บทความ

มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์


เอาท์แลนเดอร์ (OUTLANDER) มีห้องโดยสารขนาดบรรทุกได้ 7 คน ทั้งๆ ที่อยู่ในระดับคอมแพคท์
เอสยูวี และแม้จะอยู่ในประเภทรถที่มีการแข่งขันอย่างดุเดือด แต่ก็มีข้อได้เปรียบสูงจากการควบคุม
บังคับแบบสปอร์ท และประโยชน์ใช้สอยที่ยอดเยี่ยมนี้ ได้อาวุธทรงพลังเพิ่มขึ้นอีกอย่าง คือ
เครื่องยนต์วี 6 สูบ ความจุ 3 ลิตร ทำให้มีฝีเท้าเหนือชั้น

 

ภายนอก
เต็มๆ กับล้อแมก 18 นิ้ว

เอาท์แลนเดอร์ ใหม่ ที่บรรจุเครื่องยนต์ วี 6 สูบ คือรุ่น 30 จี (30G) กับ 30 เอมเอส (30MS)
ใช้กระจังหน้าแบบชุบโครเมียม กับแผงประดับด้านข้างที่ชุบโครเมียมเช่นกัน และล้ออลูมิเนียม
ขนาด 18 นิ้ว แบบใหม่ เพื่อสร้างความแตกต่างจากรถที่บรรจุเครื่องยนต์ 4 สูบเรียง

 

ส่วนเครื่องยนต์ วี 6 สูบนั้น เป็นรุ่น 6B31 ที่พัฒนาใหม่ ซึ่งแม้จะเป็นแบบซิงเกิลโอเวอร์เฮดแคมชาฟท์
แต่ใช้ MIVEC ที่มีกลไกควบคุมระยะเวลาและการเปิดวาล์วแบบผันแปร ทำให้มีกำลังเหนือชั้นถึง
220 แรงม้า ยิ่งกว่านั้น ยังเป็นเครื่องยนต์ที่ใช้เบนซินธรรมดาอีกด้วย อนึ่ง ระบบถ่ายทอดกำลัง
ที่นำมาใช้คู่กันนั้น ของรุ่นเครื่องยนต์ 4 สูบเรียง เป็นแบบซีวีที แต่ของรุ่นเครื่องยนต์ วี 6 สูบ
เป็นแบบเกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะ ซึ่งสามารถควบคุมแบบแมนวลได้ด้วยแพดเดิลชิฟท์ เหมือนกับ
แบบซีวีที จึงสามารถคุมกำลังที่สูงและแรงบิดที่มากของเครื่องยนต์วี 6 สูบ ได้ดังใจ

รถที่นำมาทดสอบนั้น มีสีใหม่เป็นสีแดงเมทัลลิค ให้บรรยากาศในการขับขี่แบบสปอร์ท ทำให้
ลืมไปเลยว่ามันเป็นเอสยูวีขนาดบรรทุกได้ 7 คน และฝีเท้าเฉียบจากเครื่องยนต์ วี 6 สูบ
อันทรงพลัง

 

เมื่อติดเครื่อง เข้าเกียร์เดินหน้า เหยียบคันเร่ง ทันใดนั้น การเร่งความเร็วก็เริ่มขึ้นอย่างที่เรียกว่า
โลดแล่น นั่นเลย พลัง 220 แรงม้า แรงบิด 28.1 กก.-ม. สำหรับน้ำหนักรถ 1,670 กก. นั้น
เป็นสเปคที่น่าตื่นใจเกินคาด เนื่องจากระบบเอเอสซี (ASC: ACTIVE STABILITY CONTROL)
ทำงาน ดังนั้น แม้ในโหมด 2WD ก็ไม่ก่ออาการล้อปั่น แต่ถ้าเหยียบคันเร่งอย่างดุดัน ก็จะมี
การถ่ายทอดแรงบิดไปยังพวงมาลัยอย่างมาก การจะปราบม้าพยศเช่นนี้ ไม่ว่าสภาพทาง
จะเป็นอย่างไร น่าจะเข้าโหมด 4WD เอาไว้ดีกว่า

 

แม้จะมีการเร่งความเร็วที่น่าตื่นตาตื่นใจ แต่เราก็มีเวลาเหยียบคันเร่งในตัวเมืองเพียงเล็กน้อย
ถ้าพิจารณาอย่างสงบ จะพบว่า มีการคุมเสียงรบกวนและแรงสะเทือนให้อยู่ในระดับต่ำ ทำให้มี
รสชาติในการขับขี่ที่อ่อนโยนผิดไปเป็นคนละมิติกับคอมแพคท์เอสยูวี และเนื่องจากมีแรงบิดมาก
แม้จะรีบเปลี่ยนเกียร์ ก็ไม่มีการกระตุก ถ้าตั้งใจแล่นไปอย่างพอเหมาะพอควร ไม่ว่าจะเป็นทางทั่วไป
หรือทางด่วน ก็สามารถขับขี่ได้สะดวกสบายสมเป็นเอสยูวี

 

เอาท์แลนเดอร์ รุ่นดั้งเดิม ที่บรรจุเครื่องยนต์ 2.4 ลิตร เคยมีรสชาติของการควบคุมบังคับที่ว่องไว
บนทางโค้ง ถ้าเพิ่มความจุขึ้นอีก 600 ซีซี ใน 2 ลูกสูบ กลายเป็น วี 6 สูบ ความจุ 3 ลิตร ก็รู้สึก
น่าห่วงกับความอืดของการควบคุมบังคับที่เปลี่ยนไปตามน้ำหนักที่เพิ่มขึ้น แต่ตัวเครื่อง วี 6 สูบ
ที่ออกแบบใหม่นี้ มีน้ำหนักเบาจริงๆ จึงแทบไม่ทำให้รู้สึกถึงความด้อยลงเลย

 

ทว่ารุ่นนี้กลับเหนือกว่าเสียอีกในเรื่องแรงเหวี่ยงขึ้น/ลงตามการเหยียบ/ปล่อยคันเร่ง ทั้งนี้ ถ้ารู้จัก
ผ่อนบังเหียน เมื่อเจอกับอาการม้าพยศอาละวาด การขับขี่โดยใช้โหมด 4WD และเปิดระบบเอเอสซี
จะกลายเป็นเงื่อนไขเบื้องต้นเพื่อความปลอดภัย ให้ขับผ่านทางโค้งไปได้ด้วยดี โดยมีการใส่แรงฉุด
อย่างมั่นคงลงในล้อทั้ง 4 ส่วนระบบรองรับที่รองรับพลังสูงได้อย่างมั่นใจนั้น ต้องไม่ให้ความรู้สึก
ว่าแข็งเกินไปแน่ และตะกุยทางไปอย่างมีประสิทธิภาพพร้อมกับอาการสะบัดพองาม เป็นช่วงล่าง
ที่ชวนให้สนุกกับการควบคุมเกียร์เชิงรุกตามแพดเดิลชิฟท์

 

ระบบเอเอสซี ที่จัดการกับการเร่งความเร็วระห่ำได้อย่างมั่นใจนั้น เราได้ลองทดสอบเล็กน้อยบน
ทางวิบาก ปรากฏว่า เมื่อปิดระบบเอเอสซี ในการขับด้วยโหมด 2WD จะเก็บอาการล้อปั่นไม่ค่อยได้
และทำให้รถเคลื่อนไปข้างหน้าโดยล้อหมุนฟรีเป็นระยะทางประมาณ 20 ม. อีกทั้งการควบคุม
บังคับก็ไม่อาจทำให้เกิดเสถียรภาพ และทำให้ตัวรถส่ายซัดไปทางซ้าย/ขวาได้ง่ายด้วย แต่เมื่อเปิด
ระบบเอเอสซี ขณะที่ยังคงขับด้วยโหมด 2WD อยู่ จะกู้แรงฉุดคืนมาได้ในระยะทางประมาณครึ่งหนึ่ง
ส่วนการปิดระบบเอเอสซีในการขับด้วยโหมด 4WD จะทำได้พอๆ กับการเปิดระบบเอเอสซีในการขับ
ด้วยโหมด 2WD แต่เมื่อเปิดระบบเอเอสซีในการขับด้วยโหมด 4WD ระยะทางที่เดินหน้าไปทั้งๆ
ที่ล้อหมุนฟรีจะลดลงไปอีกครึ่งหนึ่ง ประสิทธิผลร่วมของ 4WD กับเอเอสซี ช่วยปรับปรุงแรงฉุด
บนทางที่เกิดการลื่นไถลง่ายได้ถึงขั้นนี้ทีเดียว กล่าวได้ว่า ต้องระบบ 4WD กับเอเอสซี นี่แหละ
ที่จะดึงพลังสูงส่งของเครื่องยนต์ วี 6 สูบ ความจุ 3 ลิตร ไปสู่ความปลอดภัยได้

 

ภายใน
ยกระดับความหรู และเสริมมาดสปอร์ท

รถที่นำมาทดสอบเป็นเกรดสูง คือ 30 จี ซึ่งมีการทำออกมาอย่างหรูและสปอร์ท โดยเพิ่มแผง
ประดับลายไม้สีดำที่แผงอุปกรณ์ภายใน และพ่นสีเงินตรงแผงที่อยู่รอบๆ เกียร์ เป็นต้น
ส่วนที่นั่งก็มีการนำหนังเทียมกับผ้าตาข่ายมาประกอบกันเป็นแบบสปอร์ทเช่นกัน อีกทั้ง
การประกอบเข้ากับบุคลิกของ เอาท์แลนเดอร์ ก็สำเร็จออกมาอย่างหรูขึ้นไปอีกระดับด้วย

 

ส่วนที่มีเสน่ห์และประโยชน์ใช้สอย ก็คือ ที่นั่งตั้งแต่แถว 2 ลงไป กับห้องบรรทุกสัมภาระ เมื่อลงนั่ง
ตรงที่นั่งแถว 2 ก็รู้สึกถึงความกว้างขวางเกินกว่าที่คาดไว้ตอนมองจากภายนอก และสำหรับ
รถระดับนี้ จะมีการเตรียมกลไกสำหรับเลื่อนและเอนที่นั่งไว้ให้ พร้อมทั้งติดตั้งสวิทช์ให้สามารถ
ทำการพับเอนลงกับห้องบรรทุกสัมภาระได้ในหนึ่งสัมผัส ที่นั่งแถว 3 บางมาก และก็อยู่ในระดับ
ที่พอสำหรับผู้ใหญ่ 2 คนนั่งได้เท่านั้น แต่ในรถระดับนี้ ความจำเป็นของที่นั่งแถว 3 มีเฉพาะ
ยามฉุกเฉิน ดังนั้น การทำให้มันไม่เกะกะในห้องบรรทุกสัมภาระยามที่ไม่ได้ใช้งาน จึงเป็นเรื่อง
ที่สำคัญกว่า การตัดสินใจเด็ดขาดอย่างนี้แหละ ที่จะก่อประโยชน์ใช้สอยอย่างเหนือระดับ

 

จากการบรรจุเครื่องยนต์ วี 6 สูบ ความจุ 3 ลิตร เอาท์แลนเดอร์ ได้ความรู้สึกของการยกระดับสูง
ขึ้นกว่าเดิม ทั้งนี้ย่อมมีการเพิ่มสมรรถนะในการขับเคลื่อนให้สูงขึ้นตามเครื่องยนต์ใหม่อย่างแน่นอน
แต่จะเรียกว่าเป็นการอัพเกรดตามนั้นได้ ก็ต่อเมื่อมีการเตรียมคุณสมบัติพื้นฐานอย่างเทียบเท่า
ประเภทที่อยู่ในอันดับสูงขึ้นนั้น ทั้งในส่วนของแชสซีส์ และห้องโดยสารด้วย และสมดุลที่ดีในการ
ขับขี่ก็เป็นเครื่องพิสูจน์แล้วว่า มันไม่อาจได้มาด้วยการบรรจุเครื่องยนต์ทรงพลังเพียงเท่านั้น

 

ข้อมูลจำเพาะ เอาท์แลนเดอร์ 30 จี

มิติและน้ำหนัก
ยาว/กว้าง/สูง (มม.) 4640/1800/1680
ความยาวฐานล้อ (มม.) 2670
ความกว้างฐานล้อ หน้า/หลัง 1540
ความสูงท้องรถ (มม.) 210
น้ำหนักรถ (กก.) 1670
จำนวนผู้โดยสาร (คน) 7
เครื่องยนต์
ชนิด เบนซิน วี 6 สูบเรียง DOHC
ความจุ (ซีซี) 2998
กระบอกสูบ/ช่วงชัก (มม.) 87.6/82.9
กำลังสูงสุด (แรงม้า/รตน.) 220/6250
แรงบิดสูงสุด (กก.-ม./รตน.) 28.1/4000
ความจุถังน้ำมัน (ลิตร) 60
ระบบขับเคลื่อน
แบบ (ล้อ) ฟูลล์ไทม์ 4WD
ระบบถ่ายทอดกำลัง
เกียร์อัตโนมัติ (จังหวะ) 6
ระบบรองรับ
หน้า แมคเฟอร์สันสตรัท พร้อมคอยล์สปริง
หลัง มัลทิลิงค์ พร้อมคอยล์สปริง
ระบบห้ามล้อ
หน้า จาน พร้อมช่องระบายความร้อน
หลัง จาน
ขนาดยาง 225/55 R18



------------------------------
เรื่องโดย : กองบรรณาธิการ
นิตยสาร 4WHEELS ฉบับเดือน มีนาคม ปี 2551
คอลัมน์ : รถใหม่ 4×4
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/LbS9e
อัพเดทล่าสุด
10 Apr 2018

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
3,299,000
2.
5,399,000
3.
6,799,000
4.
3,249,000
6.
53,500,000
8.
3,600,000
9.
4,539,000
10.
13,339,000
11.
2,999,000
12.
1,749,000
13.
1,800,000
15.
499,000
16.
979,000
17.
990,000
18.
4,090,000
19.
1,699,000
20.
13,500,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th

บทความที่เกี่ยวข้อง

นิสสัน จูค กบน้อย หลากสี หลายสไตล์
โตโยตา รัฟโฟร์ แกร่งเกินรถขับเล็ก เหลี่ยมเข้มสไตล์เอสยูวี
Toyota RAV4 ปรับตัว...เสริมเหลี่ยม พร้อมลุยแบบเอสยูวีเต็มขั้น
เลกซัส ยูเอกซ์ น้องใหม่ จัดหนัก เบนซินกับไฮบริด
เมร์เซเดส-เบนซ์ วี 220 มาร์โค โพโล ฮอไรซัน
ซูซูกิ ครอสส์บี ครอสส์โอเวอร์แวกอนเล็ก