บทความ

Volkswagen Group พ้นวิกฤติ ฟันกำไร 7.1 พันล้านยูโร


11

 

Volkswagen Group แถลงข่าวผลประกอบการประจำปี 2559 เชื่อมั่นว่ากรณีข้อผิดพลาดเรื่องค่าไอเสียของเครื่องยนต์ดีเซล จะผ่านพ้นไปได้ด้วยดี และจะช่วยให้ก้าวไปสู่การพัฒนารถยนต์ไฟฟ้า รวมทั้งจะก้าวไปสู่ผู้นำตลาดในเจเนอเรชันต่อไปของเทคโนโลยีแบทเตอรี หลังสามารถทำผลกำไรได้ 7.1 พันล้านยูโร ราว 270 พันล้านบาท

Matthias Müller ประธาน Volkswagen Group ระบุในการแถลงข่าวว่า ผลกำไรดังกล่าวมาจากยอดขายมากกว่า 217 พันล้านยูโร อันช่วยให้บริษัทสามารถกลับมาดำเนินการได้อย่างปกติอีกครั้ง หลังมีปัญหาเรื่องค่าไอเสียเครื่องยนต์ดีเซลมานาน พร้อมเตรียมผลักดัน “Strategy 2025” พโรแกรมการทำงานที่จะช่วยปรับปรุงให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยเฉพาะการตัดสินใจออกรถรุ่นใหม่ๆ ได้เร็วขึ้น

Matthias Müller เผยว่า จะมุ่งเน้นให้ความสำคัญกับยานยนต์ที่ใช้แบทเตอรี ซึ่งน่าจะกลับมาช่วยพลิกฟื้นสถานะของบริษัท เป็นเรื่องสำคัญ

22

“การทำงานร่วมกับ Tata Motors เราวางแผนที่จะพัฒนารถต้นทุนต่ำสำหรับตลาดอินเดีย” Matthias Müller กล่าว “ทีมงานของ Skoda จะเป็นผู้นำในการวางแผนงานครั้งนี้สำหรับทั้งกลุ่ม ส่วนในประเทศจีน เราร่วมกันพัฒนารถยนต์ราคาถูกกับ FAW ซึ่งเป็นหุ้นส่วนธุรกิจกันมายาวนาน และยังอยู่ในขั้นการเจรจาต่อรองกับ JAC ที่จะพัฒนารถยนต์ไฟฟ้าราคาถูก สำหรับตลาดประเทศจีนโดยเฉพาะอีกด้วย”

และยังเสริมอีกด้วยว่า “เรามั่นใจในการวางแผนงานสำหรับเทคโนโลยีแบทเตอรี ซึ่งจะเป็นผลงานชิ้นสำคัญของกลุ่มอีกอย่างหนึ่ง และในไม่ช้านี้ เราจะอนุมัติแผนงานเพื่อที่จะทำให้ Volkswagen เป็นผู้นำเทคโนโลยีนี้ในยุโรป ภายในปี 2568″

Matthias Müller ยืนยันว่าได้ตกลงที่จะอนุมัติเงินทุน และแผนงานสำหรับศูนย์พัฒนาเทคโนโลยีแบทเตอรี ที่จะร่วมทำงานกับผู้ชำนาญการภายนอกบริษัท ที่ร่วมเป็นหุ้นส่วนกัน “ศูนย์พัฒนาแห่งนี้ มีผู้บริหารจาก Volkswagen เป็นผู้ดูแล และน่าจะสามารถเริ่มดำเนินการได้ในไตรมาสที่ 2 ของปีนี้” Matthias Müller กล่าว “โดยมีหน้าที่เป็นที่เข้าใจตรงกันว่า จะทำการพัฒนาแบทเตอรี การจัดซื้อจัดจ้าง และควบคุมคุณภาพ สำหรับชุดแบทเตอรี เพื่อใช้งานกับรถทุกยี่ห้อในเครือ”

นอกจากนี้เขายังเสนอแนะว่า การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าจะช่วยให้ Volkswagen สามารถวางแผนแนะนำรถไฟฟ้า 10 รุ่น ภายในปี 2561 และมากกว่า 30 รุ่น ภายในปี 2568 “Volkswagen Group ประเมินว่า เราจะเป็นผู้นำในยานยนต์ที่ใช้ไฟฟ้าจากแบทเตอรี” Matthias Müller กล่าว “ซึ่งเมื่อถึงตอนนั้น เราจะพัฒนาและก้าวล้ำไปในความก้าวหน้าของระบบแบทเตอรี จากลิเธียม-ไออน ไปสู่ผู้นำด้านเทคโนโลยียานยนต์ ที่เราตั้งเป้าไว้ในปี 2568″

ค่ายรถยนต์เกือบทั้งหมดในกลุ่ม Volkswagen สามารถทำผลกำไรได้อย่างดี โดยผลกำไรของ Skoda เพิ่มขึ้นเกือบสามเท่า ในปี 2559 ด้วยจำนวน 1.2 พันล้านยูโร ราว 45.6 พันล้านบาท ขณะที่ Seat ทำกำไรได้ 153 ล้านยูโร ราว 5,814 ล้านบาท ในระยะเวลาเดียวกัน

Bentley สามารถส่งมอบได้ 11,300 คัน เพิ่มขึ้นจากปี 2558 6.4 % แต่จากแผนงานที่จะแนะนำ Bentayga รวมทั้งค่าใช้จ่ายในการเตรียมแนะนำรถสู่ตลาด ทำให้ผลกำไรของรถหรูจากอังกฤษ ใกล้เคียงกับปีก่อนหน้านี้ โดยทำได้ 112 ล้านยูโร ราว 4,256 ล้านบาท ขณะที่ Porsche สามารถทำกำไรได้เกือบ 14 % ด้วยจำนวนเงิน 3.9 พันล้านยูโร ราว 148.2 พันล้านบาท

แต่ค่ายที่ผลกำไรน้อยลงเล็กน้อย เพราะมีค่าใช้จ่ายด้านการแนะนำรถรุ่นใหม่ รวมทั้งต้องจ่ายค่าปรับกรณีค่าไอเสียจากเครื่องยนต์ดีเซลอีก 1.8 พันล้านยูโร ราว 68.4 พันล้านบาท แต่ก็ยังสามารถทำกำไรได้ ราว 3 พันล้านยูโร ราว 114 พันล้านบาท

 



------------------------------
เรื่องโดย : มือบ๊วย
คอลัมน์ Online : ข่าวรอบโลก
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/dZx4v
วันที่เผยแพร่ : วันพุธ ที่ 29 มีนาคม 2560 เวลา 12:30 นาฬิกา
อัพเดทล่าสุด
10 Apr 2018

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
3,299,000
2.
5,399,000
3.
6,799,000
4.
3,249,000
6.
53,500,000
8.
3,600,000
9.
4,539,000
10.
13,339,000
11.
2,999,000
12.
1,749,000
13.
1,800,000
15.
499,000
16.
979,000
17.
990,000
18.
4,090,000
19.
1,699,000
20.
13,500,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th