บทความ

Toyota USA กำไรหด


หลังจาก Toyota Motor Corp. เสียตำแหน่งผู้ผลิตรถยนต์มากที่สุดในโลกให้กับ Volkswagen AG ในปีที่ผ่านมา Toyota เลยส่งตัวเลขประมาณการผลกำไร สำหรับรอบปีบัญชี 2559 ที่จะถึงในปลายเดือนมีนาคมนี้ คาดหวังว่าผลกำไรจะลดลงเหลือ 1.7 ล้านล้านเยน ราว 59.5 พันล้านบาท น้อยกว่าที่นักวิเคราะห์ทางการเงินประมาณการเอาไว้ อันเป็นผลมาจากอัตราแลกเปลี่ยนค่าเงิน ที่เงินเยน แข็งค่ามากกว่าเหรียญสหรัฐฯ มาโดยตลอด ประกอบกับความนิยมในรถยนต์นั่งลดลง ทำให้กระทบกับยอดขายของ Camry ในสหรัฐอเมริกา

 

รวมทั้งความเสี่ยงจากการประกาศตั้งกำแพงภาษี ตามนโยบายใหม่ของประธานาธิบดี ทรัมพ์ ยิ่งทำให้ Toyota ทำงานยากกว่าเดิม ทั้งที่ได้ลงทุนไปแล้วราว 22 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ ในสหรัฐอเมริกา และยังต้องการงบลงทุนอีกมากกว่า 1 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ ในระยะเวลาอีกหลายปี เพื่อปรับปรุงโรงงานทั้ง 6 แห่ง เพื่อให้เข้ากับนโยบายด้านสิ่งแวดล้อมของแต่ละมลรัฐ ที่เข้มข้นมากขึ้น รวมทั้งยังเป็นผู้สั่งนำเข้าชิ้นส่วนราคาสูง อย่างเครื่องยนต์ และระบบขับเคลื่อน

 

นักวิเคราะห์ในวงการยานยนต์ จาก Jeffrey Group ที่ติดอันดับ 1 มาตลอดเวลา 6 ปี จากการคัดเลือกของ Nikkei นับแต่ปี 2552 ให้ความเห็นในรายงานถึงสถานการณ์ปัจจุบันว่า “ผู้ผลิตยานยนต์จากประเทศญี่ปุ่น ไม่ประสบความสำเร็จในการจัดหาชิ้นส่วนเพื่อการผลิตในอเมริกา แม้ว่าจะเป็นตลาดที่มียอดขายขนาดใหญ่ก็ตาม”

 

ก่อนหน้าเข้ารับตำแหน่ง ประธานาธิบดี ทรัมพ์ เขียนทวิทเตอร์ เรียกร้องให้ Toyota ซึ่งวางแผนจะสร้างโรงงานในเมกซิโก เพื่อผลิต Corolla รุ่นใหม่ ให้ระงับโครงการ มิฉะนั้นจะต้องพบกับ “ภาษีนำเข้าราคาแพง”

 

ส่วนแบ่งการตลาดของ Toyota ในอเมริกาเหนือ นับว่าสำคัญมาก เพราะคิดเป็น 38 % ของผลกำไรทั้งบริษัท ทำให้ทั้งค่ายสามห่วงและรัฐบาลญี่ปุ่น ต่างได้รับแรงกดดันด้านการเมืองจากนโยบายใหม่ของประธานาธิบดี ทรัมพ์ ที่เกี่ยวพันกับอุตสาหกรรมรถยนต์ในอเมริกา

 

Mr.Toyoda ประธาน โตโยตา ซึ่งปฏิเสธที่จะร่วมเดินทางกับ Shinzo Abe นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น ในการเยือนสหรัฐอเมริกา กล่าวว่า Toyota จะลงทุนในอเมริกา 10 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ ภายใน 5 ปีข้างหน้า ในความพยายามที่จะใช้ชิ้นส่วนในประเทศราว 75 % เพื่อใช้ในการผลิต Camry รถยนต์ขนาดกลางที่ขายดีที่สุดในอเมริกา

 

Toyota ประเมินผลกำไรจากการดำเนินงาน ลดลง 39 % ในไตรมาสสุดท้ายของปีที่ผ่านมา แต่ประเมินผลกำไรจากรอบปีทางบัญชี สิ้นสุด ณ วันที่ 31 มีนาคม ราว 1.55 หมื่นล้านเยน

 

Toyota ประเมินยอดการขายในสหรัฐ สำหรับรถยนต์นั่ง ในปีนี้จะเป็นปีที่ยากลำบากสำหรับรถทุกยี่ห้อ เนื่องเพราะผู้บริโภคเปลี่ยนความนิยมไปเป็นกระบะ และเอสยูวี รวมถึงการต่อสู้ในแต่ละยี่ห้อจากแคมเปญต่างๆ เริ่มรุนแรงมากขึ้น

 

Toyota ผลิตรถจากโรงงานในอเมริกา จากยอดจำหน่ายราว 49 % รวมทั้งมีการส่งออกไปยังต่างประเทศ มากกว่า Nissan และ Honda โดยสั่งนำเข้ารถหรู Lexus จากญี่ปุ่น, Rav4 จาก แคนาดา และ สั่งรถกระบะ Tacoma จากเมกซิโก

 

สำหรับ Toyota การผลิตรถยนต์ในอเมริกาเพิ่มขึ้น เป็นทั้งนโยบายที่กระทบกลับไปยังประเทศญี่ปุ่น และมีราคาแพง โดยนักวิเคราะห์จาก สถาบันหลักทรัพย์ SBI ในโตเกียว Koji Endo ประเมินว่า การผลิตโมเดล Lexus ในสหรัฐอเมริกา ต้องการโรงงานแห่งใหม่ ซึ่งจะต้องใช้เงินลงทุนมากถึง 150 พันล้านเยน ราว 52 พันล้านบาท

 

“ถ้าต้องการย้ายฐานการผลิตไปยังอเมริกาเพิ่มขึ้น ทำให้ต้องปิดสายการผลิตในญี่ปุ่น ไล่คนงานออก และผู้ผลิตชิ้นส่วนจะต้องหายสาบสูญไปจำนวนหนึ่ง” Koji Endo กล่าว



------------------------------
เรื่องโดย : มือบ๊วย
คอลัมน์ Online : ข่าวรอบโลก
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/T2gPt
วันที่เผยแพร่ : วันศุกร์ ที่ 17 กุมภาพันธ์ 2560 เวลา 12:30 นาฬิกา
อัพเดทล่าสุด
8 Oct 2018

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
2.
2,090,000
3.
2,229,000
4.
779,000
5.
3,590,000
7.
1,316,000
8.
1,749,000
9.
1,699,000
11.
3,299,000
12.
5,399,000
13.
6,799,000
14.
3,249,000
15.
4,980,000
16.
53,500,000
18.
3,600,000
19.
13,500,000
20.
6,799,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th