บทความ

โตโยตา ฟอร์ทูเนอร์ ใหม่ 2.7 วี VVT-I


โตโยตา ฟอร์ทูเนอร์ 2.7 วี 160 แรงม้า ราคา 1,096,000 บาท

 

คู่แข่งในตลาด
ฮอนดา ซีอาร์-วี 2.0 เอส 170 แรงม้า ราคา 1,180,000 บาท
เชฟโรเลต์ แคพทีวา 2.4 แอลเอส 142 แรงม้า ราคา 1,189,000 บาท
ฟอร์ด เอเวอเรสต์ 2.5 เอกซ์แอลที 143 แรงม้า ราคา 999,000 บาท
อีซูซุ มิว-7 3.0 ไอ-เทค 163 แรงม้า ราคา 1,095,000 บาท

 

ข้อเด่น
– รูปทรงใหญ่ ดูภูมิฐาน สไตล์เอสยูวีหรู
– ห้องโดยสารกว้างขวาง นั่งสบาย ปรับเป็น 7 ที่นั่งได้
– อัตราเร่งตอบสนองทันใจ
– เบรคดี หยุดมั่นใจ ที่ความเร็วสูง

 

ข้อด้อย
– ระบบรองรับแข็ง โครงสร้างพื้นฐานเดียวกับพิคอัพ
– ระบบขับเคลื่อน 2 ล้อ ลุยทางทุรกันดารหนักไม่ได้
– กินน้ำมันสูง เมื่อเทียบกับคู่แข่ง

 

ฟันธง
เอสยูวีใหญ่ ขับ 2 ล้อ นั่งสบาย เหมาะกับยุคน้ำมันแพง

โตโยตา ฟอร์ทูเนอร์ ขับเคลื่อน 2 ล้อ 7 ที่นั่ง รถกิจกรรมกลางแจ้ง เปิดตัวมาเพื่อรองรับกับ
ตลาดในกลุ่มรถเอสยูวี 4×2 ซึ่งกำลังได้รับความนิยม เพราะตัวรถสูง ทัศนวิสัยดี ลุยได้
ทั้งในและนอกเมือง ขานรับกระแสน้ำมันแพง แถมราคายังต่ำกว่ารุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ

 

4 WHEELS ได้นำ โตโยตา ฟอร์ทูเนอร์ รุ่นขับเคลื่อน 2 ล้อ มาทดสอบและวัดสมรรถนะด้วย
เครื่องดาทรอน เพื่อให้รู้ถึงประสิทธิภาพที่แท้จริงของรถรุ่นนี้

 

ภายนอก
หรูใหญ่ ไม่ต่างจากรุ่นขับ 4 (4 ดาว)

รูปลักษณ์ขนาดใหญ่ ออกแบบโค้งมน ดูหรู สะดุดตา ไม่ต่างจากรุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ
โคมไฟหน้าขนาดใหญ่แบบมัลทิรีเฟลคเตอร์ สวยและให้แสงสว่างชัดเจน ไฟตัดหมอกทรงกลม
รับกับกันชนหน้า กระจกมองข้าง และมือจับประตูแบบดึงเปิด เสริมด้วยโครเมียม บันไดข้าง
ช่วยให้ขึ้น/ลงรถสะดวก เสาหลังคาท้ายลาดเอียงเพิ่มทัศนวิสัย เสาอากาศแบบฝังซ่อนใน
กระจกหน้าต่างด้านท้าย ดูไม่เกะกะเมื่อมองจากภายนอก

ไฟท้ายแบบคริสตัลเลนส์ เพิ่มความลงตัว ดูสวยเด่น เห็นแสงชัดเจนดี ติดตั้งสปอยเลอร์หลัง
ฝังไฟเบรค หลอด LED กันชนหลังติดตั้งเซนเซอร์กะระยะ ช่วยเพิ่มความสะดวกใน
การจอด โดยเฉพาะที่แคบ ส่วนล้อเป็นอัลลอย 6 ก้าน ขนาดใหญ่ พร้อมยางขนาด 265/70 R16

 

ภายใน
นั่งสบาย ปรับเป็น 7 ที่นั่งได้ (4 ดาว)

ห้องโดยสารกว้าง อุปกรณ์อำนวยความสะดวกครบ ตกแต่งด้วยวัสดุโทนสีครีม สบายตา ตัดกับ
แผงคอนโซลสีเงินเมทัลลิค ดูสปอร์ท เบาะนั่งหุ้มหนัง ดูหรู นั่งสบายทั้ง 7 ที่นั่ง เบาะแถวหลัง
2 ตัว สามารถปรับและพับเก็บได้ เพิ่มพื้นที่ใช้งาน และบรรทุกสัมภาระ

มาตรวัดเรืองแสง มองเห็นได้ชัดทั้งกลางวันและกลางคืน กระจกไฟฟ้าฝั่งคนขับมีระบบป้องกัน
การหนีบ (JAM PROTECTION) ที่คอนโซลกลางมีจอแสดงข้อมูลจากการขับขี่ (MULTI-
INFORMATION DISPLAY) ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ แบบดิจิทอล 2 ตอน กระจายลม
ทั่วถึงด้วยช่องแอร์ด้านหลัง

เครื่องเสียงแบบ 2 DIN เล่นวิทยุ และซีดี 6 แผ่น พร้อมระบบเอมพี 3 ลำโพง 6 ทิศทาง
คันเกียร์อัตโนมัติแบบขั้นบันได หรูหรา ใช้งานง่าย แต่น่าเสียดายที่มีเพียง 4 จังหวะ
พวงมาลัยเพาเวอร์ 4 ก้าน หุ้มหนังแท้ และยังติดตั้งสวิทช์ควบคุมการทำงานของระบบ
เครื่องเสียง และจอแสดงข้อมูล ที่แป้นพวงมาลัย ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถเลือกควบคุมอุปกรณ์
ได้โดยไม่ต้องละมือจากพวงมาลัย

การป้องกันเสียงรบกวนในช่วงความเร็วต่างๆ 60/80/100/120/140 กม./ชม. วัดได้ 60/63/65/
67/70 เดซิเบล ในขณะที่ ซีอาร์-วี 2.4 ลิตร วัดเสียงที่ความเร็วเดียวกันได้ 52/59/66/67/71
เดซิเบล นิสสัน เอกซ์-ทเรล วัดได้ 56/59/64/67/70 เดซิเบล และแคพทีวา วัดได้ 53/60/
65/69/71 เทียบกันแล้ว ฟอร์ทูเนอร์ จะมีเสียงที่ดังกว่าในช่วงความเร็ว 60-80 กม./ชม. แต่ที่
ความเร็วสูงขึ้น ระดับเสียงจะใกล้เคียงกัน

 

สมรรถนะ
ออกตัวดี ขับสนุก (3 ดาว)

ขุมพลังเบนซิน ขนาด 2,700 ซีซี 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว พร้อมระบบวาล์วแปรผัน VVT-I
ที่เปลี่ยนองศาการเปิด/ปิดวาล์วไอดี ให้สัมพันธ์กับความต้องการอากาศในเครื่องยนต์ ให้กำลัง
สูงสุด 160 แรงม้า ที่ 5,200 รตน. แรงบิดสูงสุด 24.6 กก.-ม. ที่ 3,800 รตน.

สมรรถนะและอัตราเร่ง อยู่ในเกณฑ์ใช้ได้ ช่วง 0-100 กม./ชม. ใช้เวลา 12.7 วินาที
ช่วง 0-400 ม. ใช้เวลา 18.9 วินาที ที่ความเร็ว 120.9 กม./ชม. และ 0-1,000 ม. ใช้เวลา
34.7 วินาที ที่ความเร็ว 145.0 กม./ชม. เป็นรองคู่แข่งอยู่เล็กน้อย เมื่อเทียบกับ ฮอนดา
ซีอาร์-วี 2.4 ลิตร/นิสสัน เอกซ์-ทเรล 2.5 ลิตร ที่ความเร็ว 0-100 กม./ชม. ทำได้ 11.9/10.6
วินาที และ 0-1,000 ม. ทำได้ 33.3/32.5 วินาที

ลองนำผลทดสอบมาเทียบกับ ฟอร์ด เอเวอเรสต์ เครื่องยนต์ดีเซล 2.5 ลิตร ขับเคลื่อน 2 ล้อ
ปรากฏว่า ฟอร์ทูเนอร์ ทำได้ดีกว่า โดยช่วง 0-100 กม./ชม. เอเวอเรสต์ ทำเวลาไว้ 17.0 วินาที
0-400 ม. เวลา 20.3 วินาที และ 0-1,000 ม. เวลา 37.9 วินาที

การตอบสนองขณะเร่งแซงที่ความเร็วต่างๆ ช่วง 60-100 กม./ชม. ฟอร์ทูเนอร์ ใช้เวลา
7.3 วินาที 80-120 กม./ชม. ใช้เวลา 10.1 วินาที และ 40-120 กม./ชม. ใช้เวลา 15.3 วินาที
เมื่อลองเทียบกับคู่แข่งในตลาด พบว่า ฟอร์ทูเนอร์ มีอัตราเร่ง “ยืดหยุ่น” ที่ใช้ได้ เป็นรองแต่เพียง
ซีอาร์-วี ใหม่ โดยรุ่นเครื่องยนต์ 2.0 ลิตร ทำไว้ 7.0/8.4/14.3 วินาที และเครื่องยนต์ 2.4 ลิตร
ทำไว้ 7.0/8.6/14.0 วินาที ตามลำดับ แต่ดีกว่า เอเวอเรสต์ 2.5 ลิตร ขับเคลื่อน 2 ล้อ ที่ทำไว้
10.3/13.2/21.6 วินาที ตามลำดับ

เราทดสอบวัดอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันของ ฟอร์ทูเนอร์ ความเร็วคงที่ 60/80/100/120/140
กม./ชม. ได้ 14.6/11.6/9.9/8.4/6.6 กม./ลิตร ตามลำดับ นับว่า “กินกว่า” ในทุกช่วงความเร็ว
เมื่อเทียบกับคู่แข่งอย่าง ซีอาร์-วี 2.4 ลิตร ที่วัดได้ 16.3/16.2/14.4/11.1/18.6 กม./ลิตร
ซึ่งน่าจะมาจากระบบเกียร์เดินหน้าเพียง 4 จังหวะ แต่ของ ซีอาร์-วี นั้นใช้ระบบเกียร์เดินหน้า
5 จังหวะ ความเร็วปลายจึงประหยัดกว่า ลองเทียบผลกับ เอเวอเรสต์ เครื่องยนต์ดีเซล 2.5 ลิตร
เกียร์ 5 จังหวะ วัดได้ 18.3/16.9/12.2/9.1/8.1 กม./ลิตร ก็ยัง “กิน” กว่าเช่นกัน

 

การบังคับควบคุม
แข็ง แกร่ง ทน (4 ดาว)

ฟอร์ทูเนอร์ ใช้ระบบรองรับด้านหน้าแบบอิสระ ปีกนกคู่ ทำงานร่วมกับคอยล์สปริง พร้อม
เหล็กกันโคลง ด้านหลังเป็นแบบคานแข็ง พร้อมแขนยึด 4 จุด และคอยล์สปริง
เหล็กกันเพลาหลัง เพิ่มความมั่นใจขึ้นในเส้นทางปกติ และทางทุรกันดาร

ระบบเบรคของ ฟอร์ทูเนอร์ แบบจานขนาดใหญ่ พร้อมคาลิเพอร์เบรคคู่ และระบบป้องกัน
ล้อลอค เอบีเอส วาล์วปรับแรงดันน้ำมันเบรค แอลเอสพีวี นอกจากนี้ยังใช้โครงสร้างตัวถังนิรภัย
GOA พร้อมคานรับแรงกระแทกในประตูทุกบาน และติดตั้งถุงลมนิรภัยคู่ มาให้เป็นมาตรฐาน

ผลทดสอบเบรคที่ความเร็วต่างๆ ฟอร์ทูเนอร์ ทำได้ดี โดยที่ความเร็ว 60-0 กม./ชม. ใช้ระยะหยุด
16.0 ม. ที่ 80-0 กม./ชม. 28.6 ม. ในตอนแรก เราไม่แน่ใจกับผลทดสอบเบรค ที่ 100-0
กม./ชม. แต่หลังตรวจสอบอย่างละเอียด จากผลทดสอบที่ทำซ้ำถึง 3 ครั้ง และได้ค่าที่
ใกล้เคียงกัน เราจึง “มั่นใจ” ว่ามันคือ ค่าที่ถูกต้อง เพราะทำได้ดีมาก 42.7 ม. (คิดเป็นค่า
แรงหน่วงสูงถึง 0.92 จี เลยทีเดียว) เมื่อเทียบกับคู่แข่งอย่าง ฮอนดา ซีอาร์-วี รุ่น 2.4 ลิตร
และนิสสัน เอกซ์-ทเรล 2.5 ลิตร เบรคที่ความเร็วเดียวกันทำได้ (60-0 กม./ชม.) 16.7/16.9 ม.
ที่ 80-0 กม./ชม. ใช้ระยะทาง 30.8/29.2 ม. ส่วนผลทดสอบของ เอเวอเรสต์ นั้น ฟอร์ทูเนอร์
“เป็นต่อ” โดยทดสอบเบรคที่ความเร็วเดียวกัน เราวัดได้ 18.1/35.2/52.5 ม.

 

สรุป

โตโยตา ฟอร์ทูเนอร์ 2.7 วี VVT-I เอสยูวีขับเคลื่อน 2 ล้อ ที่ออกมาตอบรับกับกระแสน้ำมันแพง
ดูภายนอกแทบไม่แตกต่างจากรุ่นขับ 4 รูปร่างใหญ่ ดูโอ่อ่า เมื่อเทียบกับคู่แข่งในตลาด
เบาะนั่งสามารถปรับเป็น 7 ที่นั่งได้ ช่วงล่างแข็งไปนิด แต่ทนทาน ระบบเบรคไว้ใจได้
ตั้งราคาน่าสน สำหรับแฟนเอสยูวี ที่นิยมรถใช้งานในเมือง และท่องเที่ยวในแบบสบายๆ

 

ข้อมูลจำเพาะ โตโยตา ฟอร์ทูเนอร์ 2.7 วี VVT-I

ผู้แทนจำหน่าย บริษัท
โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด โทร. 0-2305-2000
มิติและน้ำหนัก
ยาว/กว้าง/สูง (มม.) 4695/1840/1795
ช่วงล้อหน้า/หลัง (มม.) 1540/1540
ฐานล้อ (มม.) 2750
น้ำหนัก (กก.) 1730
ความจุถังเชื้อเพลิง (ลิตร) 65
เครื่องยนต์ รหัส 2TR-FE
ชนิด ดีเซล 4 สูบแถวเรียง DOHC 16 วาล์ว VVT-I
ความจุ (ซีซี) 2694
กระบอกสูบ/ช่วงชัก (มม.) 95.0/95.0
อัตราส่วนกำลังอัด 9.6:1
กำลังสูงสุด (แรงม้า/รตน.) 160/5200
แรงบิดสูงสุด (กก.-ม./รตน.) 24.6/3800
ระบบจ่ายเชื้อเพลิง หัวฉีดอีเลคทรอนิคส์
ระบบถ่ายทอดกำลัง
เกียร์อัตโนมัติ (จังหวะ) 4
ขับเคลื่อน (ล้อ) 2 หลัง
ระบบรองรับ
หน้า อิสระ ปีกนกคู่ คอยล์สปริง พร้อมเหล็กกันโคลง
หลัง โฟร์ลิงค์ คอยล์สปริง
ระบบบังคับเลี้ยว
แบบ ฟันเฟือง และตัวหนอน
ระบบห้ามล้อ
แบบ เอบีเอส แอลเอสพีวี
หน้า จาน มีครีบระบายความร้อน
หลัง ดุม
ราคา (บาท) 1096000
อัตราเร่ง (วินาที)
0-60 กม./ชม. 5.8
0-80 กม./ชม. 9.0
0-100 กม./ชม. 12.7
0-120 กม./ชม. 18.5
0-140 กม./ชม. 28.2
0- 160 กม./ชม. N/A
0-400 ม. 18.9 (120.9 กม./ชม.)
0-1000 ม. 34.7 (145.0 กม./ชม.)
อัตราเร่งยืดหยุ่น (วินาที)
40-120 กม./ชม. 15.3
60-100 กม./ชม. 7.3
80-120 กม./ชม. 10.1
ห้ามล้อเมื่อหยุดรถกะทันหันจากความเร็ว (ม./ค่าจี)
60-0 กม./ชม. 16.0 (0.89)
80-0 กม./ชม. 28.6 (0.88)
100-0 กม./ชม. 42.7 (0.92)
ระดับเสียงรบกวนในห้องโดยสาร (เดซิเบล A)
ที่ความเร็ว 0 กม./ชม. (จอดนิ่ง) 51
ที่ความเร็ว 60 กม./ชม. 60
ที่ความเร็ว 80 กม./ชม. 63
ที่ความเร็ว 100 กม./ชม. 65
ที่ความเร็ว 120 กม./ชม. 67
ที่ความเร็ว 140 กม./ชม. 70
ความคลาดเคลื่อนของมาตรวัดความเร็ว (กม./ชม.)
ที่ความเร็ว 60 กม./ชม. 55
ที่ความเร็ว 80 กม./ชม. 74
ที่ความเร็ว 100 กม./ชม. 93
ที่ความเร็ว 120 กม./ชม. 111
ที่ความเร็ว 140 กม./ชม. 131
อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง
ความเร็วคงที่ (กม./ชม.) กม./ลิตร ลิตร/100 กม.
60 14.6 6.9
80 11.6 8.7
100 9.9 10.1
120 8.4 12.0
140 6.6 15.3
หมายเหตุ: รถใหม่



------------------------------
เรื่องโดย : ณัฐเวช ยอดแสง
นิตยสาร 4WHEELS ฉบับเดือน มีนาคม ปี 2551
คอลัมน์ : ทดสอบ
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/GX5WT
อัพเดทล่าสุด
10 Apr 2018

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
3,299,000
2.
5,399,000
3.
6,799,000
4.
3,249,000
6.
53,500,000
8.
3,600,000
9.
4,539,000
10.
13,339,000
11.
2,999,000
12.
1,749,000
13.
1,800,000
15.
499,000
16.
979,000
17.
990,000
18.
4,090,000
19.
1,699,000
20.
13,500,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th

บทความที่เกี่ยวข้อง