บทความ

น้ำท่วมรถต้องทำอย่างไร ?


ฝนตกหนัก จนน้ำท่วมหลายพื้นที่ autoinfo.co.th รวบรวมความรู้ที่เกี่ยวกับการขับรถลุยน้ำ และการแก้ปัญหาเมื่อรถถูกน้ำท่วม รวมถึงการเคลมประกันภัย มาฝาก

1507954901236

ท่วมระดับไหน ลุยได้ ?
ในกรณีจำเป็นต้องขับรถลุยน้ำท่วม ต้องคำนึงถึงความสูงของระดับน้ำเป็นหลัก โดยสังเกตจากรถคันหน้า สิ่งของวัตถุ ป้ายจราจร ฟุตบาท คนเดินถนน หากประเมินแล้วว่าระดับน้ำข้างหน้าสูงเกินกว่าขอบประตูรถด้านล่าง ก็ไม่ควรลุยต่อ เพราะน้ำจะเข้ามาในห้องโดยสาร รวมไปถึงเสี่ยงที่น้ำจะเข้าไปในกรองอากาศ ทำให้เครื่องดับในที่สุด
แต่ถ้าประเมินแล้วว่าไปได้ แนะนำให้ลดกระจก และปิดแอร์ เพื่อไม่ให้พัดลมบริเวณห้องเครื่องตีน้ำกระจายขึ้นมา และเวลาเกิดเหตุฉุกเฉินจะได้ออกจากรถได้ทันท่วงที

1507955281289

ตรวจเชครถอย่างไร หลังลุยน้ำท่วม ? (กรณีรถไม่จมน้ำ)
1. หลังจากลุยน้ำ ให้เหยียบเบรคซ้ำๆ เพื่อรีดน้ำออกจากจานเบรค
2. เปิดฝากระโปรงรถขึ้น สำรวจความเสียหายจากน้ำท่วม และเป่าลม หรือใช้เครื่องเป่าผม เป่าไปยังขั้วปลั๊กไฟ รวมถึงขั้วแบทเตอรี ให้แห้งที่สุด
3. ถ้าน้ำท่วมถึงกล่องฟิวส์ ให้ถอดฟิวส์ออกมาเช็ด และเป่าให้แห้งสนิท
4. ฉีดสเปรย์ไล่ความชื้น ที่ขั้วแบทเตอรี และปลั๊กไฟต่างๆ รวมไปถึงในจุดที่เป่าลมไม่ถึง
5. ตรวจของเหลวทั้งหมด เช่น เปิดดูที่กระปุกน้ำมันเบรค น้ำมันพวงมาลัยเพาเวอร์ และดึงก้านวัดน้ำมันเครื่อง รวมถึงน้ำมันเกียร์ขึ้นมาดู หากมีปริมาณสูงผิดปกติ และพบว่ามีน้ำผสมอยู่ ก็ให้เข้าอู่เพื่อตรวจเชคอุปกรณ์ และเปลี่ยนถ่าย
6. ถอดพรมและยางที่วางเท้าออก ทำความสะอาด และผึ่งแดดให้แห้ง
7. นำรถไปจอดตากแดด เปิดฝากระโปรง และประตูทุกบาน เพื่อไล่ความชื้นออกไปให้มากที่สุด
8. ตรวจดูอาการผิดปกติหลังจากขับลุยน้ำ เช่น พวงมาลัยเลี้ยวติดขัด หรือมีเสียงเวลาเลี้ยวหรือไม่ เพราะน้ำอาจไปชะล้างจาระบีที่หล่อลื่นในส่วนของระบบบังคับเลี้ยว เช่น แรคพวงมาลัย

1507954925866

รถจมน้ำ แก้ไขเบื้องต้น แล้วค่อยเข้าอู่
1. เมื่อระดับน้ำลดลงแล้ว ให้ถอดขั้วแบทเตอรีออก ห้ามสตาร์ทเครื่องเด็ดขาด เพราะน้ำที่ค้างอยู่ อาจทำให้ระบบไฟฟ้าชอท และเครื่องยนต์เสียหาย
2. ส่งเข้าอู่ซ่อม หรือศูนย์บริการที่มีความชำนาญ เพื่อตรวจเชค และซ่อมส่วนที่เสียหาย รวมถึงเปลี่ยนของเหลวทั้งหมด

1507955461906

น้ำท่วมรถ “เคลม” ประกันอย่างไร ?
1. ตรวจสอบกรมธรรม์ เงื่อนไขรายละเอียด ว่าครอบคลุมไปถึงภัยธรรมชาติหรือไม่ โดยปกติประกันภัยชั้น 1 จะครอบคลุมความเสียหายจากภัยพิบัติทางธรรมชาติแน่นอน ส่วนประกันภัยชั้น 2 ไม่ครอบคลุมภัยพิบัติทางธรรมชาติ ส่วนชั้น 2+ และ 3+ จะรับผิดชอบต่อเมื่อซื้อความคุ้มครองเพิ่มเติมให้ครอบคลุมภัยพิบัติทางธรรมชาติ ส่วนประกันภัยชั้น 3 ไม่ครอบคลุม
2. ถ่ายรูปรถขณะถูกน้ำท่วม ถ้าเห็นทะเบียนรถด้วยจะดีมาก
3. เมื่อระดับน้ำลด ให้ถ่ายรูปความเสียหาย ทั้งภายนอก ภายใน และห้องเครื่องไว้ พร้อมจดบันทึกความเสียหาย วัน เวลา และสถานที่เกิดเหตุ
4. แจ้งบริษัทประกันภัย และนัดหมายการตรวจสภาพความเสียหายของรถยนต์

1507955455613

เงื่อนไขการเคลมประกัน
1. ความคุ้มครองขึ้นอยู่กับเงื่อนไขในกรมธรรม์ที่เจ้าของรถทำไว้ ว่าคุ้มครองหรือไม่
2. อุปกรณ์ส่วนควบ เครื่องเสียง อุปกรณ์ตกแต่ง จะเคลมได้ก็ต่อเมื่อ แจ้งรายละเอียดไว้ตั้งแต่วันเริ่มทำประกันเท่านั้น ถ้าติดตั้งเพิ่มเติมภายหลัง จะไม่คุ้มครองในส่วนนี้
3. กรณีจงใจหรือประมาทเลินเล่อจนทำให้เกิดความเสียหาย เช่น นำรถไปวิ่งลุยน้ำ ในบริเวณที่มีการประกาศห้ามจากทางราชการ บริษัทประกันภัยอาจปฏิเสธความรับผิดชอบได้ มีข้อสงสัยหรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 1186 สายด่วนประกันภัย



------------------------------
เรื่องโดย : พีรพัฒน์ อินทมาตย์
ภาพโดย : ร.ต.ต.ณัฐเดช สุทธิชาญบัญชา, ศุภสรรค สิทธิกุล
คอลัมน์ Online : สารคดี/บทความ/รายงาน/กิจกรรม
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/UF8cO
วันที่เผยแพร่ : วันเสาร์ ที่ 14 ตุลาคม 2560 เวลา 11:42 นาฬิกา

บทความที่น่าสนใจ

ขีดสุดความแรงจากค่ายดาว 3 แฉก ! Mercedes-AMG GT ดิบสุดขั้วกับรุ่น R หรือ แรง หรู กับรุ่น C !!
อัพเดทล่าสุด
23 Nov 2017

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
21,900,000
2.
11,530,000
3.
14,900,000
4.
3,699,000
5.
2,930,000
6.
679,000
7.
1,290,000
8.
21,890,000
9.
3,090,000
10.
75,000,000
12.
1,545,000
13.
1,465,000
14.
2,390,000
15.
489,000
16.
1,199,000
18.
2,490,000
19.
479,000
20.
939,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th