บทความ

เปลี่ยนน้ำมันพวงมาลัยเพาเวอร์ ทำได้ แค่ระวังเลอะมือ !


 

ใครที่ยังใช้พวงมาลัยเพาเวอร์แบบไฮดรอลิคอยู่ ต้องดูแลเปลี่ยนถ่ายน้ำมันตามระยะเวลา ซึ่งเปลี่ยนได้ไม่ยากแค่ 9ขั้นตอน 

ซ้ายน้ำมันใช้แล้ว ขวาน้ำมันใหม่

เปรียบเทียบน้ำมันเก่า (ซ้าย) และน้ำมันใหม่ (ขวา)

 

พวงมาลัยเพาเวอร์ มี 2 แบบ

พวงมาลัยเพาเวอร์ มีระบบช่วยทดกำลังการหมุนพวงมาลัย ทำให้บังคับทิศทางรถได้ง่ายขึ้น (ทุ่นแรงหมุน) ซึ่งแบ่งออกเป็น 2 แบบ ดังนี้

แบบไฮดรอลิค หลักการทำงานจะมีปั๊มเพาเวอร์ เป็นตัวสร้างความดันให้น้ำมันพวงมาลัยเพาเวอร์หมุนเวียนภายในระบบ เมื่อเร่งเครื่อง พูลเลย์จะหมุนตามการทำงานของเครื่องยนต์และส่งต่อมายังสายพาน ไปหมุนปั๊มเพาเวอร์ และหมุนเวียนไปยังลูกสูบพวงมาลัยเพาเวอร์ (POWER CYLINDER) ดันน้ำมันไปตามทิศทางการหักเลี้ยว จึงทำให้ผ่อนแรงบังคับเลี้ยวได้
แบบไฟฟ้า มักติดตั้งอยู่ในรถรุ่นใหม่ๆ (ไม่ต้องใช้น้ำมันเพาเวอร์) โดยมีกล่องควบคุมอีเลคทรอนิค คอยสั่งงานไปยังมอเตอร์ไฟฟ้าซึ่งเป็นตัวช่วยผ่อนแรง และปรับการหมุนของพวงมาลัยให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นตามสภาวะการขับขี่ เช่น การเลี้ยว ใช้ความเร็วต่ำ หรือความเร็วสูง

 

ตรวจเชคได้ง่าย สบายแรง

การบำรุงรักษาระบบพวงมาลัยเพาเวอร์ แบบไฮดรอลิค ไม่ยาก ให้ตรวจเชคระดับน้ำมันในกระปุกน้ำมันเพาเวอร์ที่ห้องเครื่องยนต์ ซึ่งมีระดับหรือก้านวัดบอกปริมาณน้ำมันไว้อย่างชัดเจน โดยใช้คำว่า COLD-HOT หรือ MAX-MIN
หากวัดขณะเครื่องยนต์เย็น น้ำมันพวงมาลัยเพาเวอร์ต้องอยู่ในระดับ “COLD” ถ้าวัดในขณะที่เครื่องยนต์กำลังร้อนต้องอยู่ที่ขีด “HOT” ถ้าน้ำมันพร่อง ไม่ได้ระดับ สามารถเติมน้ำมันลงไปที่กระปุกได้เลย หรือหากระดับน้ำมันเกินก็ให้ถ่ายออก ตามวิธีที่เราแนะนำ (ถ่ายออกตามปริมาณที่เกิน)
รถที่ยังอยู่ในระยะที่รับประกัน แนะนำให้เข้าไปเปลี่ยนถ่ายที่ศูนย์บริการ ส่วนรถที่พ้นระยะเวลารับประกันแล้ว ก็หาซื้อน้ำมันมาเปลี่ยนถ่ายเองได้เลย ตามระยะทาง หรือเวลาที่คู่มือระบุไว้

 

ใช้ให้เป็น ช่วยยืดอายุการใช้งาน

เวลาเลี้ยวรถ หลีกเลี่ยงการหมุนพวงมาลัยจนสุดค้างไว้เป็นเวลานาน เพื่อไม่ให้มอเตอร์ทำงานหนัก หรือลดการปั๊มน้ำมันในระบบไฮดรอลิค หากรถจอดอยู่ ไม่ควรหมุนพวงมาลัยโดยทันที ให้รถเคลื่อนที่เล็กน้อย แล้วค่อยหมุนพวงมาลัย เพราะระหว่างการหมุนพวงมาลัย ล้อและยาง จะมีแรงเสียดทาน หรือแรงฝืนอย่างมาก ทำให้อุปกรณ์มีความร้อนสูงจนได้รับความเสียหาย หรือชุดปั๊มเพาเวอร์อาจรั่ว เพราะมีแรงดันน้ำมันมหาศาล

 

cara_mengemudi

พวงมาลัยหนักกว่าปกติ ต้องตรวจเชค

– ระดับน้ำมันต่ำเกินไป ควรเติมให้อยู่ในระดับปกติ
– ใช้น้ำมันผิดประเภท ที่มีค่าความหนืดไม่เหมาะสม
– ปั๊มไฮดรอลิคเสีย เมื่อหมุนพวงมาลัยจะมีเสียงดัง
– มอเตอร์ชำรุด (สำหรับพวงมาลัยเพาเวอร์ไฟฟ้า) สังเกตได้จากไฟเตือนรูปพวงมาลัยบนหน้าปัด
– อุปกรณ์หรือชิ้นส่วนในระบบบังคับเลี้ยว อาทิ ลูกหมาก ชำรุดเสียหาย
– ลมยางอ่อน หรือศูนย์ของล้อไม่ตรง

 

อุปกรณ์

อุปกรณ์
1. ถุงพลาสติค และหนังยาง
2. น้ำมันพวงมาลัยเพาเวอร์ (น้ำมันเกียร์) ขนาด 1 ลิตร
3. ถุงมือ
4. ขวดเปล่าขนาด 1.5 ลิตร
5. คีม

 

ขั้นตอนการเปลี่ยนน้ำมันพวงมาลัยเพาเวอร์

1.
1. สังเกตที่กระปุกน้ำมันพวงมาลัยเพาเวอร์ จะมีสายยาง 2 เส้น ให้ถอดสายเส้นที่อยู่ด้านบนออกจากกระปุก

 

 

2.
2. ใช้ถุงพลาสติคหุ้ม ตรงรูกระปุกน้ำมันพวงมาลัยเพาเวอร์ที่ถอดสายยาง เพื่อไม่ให้น้ำมันไหลออก

 

 

3.
3. นำปลายสาย (เส้นที่ถอด) ใส่ลงไปที่ขวด

 

 

4.
4. สตาร์ทเครื่อง หมุนพวงมาลัยซ้าย/ขวาจนสุด หลายๆ รอบ

 

 

5.
5. น้ำมันพวงมาลัยเพาเวอร์จะไหลออกมา หมุนพวงมาลัยจนกว่าน้ำมันจะหยุดไหล

 

 

6.
6. ถอดถุงพลาสติค และใส่สายกลับไปยังตำแหน่งเดิมให้เรียบร้อย

 

 

9.
7. เปิดฝากระปุกน้ำมัน เติมน้ำมันลงไปจนถึงระดับ MAX หรือ HOT

 

 

8.
8. หมุนพวงมาลัยซ้าย/ขวา จนสุด หลายๆ รอบ อีกครั้ง เพื่อไล่อากาศออกให้หมด

 

 

ล้อมกรอบ
9. ถ้าน้ำมันพร่อง ให้เติมน้ำมันลงไปจนกว่าระดับน้ำมันจะคงที่ อยู่ในระดับ MAX หรือ HOT เป็นอันเสร็จ

 



------------------------------
เรื่องโดย : พีรพัฒน์ อินทมาตย์
ภาพโดย : เกรียงศักดิ์ ปันสม
คอลัมน์ Online : เทคนิค
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/JBgO2
วันที่เผยแพร่ : วันอังคาร ที่ 6 กันยายน 2559 เวลา 09:56 นาฬิกา

บทความที่น่าสนใจ

ขีดสุดความแรงจากค่ายดาว 3 แฉก ! Mercedes-AMG GT ดิบสุดขั้วกับรุ่น R หรือ แรง หรู กับรุ่น C !!
อัพเดทล่าสุด
23 Nov 2017

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
21,900,000
2.
11,530,000
3.
14,900,000
4.
3,699,000
5.
2,930,000
6.
679,000
7.
1,290,000
8.
21,890,000
9.
3,090,000
10.
75,000,000
12.
1,545,000
13.
1,465,000
14.
2,390,000
15.
489,000
16.
1,199,000
18.
2,490,000
19.
479,000
20.
939,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th

What's New