บทความ

จันทร์นภา สายสมร


ฟอร์มูลา สัมภาษณ์ จันทร์นภา สายสมร กรรมการผู้จัดการ บริษัท เทคโนเซล (เฟรย์) จำกัด ผู้นำเข้า
และจัดจำหน่ายฟีล์มกรองแสง ลามินา และ ลูมาร์ ถึงแนวความคิดและกลยุทธ์ของการสร้างบแรนด์ ลามินา ให้ขึ้นเป็นผู้นำในตลาดฟีล์มกรองแสงเมืองไทย รวมถึงนโยบายการตลาดในปีที่ 13 ของการดำเนินธุรกิจ

 

ฟอร์มูลา : ความสำเร็จของ ลามินา ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันมีความเป็นมาอย่างไร ?

จันทร์นภา : ช่วง 3 ปีแรกของการดำเนินธุรกิจ ความสำเร็จของบริษัท ฯ คือ การที่บริษัทเปิดขึ้น และ
สามารถดำเนินธุรกิจอยู่ได้ ช่วงปีที่ 4-6 ลามินา เริ่มเป็นที่รู้จักในฐานะฟีล์มชั้นนำในตลาดฟีล์มกรอง
แสงเมืองไทย ปีที่ 7-9 ลามินา เป็นผู้นำฟีล์มกรองแสงทุกประเภท ขึ้นปีที่ 10 จนถึงปัจจุบัน บริษัท ฯ
พยายามนำเสนอสิ่งที่มีประโยชน์ต่อวงการมากขึ้น พร้อมกับการรักษาความเป็นผู้นำตลาด แต่ตลอดเวลา สิ่งที่บริษัท ฯ ปฏิบัติมาตลอด คือ การให้ข้อมูลที่เป็นข้อเท็จจริงที่ถูกต้อง พร้อมกับการพัฒนาวงการฟีล์มกรองแสงในทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นความรู้เรื่องฟีล์มกรองแสง เทคนิคการติดตั้งที่ถูกต้อง รวมถึงการให้บริการที่มีมาตรฐานเทียบเท่าสากล

 

ฟอร์มูลา : สิ่งที่ยากในการรักษาความเป็นผู้นำ คือ อะไร ?

จันทร์นภา : ความยากของการเป็นผู้นำ คือ ความคิดที่จะหนีตัวเอง จากจุดเริ่มต้นจนถึงปัจจุบัน ไม่
เคยคิดว่าจะต้องเป็นผู้นำในตลาดฟีล์มกรองแสง เพียงแต่ต้องการนำเสนอสิ่งใหม่ให้แก่ผู้บริโภคชาวไทย ความสำเร็จที่เกิดขึ้น เป็นสิ่งที่เกินความตั้งใจ เมื่อขึ้นมาเป็นผู้นำแล้ว หลายสิ่งหลายอย่างเปลี่ยนไป การทำตลาดตอนเริ่มต้นธุรกิจ บริษัท ฯ พยายามหนีจากคู่ค้ารายอื่นที่อยู่ในตลาด ด้วยการคิดทำสิ่งใหม่ ซึ่งเป็นเรื่องง่าย เพราะธุรกิจเพิ่งเริ่มต้น แต่ปัจจุบัน ต้องพยายามมองหาสิ่งอื่น ที่ทั้งใหม่ และมีประโยชน์

 

ฟอร์มูลา : ความเป็นบแรนด์อันดับหนึ่ง ให้อะไรแก่บริษัทบ้าง ?

จันทร์นภา : สิ่งที่ทำให้บริษัท ฯ สามารถดำเนินธุรกิจได้ง่ายขึ้น คือ การได้รับความเชื่อมั่นจากผู้บริโภค
ตัวแทนจำหน่าย ที่สมัครมาเป็นตัวแทนจำหน่ายของบริษัท ฯ มากกว่าจำนวนที่สามารถเปิดได้ในแต่
ละปี รวมทั้งยังได้รับความเชื่อมั่นจากซัพพลายเออร์ คือ ซีพีฟีล์ม ประเทศสหรัฐอเมริกา ที่เชื่อมั่น
ให้เป็นตัวแทนจำหน่ายสินค้าในเมืองไทยตลอดระยะเวลา 13 ปี โดยไม่เคยเปลี่ยนตัวแทนจำหน่าย
และนับวันยิ่งได้รับความน่าเชื่อถือมากขึ้น ที่ผ่านมา ได้รับเชิญให้เป็นผู้บรรยายเรื่องตลาดฟีล์มกรอง
แสง ให้กับตัวแทนจำหน่ายของ ซีพีฟีล์ม ในประเทศอื่นๆ ในภาคพื้นเอเชียแปซิฟิค รวมทั้งได้รับเชิญเป็นวิทยากรบรรยายพิเศษในสถาบันการศึกษาต่างๆ นอกจากนี้ ลามินา เป็นฟีล์มกรองแสงยี่ห้อเดียว
ในตลาดเมืองไทยที่ได้รับรางวัลซูเพอร์ บแรนด์ 3 ปีซ้อน คือ ปี 2004/2005/2006 ยิ่งทำให้ได้รับความ
เชื่อมั่นในตราสินค้ามากขึ้น

 

ฟอร์มูลา : คิดว่าเพราะปัจจัยใดที่ทำให้ ลามินา เป็นผู้นำในตลาดฟีล์มกรองแสง ?

จันทร์นภา : สิ่งสำคัญที่ทำให้ ลามินา เป็นบแรนด์ผู้นำในตลาด คือ คุณภาพของสินค้า ตรงกับสิ่งที่
เราโฆษณาไปสู่ผู้บริโภค ให้การรับประกันนาน 7 ปี บริษัท ฯ มีวิธีการสื่อสารกับผู้บริโภคอย่างให้
เกียรติ ให้ความเคารพแก่ลูกค้า ด้วยการพยายามให้ข้อมูลอย่างรอบด้านในทุกเรื่อง ไม่ว่าจะเป็น
ประโยชน์หรือโทษของฟีล์มกรองแสง อาทิ ลามินา เป็นฟีล์มกรองแสงรายแรกๆ ที่พูดถึงการวัด
สปอทไลท์ ว่าค่าที่ได้ไม่ได้ตรงกับการวัดจากแสงแดด ปัจจุบัน ลามินา ยังให้ความรู้เรื่องฟีล์ม
กรองแสงกับไฟสีเหลืองสีส้มบนถนน ฟีล์มกรองแสงกับสัญญาณจีพีเอส รวมถึงฟีล์มกรองแสง
กับการใช้บัตรทางด่วน ทำให้ผู้บริโภคมีความมั่นใจในบแรนด์ ลามินา มากขึ้น

ด้านการติดตั้ง ลามินา เป็นฟีล์มกรองแสงรายแรกที่สอนเทคนิคการติดตั้งบานโค้ง ไม่ว่าจะเป็น
บานหน้า บานหลังแบบไร้รอยต่อ ให้แก่ช่าง และเจ้าของร้านติดตั้งฟีล์มกรองแสงทั่วประเทศ โดยผู้
เข้าอบรมบางคนไม่ได้เป็นลูกค้าของบริษัท ฯ นอกจากนี้ บริษัท ฯ ยังนำเสนอศูนย์บริการฟีล์มรูป
แบบใหม่ ที่เป็นมาตรฐานสากล คือ ลามินา ฟีล์ม เอกซ์คลูซีฟ ชอพ ที่มีการให้ข้อมูลฟีล์มที่ถูกต้อง
มีกระบวนการติดตั้งตามมาตรฐานสากล ด้วยเครื่องมือที่ถูกต้อง การให้บริการหลังการขายที่มี
มาตรฐาน เชื่อถือได้

 

ฟอร์มูลา : วางแนวทางการตลาดปีนี้อย่างไร ?

จันทร์นภา : แนวทางการทำตลาดปีนี้ต่อเนื่องจากปีที่แล้ว คือ การทำตลาดฟีล์มนิรภัยติดรถยนต์
บแรนด์ ลูมาร์ เป็นบแรนด์ใหม่ที่บริษัท ฯ เพิ่งเปิดตัวในงาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 24″ ที่ผ่านมา
เน้นประชาสัมพันธ์คุณสมบัติของฟีล์มให้แก่ผู้บริโภค รวมถึงสินค้าตระกูลใหม่ของฟีล์มกรองแสง
ลามินา พอพ ซีรีส์ ที่เป็นฟีล์มกรองแสงรุ่นพิเศษ เนื่องในโอกาสครบรอบ 50 ปีของโรงงานผลิต นอก
จากนี้ ยังเน้นการพัฒนา ลามินา ฟีล์ม เอกซ์คลูซีฟ ชอพ เพื่อให้มีความทันสมัย สอดคล้องกับการ
เปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี และผลิตภัณฑ์

ด้านกิจกรรมเพื่อสังคม บริษัท ฯ ยังยึดมั่นในแนวคิด “ลามินา เติบโตเคียงคู่สังคมไทย” ในการเดิน
หน้าจัดกิจกรรมเพื่อสังคมต่อไป อาทิ โครงการ “ลามินา สานฝันเด็กไทยได้เล่าเรียน” ซึ่งดำเนิน
การต่อเนื่องเป็นปีที่ 7 รวมถึงกิจกรรมการศึกษาอื่นๆ เช่น การมอบทุนการศึกษา อุปกรณ์การศึกษา
ที่ขาดแคลนให้แก่เด็กที่มีความจำเป็น การสมทบทุนมูลนิธิชัยพัฒนา การช่วยเหลือคนพิการ มูลนิธิ
ความหวังชาวไทย รวมถึงการเสริมสร้างจริยธรรม คุณธรรมทางการค้าให้แก่ผู้แทนจำหน่ายเท่า
ที่บริษัท ฯ จะทำได้ เพราะบริษัท ฯ เชื่อว่า บรรษัทภิบาล เป็นความสำคัญของการทำธุรกิจอย่าง
ยั่งยืน โดยในส่วนของบริษัท ฯ ได้มีการทำกิจกรรมภายในอย่างต่อเนื่อง มีโครงการวัฒนธรรม
องค์กรที่มีหัวข้อของความรัก ความเสียสละ ความเสมอภาค โปร่งใส่ ตรวจสอบได้ และมีแผน
จะขยายโครงการเหล่านี้ออกสู่ภายนอกเท่าที่จะทำได้

 

ฟอร์มูลา : มีแผนขยายตัวแทนจำหน่ายหรือไม่ ?

จันทร์นภา : ปัจจุบัน บริษัท ฯ มีตัวแทนจำหน่าย 400 แห่งทั่วประเทศ เป็น ลามินา ฟีล์ม เอกซ์คลูซีฟ
ชอพ 50 สาขา ถือว่าครอบคลุมทั่วประเทศแล้ว และมีผู้ขอเป็นตัวแทนจำหน่ายมากกว่าปริมาณ
ร้านที่บริษัท ฯ สามารถเปิดได้ในแต่ละปี การเลือกตัวแทนจำหน่าย ต้องดูทำเลที่ตั้ง แนวคิดและ
ทัศนคติในการทำธุรกิจ เพราะบริษัท ฯ มีแนวคิดว่า ร้านค้าที่ทำธุรกิจกับเราเป็นครอบครัวเดียว
กัน มีความผูกพันกันมากกว่าการซื้อขาย บริษัท ฯ มีการประชุมตัวแทนจำหน่ายประจำปีทุกปี

บริษัท ฯ ตั้งเป้าเปิด ลามินา ฟีล์ม เอกซ์คลูซีฟ ชอพ ไว้ 100 สาขา ปัจจุบัน พยายายามสร้างชอพ
ทั้ง 50 แห่ง ให้เป็นชอพต้นแบบที่ดีที่สุด มีมาตรฐานในการให้บริการ ซึ่งต้องใช้ระยะเวลามาก ใน
การปรับเปลี่ยนความเคยชินในการทำการค้าของตัวแทนจำหน่าย ให้เป็นไปอย่างที่บริษัท ฯ ต้อง
การ หากทำได้ จึงค่อยขยายให้ครบ 100 แห่ง

 

ฟอร์มูลา : การตรวจสอบฟีล์ม ลามินา ของแท้มีวิธีการอย่างไร ?

จันทร์นภา : มี 3 จุดตรวจสอบ คือ ต้องมีโลโก ลามินา ฟีล์ม พร้อมรหัสรุ่น ตามด้วยเลข 3 ตัว พิมพ์
บนเนื้อฟีล์ม ต้องติดตั้งจากศูนย์ตัวแทนจำหน่ายที่ได้รับการแต่งตั้งจาก ลามินา ผู้บริโภคสามารถ
ตรวจสอบรายชื่อได้จากเวบไซท์ หรือจากส่วนบริการลูกค้าของบริษัท ฯ เมื่อติดตั้งเสร็จ ลูกค้าจะ
ได้รับบัตรลงทะเบียนตามรูปแบบที่ถูกต้อง ซึ่งมีบาร์โคทที่มุมขวาล่าง บริษัท ฯ พยายามประชา
สัมพันธ์ให้ความรู้เรื่องการดูฟีล์มของแท้แก่ผู้บริโภค เพื่อป้องกันปัญหาการลอกเลียนแบบสินค้า

 

ฟอร์มูลา : สภาพตลาดฟีล์มกรองแสง และการแข่งขันปีนี้เป็นอย่างไร ?

จันทร์นภา : ปีนี้คาดว่าจะมีรถยนต์รุ่นใหม่เปิดตัวหลายรุ่น รวมถึงนโยบายสนับสนุนรถอีโคคาร์ของ
รัฐบาล น่าจะทำให้ยอดขายรถโดยรวมเติบโตขึ้น บริษัท ฯ คาดว่าตลาดฟีล์มกรองแสงรถยนต์
น่าจะเติบโตตามไปด้วย โดยมีอัตราการเติบโตประมาณ 2-3 % จากปีที่ผ่านมาที่หดตัวลงไป
ประมาณ 10 % จากการที่ตลาดรถยนต์รวมหดตัวไปประมาณ 8 % อย่างไรก็ตาม แม้ว่า
เศรษฐกิจในปีที่ผ่านมาจะไม่ดี ซึ่งบริษัท ฯ ได้ปรับเป้าการขายลงเท่ากับปี 2549 ซึ่งสามารถ
ปิดยอดจำหน่ายได้ตรงตามเป้าที่ตั้งไว้ 350 ล้านบาท มีส่วนแบ่งในตลาดฟีล์มกรองแสง
ประมาณ 25 % จากมูลค่าตลาดรวมประมาณ 1,100 ล้านบาท รวมทั้งยอดจองในงาน
“มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 24″ ก็ทะลุเป้ามากกว่า 15 % ถือว่าประสบความสำเร็จ ส่วนเป้า
หมายยอดจำหน่ายปีนี้ เนื่องจากปีที่ผ่านมา บริษัทได้เปิดตัวสินค้าใหม่หลายรุ่น จึงคาดว่า
ปีนี้จะมียอดจำหน่ายเพิ่มเป็น 400 ล้านบาท คิดเป็นอัตราการเติบโต 15 %

ตลาดฟีล์มกรองแสงมีการแข่งขันรุนแรงอย่างต่อเนื่อง แต่รูปแบบของการแข่งขันเปลี่ยนแปลงไป
โดยในอดีตจะเน้นการขายนำการตลาด ปัจจุบัน ผู้ค้าต่างหันมาทำการตลาดมากขึ้น และเน้น
การตลาดนำการขาย ซึ่งบางครั้งยังมีการโฆษณาเกินจริง อาทิ การโฆษณาว่าฟีล์มกรองแสง
ของตน กันความร้อนได้สูงสุด หรือการบอกค่ากันความร้อนจากรังสีอินฟราเรด ไม่ใช่ค่ากัน
ความร้อนจากแสงแดด ซึ่งไม่มีประโยชน์ต่อผู้บริโภค ต้องใช้ระยะเวลาและความพยายาม ใน
การให้ข้อมูลแก่ผู้บริโภค เพื่อเป็นภูมิคุ้มกันไม่ให้ผู้บริโภคหลงเชื่อคำโฆษณาเกินจริง และ
เสียเงินโดยใช่เหตุ



------------------------------
เรื่องโดย : นุสรา เงินเจริญ/นาทลดา ทองมาก
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน มีนาคม ปี 2551
คอลัมน์ : สัมภาษณ์พิเศษ
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/wxHbO

Follow autoinfo.co.th