บทความ

Mercedes-AMG GLA 45 4MATIC คอมแพคท์เอสยูวีคันแรงโฉมใหม่


บริษัท เมอร์เซเดสเบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด  เปิดตัวรถยนต์  The GLA หนึ่งใน Premium Compact Car ประเภทเอสยูวี โฉมใหม่ 2 รุ่นย่อย อย่าง GLA 200 Urban และ GLA 250 AMG Dynamic พร้อม Mercedes-AMG GLA 45 4MATIC เพื่อเอาใจคนที่ชื่นชอบความเร็วและแรง

BENZ 45 AMG  VIGNETTE-190

The GLA โฉมใหม่ พัฒนาและปรับปรุงด้านอากาศพลศาสตร์อย่างใส่ใจในทุกรายละเอียดผ่านการทดลองภายในอุโมงค์ลมที่สามารถปล่อยลมความเร็วสูงได้ โดยอุโมงค์ลมนี้ตั้งอยู่ที่โรงงานประกอบรถยนต์ Mercedes-Benz ในประเทศเยอรมนี โดยรูปลักษณ์ที่ลู่ลมของรถยนต์ The GLA โฉมใหม่นี้ส่งผลโดยตรงให้มีอัตราการสิ้นเปลืองพลังงานที่ต่ำเมื่อขับขี่ในสภาวะปกติ

BENZ 45 AMG  VIGNETTE-194

ทั้งนี้ แนวคิดทางการออกแบบที่ Mercedas-Benz ใช้เพื่อปรับปรุงคุณสมบัติด้านอากาศพลศาสตร์ของรถยนต์ The GLAโฉมใหม่นั้น ประกอบไปด้วยการปรับปรุงรูปร่างของเสาเอให้ลาดเป็นวงโค้ง การปรับปรุงกรอบกระจกรอบตัวถังให้สอดรับกับหลักอากาศพลศาสตร์เพื่อปรับปรุงการไหลเวียนของอากาศด้านใต้ท้องรถ การปรับแต่งปลายขอบตัวถังบริเวณส่วนล่างของตัวรถให้เป็นพื้นที่ลู่ลมขนาดใหญ่ รวมถึงการปรับแต่งบริเวณส่วนกลางของเพลาหลังและท่อเก็บเสียงด้านหลังซึ่งเชื่อมต่อกับดิฟฟิวเซอร์อีกด้วย นอกจากนี้ ยังติดตั้งสปอยเลอร์หลังคา พร้อมติดตั้งไฟหลังที่ออกแบบขึ้นเป็นพิเศษ รวมถึงติดตั้งสปอยเลอร์ที่ด้านข้างตัวรถทั้ง ด้าน เพื่อควบคุมการไหลเวียนของอากาศทางด้านหลังของตัวรถให้เป็นไปอย่างเหมาะสม

GLA 200-6GLA 250 -4The GLA โฉมใหม่ ยังคงเอกลักษณ์ในแบบฉบับรถยนต์คอมแพคท์ ที่ผสานกับความสปอร์ทอเนกประสงค์ และสมรรถนะ เหมาะทั้งการขับภายในเมืองและนอกเมืองได้เป็นอย่างดี โดยทั้ง GLA 200 Urban และ GLA 250 AMG Dynamic มาพร้อมกับการยกตัวถังให้สูงขึ้น รูปลักษณ์ที่ดูสมบุกสมบันกันชนแบบใหม่ระบบไฟหน้าแบบ LED High Performance มาทดแทนระบบไฟหน้าแบบ Bi-Xenon โดยระบบไฟนี้ ส่องสว่างพร้อมด้วยอุณหภูมิแสงที่ใกล้เคียงกับแสงอาทิตย์ ที่จะช่วยลดความเมื่อยล้าของสายตาผู้ขับขี่เมื่อต้องขับรถในเวลากลางคืน พร้อมระบบ Adaptive highbeam Assist ที่ช่วยปรับไฟสูงแบบอัตโนมัติ เพื่อลดการบดบัง ทัศนวิสัยของผู้ร่วมใช้ถนน,ไฟ daytime สำหรับการขับขี่ในเวลากลางวันแบบ LED ในกรอบไฟหน้าไฟส่องสว่างอัตโนมัติในที่มืดไฟเลี้ยวที่กระจกมองข้าง ไฟท้าย และไฟเบรคดวงที่ 3 แบบ LED, กระจกมองข้างปรับระดับ และพับเก็บด้วยระบบไฟฟ้ากระจกมองข้างด้านผู้ขับขี่   และกระจกส่องหลังปรับลดแสงสะท้อนอัตโนมัติระบบเปิด-ปิดบานประตูท้ายด้วยระบบไฟฟ้าราวหลังคาอลูมิเนียมปลายท่อไอเสียเสริมโครเมียม 2 ท่อ โดยสำหรับรถยนต์ในรุ่น GLA 200 Urban จะมาพร้อมกับไฟตัดหมอกหน้า และล้ออัลลอย แบบ ก้าน ขนาด 18 นิ้ว และรถยนต์ GLA 250 AMG Dynamic จะมาพร้อมกับหลังคาพาโนรามิคซันรูฟ เลื่อนเปิด/ปิดด้วยระบบไฟฟ้า, ระบบเปิด/ปิดบานประตูท้ายอัตโนมัติโดยไม่ต้องใช้มือชุดแต่ง AMG bodystyling (กันชนหน้า/หลัง และสเกิร์ทข้าง), จานเบรคหน้าแบบมีช่องระบายความร้อนสัญลักษณ์ Mercedes-Benz บนคาลิเพอร์เบรคหน้า และล้ออัลลอยดีไซจ์นสปอร์ทจาก AMG แบบ Multi-spoke ขนาด 19 นิ้ว

GLA 200-34

GLA 200 Urban ตกแต่งด้วยเบาะนั่งหุ้มหนัง Artico

GLA 250 -45

GLA 250 AMG Dynamic ตกแต่งด้วยเบาะนั่งหุ้มหนัง Artico สลับ Dinamica Microfibre สีดำ ตกแต่งด้วยด้ายสีแดง

สำหรับการตกแต่งภายในห้องโดยสารมาพร้อมกับระบบมัลทิมีเดียมาตรฐานรุ่นใหม่ หน้าจอขนาด นิ้ว, มาตรวัดรุ่นใหม่ที่มาพร้อมกับเข็มชี้สีแดง ซึ่งช่วยให้ผู้โดยสารอ่านค่าสิ่งต่างๆ ได้ง่ายขึ้น พร้อมระบบกุญแจแบบ Keyless-Go และระบบ Handfree Access ที่สามารถเปิดประตูท้ายได้โดยไม่ใช้มือในรุ่น GLA 250 AMG Dynamic โดย GLA 200 Urban ตกแต่งด้วยเบาะนั่งหุ้มหนัง Artico สำหรับ GLA 250 AMG Dynamic ตกแต่งด้วยเบาะนั่งหุ้มหนัง Artico สลับ Dinamica Microfibre สีดำ ตกแต่งด้วยด้ายสีแดงชุดคันเร่งและแป้นเบรคแบบสปอร์ท ซึ่งทั้ง รุ่น ยังมาพร้อมกับเบาะนั่งสำหรับผู้ขับขี่และผู้โดยสารด้านหน้าปรับระดับด้วยระบบไฟฟ้าพร้อมหน่วยบันทึกความจำ โดยเบาะนั่งด้านหลังสามารถพับได้ทั้ง 1:3 และ 2:3 ตามความต้องการเพื่อเพิ่มพื้นที่ในการจัดเก็บของที่เพิ่มขึ้นเบาะนั่งผู้โดยสารด้านหลังปรับองศาได้ พร้อมกล่องเก็บของ ตาข่ายสัมภาระซ้ายขวา และช่องจ่ายไฟขนาด 12 โวลท์ บริเวณที่เก็บสัมภาระด้านท้าย ระบบควบคุมอุณหภูมิอัตโนมัติ Thermotronic แบบ โซนพวงมาลัยมัลทิฟังค์ชันวิทยุซีดี MB Audio 20, ระบบสำหรับเชื่อมต่อโทรศัพท์เคลื่อนที่ (BlueTooth), รองรับการใช้งานระบบนำทาง (Pre-installation SD-Card Navigation), ฟังค์ชันเชื่อมต่อโทรศัพท์มือถือระบบปฏิบัติการ iOS (Apple CarPlay™), MB Apps, ไฟเรืองแสงล้อมรอบห้องโดยสารแบบ 12 สี และกาบบันไดเรืองแสงพร้อมสัญลักษณ์ Mercedes-Benz

GLA 200-30GLA 200 Urban ใช้เครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบแถวเรียง 1.6 ลิตร เทอร์โบ พร้อมอินเตอร์คูเลอร์ 156 แรงม้า ที่ 5,300 รตน. อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ในเวลา 8.1 วินาที ความเร็วสูงสุด 215 กม./ชม.

GLA 250 -34GLA 250 AMG Dynamic ใช้เครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบแถวเรียง  2.0 ลิตร เทอร์โบ พร้อมอินเตอร์คูเลอร์ 211 แรงม้า ที่ 5,500 รตน. อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ในเวลา 6.6 วินาที ความเร็วสูงสุด 235 กม./ชม.

ทั้ง รุ่น คือ การติดตั้งระบบช่วยเบรคแบบแอคทีฟ (Active Brake Assist) เป็นระบบความปลอดภัยมาตรฐาน โดยระบบนี้จะแจ้งเตือนผู้ขับขี่ในกรณีที่ระยะห่างระหว่างรถยนต์ที่ผู้ขับขี่ขับอยู่กับรถยนต์คันข้างหน้านั้นมีน้อยเกินไป และหากจำเป็น ระบบนี้สามารถสั่งชะลอหรือหยุดรถให้โดยอัตโนมัติเพื่อรักษาระยะที่เหมาะสมได้ หากเกิดสถานการณ์อันตราย ระบบนี้ยังสามารถสั่งหยุดรถได้โดยอัตโนมัติเพื่อป้องกันการเฉี่ยวชน รวมถึงการติดตั้งอุปกรณ์ความปลอดภัยมาตรฐานอื่นๆ อาทิ ถุงลมนิรภัยด้านหน้า ตำแหน่ง ด้านข้าง ตำแหน่ง ม่านถุงลมนิรภัยด้านข้าง ป้องกันศีรษะ ตำแหน่งสำหรับผู้ขับขี่และผู้โดยสารเข็มขัดนิรภัยแบบ จุด ที่นั่งกล้องแสดงภาพด้านหลังสำหรับถอยรถ, พโรแกรมควบคุมการทรงตัวอัตโนมัติ ESP® (Electronic Stability Program), ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี ASR (Acceleration Skid Control), ระบบเบรคป้องกันล้อลอค ABS (Anti-lock Braking System), ระบบเบรค Adaptive Brake พร้อมฟังค์ชัน Hold และ Hill-Start Assist,ไฟเบรคกะพริบฉุกเฉิน (Adaptive Brake Light), ระบบรักษาระดับความเร็ว (Cruise Control) และจำกัดความเร็ว (Speedtronic), ระบบเตือนเพื่อนำรถเข้าศูนย์บริการ (ASSYST Service Interval Indicator), ระบบเตือนแรงดันยาง (Tyre Pressure Loss Warning System) และระบบช่วยเตือนอาการเหนื่อยล้าขณะขับขี่ (Attention Assist)

BENZ 45 AMG  VIGNETTE-3Mercedes-AMG GLA 45 4MATIC โฉมใหม่ โดดเด่นด้วยฝากระโปรงหน้ารูปแบบใหม่ที่มีรูปทรงที่ลู่ลมกว่าเดิม ซึ่งทำให้ด้านหน้าของตัวรถดูโฉบเฉี่ยวขึ้นลวดลายของช่องรับอากาศด้านหน้าใหม่,

BENZ 45 AMG  VIGNETTE-34 BENZ 45 AMG  VIGNETTE-28

ระบบไฟหน้าแบบ LED High Performance, ระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ (Adaptive Highbeam Assist), ชุดแต่ง AMG Night Package, AMG Aerodynamic package ที่เพิ่มชุดตกแต่งกันชนหน้าและกันชนหลังสีดำแบบไฮกลอสให้มีความสปอร์ทมากยิ่งขึ้น โดยช่องรับอากาศจะช่วยให้อากาศสามารถไหลเวียนเข้าไปในห้องเครื่องได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

BENZ 45 AMG  VIGNETTE-9รวมถึงด้านท้ายรถที่มาพร้อมกับดิฟฟิวเซอร์ลวดลายใหม่บริเวณกันชนหลัง การเลือกใช้วัสดุเก็บขอบสีดำปลายขอบ สปอยเลอร์หลังคาที่ปรับแต่งเพื่อยกระดับประสบการณ์การขับขี่โดยเฉพาะ

BENZ 45 AMG  VIGNETTE-45ล้ออัลลอยดีไซจ์นสปอร์ทจาก AMG แบบ 10 ก้าน ขนาด 20 นิ้ว ยาง 235/40 R20

BENZ 45 AMG  VIGNETTE-48เบาะที่นั่งหุ้มหนังแบบสปอร์ท โดยเบาะนั่งสำหรับผู้ขับขี่และผู้โดยสารด้านหน้าปรับระดับด้วยระบบไฟฟ้า พร้อมหน่วยบันทึกความจำ และระบบอุ่นร้อนชุดคันเร่งและแป้นเบรคแบบสปอร์ท

BENZ 45 AMG  VIGNETTE-139พวงมาลัยแบบพิเศษ AMG Performance Steering Wheel Nappa/Dinamica ที่เพิ่มความกระชับและมั่นใจตลอดการขับขี่

BENZ 45 AMG  VIGNETTE-173BENZ 45 AMG  VIGNETTE-167ตกแต่งภายในด้วย AMG Design trim in black/red แบบ Carbonfibre ที่คมเข้มดุดัน มาพร้อมกับเข็มขัดนิรภัยสีแดงที่เข้ากับสีเบาะ ให้อารมณ์สปอร์ทกาบบันไดเรืองแสงประตูหน้าแบบ AMG และ AMG Dynamic Select และอุปกรณ์มัลทิมีเดีย อย่าง วิทยุ-ซีดี MB Audio 20,หน้าจอแบบยกตัว ขนาด นิ้ว พร้อมเพิ่มความรื่นรมย์ตลอดการขับขี่ด้วยเครื่องเสียงแบบ Harman Kardon Logic 7  Surround sound system ที่ให้เสียงรอบทิศทางระบบสำหรับเชื่อมต่อโทรศัพท์เคลื่อนที่ (Bluetooth), ระบบนำทาง Garmin Map Pilot รวมถึงหลังคาพาโนรามิค ซันรูฟ เลื่อนเปิด/ปิดได้ด้วยระบบไฟฟ้า

ด้านความปลอดภัยมาพร้อมกับระบบช่วยเบรคแบบแอคทีฟ (Active Brake Assist) และไฟเบรคกะพริบอัตโนมัติเมื่อเบรคฉุกเฉิน (Adaptive Brake Light), กล้องแสดงภาพด้านหลังสำหรับถอยรถระบบช่วยการนำรถเข้าจอดอัตโนมัติ (Parking Pilot), ระบบเบรค AMG High Performance Braking System ประสิทธิภาพสูง เพื่อเพิ่มความเร้าใจและปลอดภัยขณะขับขี่ที่ความเร็วสูงระบบ Dynamic Select ที่มีโหมดการขับขี่อันหลากหลาย ซึ่งทำให้ผู้เป็นเจ้าของสามารถสัมผัสถึงการขับขี่แบบเร้าใจ หรือการขับขี่แบบนุ่มสบายตลอดการเดินทางได้ในคันเดียว โดย Dynamic Select มีโหมดการขับขี่ 4 แบบ คือ Individual ที่สามารถช่วยจดจำรูปแบบการขับขี่ของผู้ขับได้, Comfort ที่ช่วยให้ผู้ขับขี่รู้สึกผ่อนคลาย สะดวกสบายเหมือนขับรถซาลูน, Sport เน้นการเพิ่มความเร้าใจในการขับขี่ให้มากยิ่งขึ้น และ Sport+ ซึ่งเป็นโหมดที่สามารถใช้สมรรถนะเครื่องยนต์ได้สูงที่สุด และอัตราเร่งดีที่สุด

นอกจากนี้ รถรุ่นนี้ยังได้ติดตั้งระบบกันสะเทือนแบบอากาศพร้อมระบบควบคุมระดับ ADS (Adaptive Damping System) เพื่อรองรับการขับขี่ในทุกสภาพถนน และระบบความปลอดภัยอื่นๆ อย่างครบครัน

BENZ 45 AMG  VIGNETTE-37Mercedes-AMG GLA 45 4MATIC ใช้เครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบแถวเรียง 2.0 ลิตร เทอร์โบชาร์เจอร์แบบมีทางเดินไอเสีย ช่อง (Twin-scroll) กำลังสูงสด 381 แรงม้า ที่ 6,000 รตน. แรงบิดสูง สามารถปรับเปลี่ยนได้ตามโหมดการขับขี่ AMG Dynamic Select

Mercedes-AMG GLA 45 4MATIC มาพร้อมระบบควบคุมไอเสีย AMG Performance Exhaust System® โดยระบบไอเสียนี้สามารถสร้างเสียงของเครื่องยนต์ที่ฟังแล้วสปอร์ท เร้าอารมณ์ยิ่งขึ้น เนื่องจากมีระบบลดเสียงการทำงานของระบบควบคุมไอเสียที่ปรับแต่งขึ้นเป็นพิเศษเพื่อให้ผู้ขับขี่ได้ยินเสียงการทำงานของเครื่องยนต์ได้อย่างชัดเจนและเร้าใจกว่าเดิม ผู้ขับขี่สามารถเลือกเสียงของเครื่องยนต์ที่ต่างกันได้เมื่อเปลี่ยนโหมดการขับขี่ หรือกดปุ่มที่คอนโซลเพื่อเปิดหรือปิดการทำงาน และยังมีระบบ Race Start ที่ช่วยให้รถสามารถออกตัวได้อย่างเต็มประสิทธิภาพพุ่งทะยานจาก 0-100 กม./ชม. ในเวลาเพียง 4.4 วินาที  

BENZ 45 AMG  VIGNETTE-82ระบบเกียร์แบบสปอร์ท AMG Speedshift DCT 7-speed อัตราทดเกียร์ที่สั้นในเกียร์ ถึงเกียร์ รวมถึงอัตราการตอบสนองของเกียร์ที่ดีขึ้นและระยะเวลาในการเปลี่ยนเกียร์ที่สั้นลง จึงช่วยให้ผู้ขับขี่สัมผัสถึงอัตราเร่งที่ดีขึ้นในทุกย่านความเร็วได้อย่างชัดเจนในทุกครั้งที่มีการเปลี่ยนเกียร์และระบบขับเคลื่อน ล้อ AMG Performance 4MATIC เป็นระบบช่วงล่างและระบบขับเคลื่อน ล้อมาตรฐานของ Mercedes-AMG GLA 45 4MATIC โฉมใหม่ ที่ช่วยยึดเกาะพื้นถนนอย่างมั่นใจแม้ในสภาพการขับขี่แบบลุย โดยระบบช่วงล่างนี้จะถ่ายทอดพลังงานจากเครื่องยนต์สู่ล้อทั้งสี่ การส่งแรงบิดที่คงที่อย่างต่อเนื่องพร้อมด้วยการกระจายแรงบิดที่ล้อคู่หน้าและคู่หลังอย่างเท่ากัน ซึ่งส่งผลให้รถยนต์รุ่นนี้มีทั้งความสปอร์ท ความประหยัดน้ำมัน และการยึดเกาะที่เหมาะสมกับทุกสภาพพื้นผิวถนน นอกเหนือจากนี้ รถยนต์ Mercedes-AMG GLA 45 4MATIC โฉมใหม่ ยังติดตั้งระบบ rear axle differential with integrated multi-disc clutchซึ่งเป็นระบบควบคุมการทำงานของเพลาขับหลังด้วยคลัทช์แบบหลายจานที่ปรับตั้งค่าโดย AMG ซึ่งช่วยให้เครื่องยนต์ส่งแรงบิดไปที่ล้อคู่หลังในกรณีที่ล้อคู่หน้าไม่สามารถยึดเกาะพื้นผิวถนนได้อีกด้วย ทั้งนี้ ผู้ขับขี่สามารถปรับตั้งโหมดการทำงานของระบบขับเคลื่อน ล้อ AMG Performance 4MATIC ได้ แบบ คือ แบบขับเคลื่อน ล้อ หรือแบบขับเคลื่อน ล้อ ที่จะมีอัตราการถ่ายเทกำลังเท่ากันที่ร้อยละ 50 ต่อ 50

GLA 200 Urban ราคา 2,090,000 บาท GLA 250 AMG Dynamic ราคา 2,390,000  บาท และ Mercedes-AMG GLA 45 4MATIC ราคา  4,840,000  บาท



------------------------------
คอลัมน์ Online : รถใหม่ในประเทศ
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/xYima
วันที่เผยแพร่ : วันเสาร์ ที่ 22 กรกฏาคม 2560 เวลา 10:11 นาฬิกา

บทความที่น่าสนใจ

อัพเดทล่าสุด
26 Sep 2017

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
2,549,000
3.
1,749,000
4.
2,249,000
5.
4,590,000
6.
1,999,000
7.
3,990,000
8.
3,065,000
9.
2,790,000
10.
5,490,000
11.
1,354,000
12.
3,399,000
13.
750,000
14.
1,129,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th