรกิจ การตั้งประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการด้านเทคโนโลยี (Chief Technology Officer) เพื่อเป็นศูนย์กลางที่ให้ความสำคัญกับการผลักดันและใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีและนวัตกรรมทั้งจากภายในและภายนอกองค์กร การจัดโครงสร้างธุรกิจเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มจากต้นน้ำถึงปลายน้ำ ตลอดจนจัดโครงสร้างกองทุนร่วมลงทุน” (Corporate Venture Capital หรือ CVCและ ทีมสรรหาธุรกิจใหม่ (Express Solutions หรือ ExpresSo) เพื่อลงทุนต่อยอดธุรกิจในอนาคต รวมทั้งมีการตั้งหน่วยงานกำกับกฎระเบียบองค์กร เพื่อความโปร่งใส มีธรรมาภิบาล และการเตรียมความพร้อมบุคลากรในการขับเคลื่อนกลยุทธ์ รองรับการเปลี่ยนแปลงในอนาคต

เทวินทร์ กล่าวว่า เพื่อให้ ปตท. เป็นองค์กรแห่งความภาคภูมิใจ (Pride) จึงได้ยกระดับการสนับสนุนกิจกรรมเพื่อสังคม (CSR) ผ่านการจัดตั้งธุรกิจเพื่อสังคม (Social Enterprise) ซึ่งจะเปิดตัวในเร็วๆ นี้ โดยองค์กรธุรกิจเพื่อสังคมที่จัดตั้งขึ้นนี้จะดำเนินการแสวงหาการลงทุนที่สามารถพึ่งพาตนเองได้ โดยให้ชุมชนมีส่วนร่วมและเป็นเจ้าของ อาทิ เช่น โครงการคาเฟ อเมซอน สำหรับผู้ด้อยโอกาส  โครงการจัดหาเมล็ดกาแฟจากชุมชนสำหรับร้านคาเฟ อเมซอน  เครื่องสูบน้ำพลังงานสะอาด  ศูนย์พัฒนาศักยภาพเด็กก่อนประถมวัย เป็นต้น

“ปัจจุบัน กลุ่ม ปตท. มีความพร้อมในการจัดหาเงินลงทุน เพื่อส่งเสริมทิศทางการดำเนินธุรกิจให้เข้มแข็งต่อเนื่อง โดยผลการดำเนินงานของ ปตท. และบริษัทย่อยในไตรมาส 2 ปี 2560 มีกำไรสุทธิ 31,317 ล้านบาท ลดลงจากไตรมาสที่แล้วจำนวน 14,851 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม ในช่วงครึ่งแรกของปี 2560 ปตท. และบริษัทย่อยมีกำไรสุทธิ 77,485 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 28,937 ล้านบาท หรือ ร้อยละ 59.6 จาก 48,548 ล้านบาท ในช่วงครึ่งแรกของปี 2559” เทวินทร์ กล่าวสรุป



------------------------------
เรื่องโดย : นุสรา เงินเจริญ
ภาพโดย : ฝ่ายภาพ บริษัท สื่อสากล จำกัด
คอลัมน์ Online : ธุรกิจ
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/R2Cyi
วันที่เผยแพร่ : วันศุกร์ ที่ 25 สิงหาคม 2560 เวลา 13:00 นาฬิกา
อัพเดทล่าสุด
10 Apr 2018

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
3,299,000
2.
5,399,000
3.
6,799,000
4.
3,249,000
6.
53,500,000
8.
3,600,000
9.
4,539,000
10.
13,339,000
11.
2,999,000
12.
1,749,000
13.
1,800,000
15.
499,000
16.
979,000
17.
990,000
18.
4,090,000
19.
1,699,000
20.
13,500,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th