บทความ

มหกรรมยานยนต์ดีทรอยท์


มหกรรมยานยนต์ดีทรอยท์

 

เป็นอีกครั้งหนึ่ง ที่คณะของ “ฟอร์มูลา” เดินทางไปเยือนดินแดนที่ค่าเงินกำลังตกต่ำแบบ “ฟูลล์ ทีม”
และก็เช่นเดียวกับเมื่อปีกลาย จุดหมายปลายทางของเราในการเดินทางครั้งนี้ก็คือ “มหกรรมยานยนต์
ดีทรอยท์” หรือที่มีชื่อเรียกอย่างเป็นทางการในภาษาฝรั่งว่า THE NORTH AMERICAN
INTERNATIONAL AUTO SHOW แต่ที่ผิดแปลกแตกต่างไปจากเมื่อปีกลายก็คือ ปีนี้เรามี คุณ วัลลภ
เตียศิริ ผู้อำนวยสถาบันยานยนต์ เป็นแขกรับเชิญเดินทางร่วมคณะไปด้วย

 

สถานที่จัดงาน “มหกรรมยานยนต์ดีทรอยท์”ปีนี้ ยังคงเป็นศูนย์นิทรรศการขนาดใหญ่ซึ่งมีชื่อว่า โคโบ
เซนเตอร์ (COBO CENTER) เช่นเดิม ช่วงเวลาจัดงานยาวนานถึง 15 วัน คือ จากวันอาทิตย์ที่ 13 จน
ถึงวันอาทิตย์ที่ 27 มกราคม 2008 โดยที่ใน 3 วันแรก คือ วันอาทิตย์ 13-วันอังคารที่ 15 เป็น PRESS
PREVIEW ซึ่งสงวนไว้สำหรับสื่อมวลชน สองวันถัดจากนั้น คือ วันพุธที่ 16-วันพฤหัสบดีที่ 17 เป็น
INDUSTRY PREVIEW ซึ่งจัดไว้โดยเฉพาะสำหรับแขกรับเชิญ อีกหนึ่งวันถัดจากนั้น คือ วันศุกร์ที่ 18
เขาจัดเป็น CHARITY PREVIEW หารายได้เพื่อองค์การสาธารณกุศล ค่าตั๋วสูงถึง 400 เหรียญสหรัฐ ฯ หรือเท่ากับประมาณ 13,200 บาทไทย ต้องรอจนถึงวันเสาร์ที่ 19 มกราคมนั่นแหละจึงเป็น PUBLIC SHOW ซึ่งเปิดให้เข้าชมได้ทุกคน โดยมีเงื่อนไขเพียงข้อเดียว คือ ต้องมีเงินซื้อบัตรผ่านประตู ราคา 12 เหรียญ ฯหรือเท่ากับประมาณ 400 บาท และลดเหลือแค่ 6 เหรียญ ฯ หากมีอายุระหว่าง 7-12 ปี หรือเป็น “ราษฎรอาวุโส”(SENIOR CITIZEN) ซึ่งมีวัยเกิน 65 ปี เด็กอายุต่ำกว่า 6 ปี เข้าฟรี แต่ต้องเข้าพร้อมกับผู้ใหญ่

 

นับรายชื่อจากเอกสารเล่มเล็กกระจิ๋วหลิวที่ผู้จัดงานแจกให้แก่สื่อมวลชนที่ลงทะเบียนเข้าชมงานก็พบ
ว่า มีผู้ผลิตและจำหน่ายรถยนต์ส่งผลงานเข้าร่วมแสดงในงานนี้มากกว่า 50 ยี่ห้อ พูดอย่างง่ายๆ ก็คือ ใครมีรถขายในตลาดเมืองมะกัน ก็ต้องออกงานนี้กันทั้งนั้น รายสำคัญที่ขาดหายไปก็มีอยู่เพียง 2 ราย เป็นผู้ผลิตรถสปอร์ทยอดดังของค่ายยุโรป คือ โพร์เช (PORSCHE) กับ แอสตัน มาร์ทิน (ASTON
MARTIN)

 

เช่นเดียวกับงานแสดงรถยนต์ระดับ “อินเตอร์” 2-3 รายการที่จัดกันในยุโรป และ “ฟอร์มูลา” นำท่านไป
ชมกันมาหมดแล้ว นอกจากรถแบบใหม่ๆ ไม่ว่าจะเป็นรถแนวคิดหรือรถตลาด ผลงานทันยุคทันสมัยที่
ผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่แทบทุกรายงัดกันออกมาอวดในงานนี้ คือ เทคโนโลยีเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมและ
เชื้อเพลิงทดแทน เทคโนโลยีที่ว่านี้มีอะไรกันบ้าง น่าสนอกสนใจสักแค่ไหน พลิกไปอ่านได้เลยครับ ใน
14 หน้าถัดจากนี้

 

ค่าย เจเนอรัล มอเตอร์ส 

 

แคดิลแลค ซีทีเอส คูเป คอนเซพท์

CADILLAC CTS COUPE CONCEPT รถแนวคิดในรูปลักษณ์ของรถคูเป 2+2 ที่นั่ง ระดับสุดหรู ตัว
ถังขนาด 4.750×1.870×1.390 ม.พัฒนาจากรถซีดานชื่อเดียวกัน คาดว่าจะออกจำหน่ายตอนปลายปี
2008 นี้ โดยมีเครื่องยนต์ให้เลือกใช้ทั้งเครื่องเบนซินและเครื่องดีเซล

 

แคดิลแลค พโรโวค

ผลงานใหม่เอี่ยมแกะกล่องอีกชิ้นหนึ่งที่ค่ายยักษ์ใหญ่นำออกอวดตัวเป็นครั้งแรกในงานนี้ คือ แคดิล
แลค พโรวอค (CADILLAC PROVOQ) เป็นรถแนวคิดในรูปลักษณ์ของรถกิจกรรมกลางแจ้ง ขับเคลื่อน 4 ล้อ ด้วยพลังจาก FUEL CELL หรือ “เซลล์เชื้อเพลิง” ที่ได้พลังงานจากการทำปฏิกิริยาทางเคมีของแกสไฮโดรเจน เติมแกสที่ว่านี้แต่ละครั้ง (6 กก./บรรจุในถังที่ความดัน 700 บรรยากาศ) สามารถเดินทางได้ไกล 483 กม. โดยที่ 450 กม.เป็นการเดินทางด้วยพลังจากเซลล์เชื้อเพลิง ส่วนอีก 32 กม. ใช้พลังไฟจากแบทเตอรีล้วนๆ

 

แคดิลแลค ซีทีเอส-วี

ยักษ์ใหญ่ จีเอม นำรถตลาดรุ่นใหม่ที่ยังไม่ออกจำหน่ายออกแสดงในงานนี้หลายคัน และคันที่เรียก
ความสนใจได้มากที่สุด คือ แคดิแลค ซีทีเอส-วี (CADILLAC CTS-V) ที่เห็นอยู่นี้ เป็นรถระดับหรู
สมรรถนะสูงที่มีกำหนดออกตลาดในไตรมาสที่ 4 ของปี 2008 นี้ ในฐานะรถรุ่นปีโมเดล 2009 พัฒนา
จากรถ แคดิลแลค ซีทีเอส (CADILLAC CTS) รุ่นที่ 2 ซึ่งเพิ่งออกจำหน่ายในเมืองมะกันเมื่อเดือน
สิงหาคมที่ผ่านมา มีการปรับปรุงและเปลี่ยนแปลงมากมายทั้งภายนอกและภายใน แต่การเปลี่ยน
แปลงสำคัญที่สุด คือ การเปลี่ยนเครื่องยนต์ จากเครื่อง DOHC วี 6 สูบ 3,564 ซีซี 255 หรือ 304 แรงม้า เป็นเครื่อง OHV วี 8 สูบ 6,162 ซีซี ติดซูเพอร์ชาร์เจอร์ ซึ่งให้กำลังสูงถึง 550 แรงม้านั่นเทียว

 

ฮัมเมอร์ เอชเอกซ์ คอนเซพท์

ฮัมเมอร์ เอชเอกซ์ คอนเซพท์ (HUMMER HX CONCEPT) ผลงานชิ้นเอกที่ดึงผู้คนเข้าสู่บูธของค่าย
ยักษ์ใหญ่ชนิด “หัวกะไดไม่แห้ง” เป็นรถแนวคิดในรูปลักษณ์ของรถกิจกรรมกลางแจ้ง 2 ประตู 4 ที่นั่ง
หน้าตาบึกบึนและน่าเกรงขาม ขับเคลื่อน 4 ล้อ ด้วยพลังจากเครื่องยนต์ DOHC วี 6 สูบ 3,564 ซีซี
304 แรงม้า ที่ใช้ E85 (เอธานอล 85 % เบนซิน 15 %) เป็นเชื้อเพลิง เป็นผลงานรังสรรค์ของนักออกแบบวัยหนุ่มวัยสาวจำนวน 3 คน มีประทุนหลังคาที่ออกแบบในลักษณะโมดูลาร์และสามารถถอดออกได้ ส่วนภายในห้องโดยสารประกอบตกแต่งด้วยวัสดุมวลเบาและให้บรรยากาศเหมือนกำลังนั่งอยู่ในเครื่องบินไม่ใช่รถยนต์ คาดว่าจะแปรสภาพเป็นรถตลาดและออกจำหน่ายในปี 2010 นี้

 

เชฟโรเลต์ คอร์เวทท์ เซดอาร์ 1

เชฟโรเลต์ คอร์เวทท์ เซดอาร์ 1 (CHEVROLET CORVETTE ZR1) รถตลาดรุ่นใหม่อีกคันหนึ่งที่ค่าย
ยักษ์ใหญ่นำออกอวดตัวเป็นครั้งแรกในงานนี้ เป็นพัฒนาการล่าสุดของรถสปอร์ทซูเพอร์คาร์พันธุ์มะกันซึ่งมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักกันดีทั่วโลก กำหนดออกจำหน่ายตอนปลายปีนี้ในฐานะรถปีโมเดล 2009 ในตัวถังคาร์บอน-ไฟเบอร์ขนาด 4.476×1.928×1.244 ม.ประกอบด้วยมืออย่างประณีตพิถีพิถัน แต่จำหน่ายในราคาค่าตัวแค่ 1 ใน 2 หรือ 3 หรือ 4 ของรถระดับเดียวกันที่ผลิตในยุโรป เป็นรถ 2 ที่นั่ง ขับเคลื่อนล้อหลัง ด้วยพลานุภาพของเครื่องยนต์ซูเพอร์ชาร์จ วี 8 สูบ 6,162 ซีซี ที่ให้กำลังสูงถึง 620 แรงม้า หรือ 100 แรงม้า/ลิตร คาดว่าความเร็วสูงสุดจะทะลุเพดาน 320 กม./ชม.ค่ายฟอร์ด

 

ฟอร์ด เวิร์ฟ

ฟอร์ด เวิร์ฟ (FORD VERVE) รถแนวคิดซึ่งเป็นจุดโฟคัสสายตาในบูธของค่ายยักษ์รอง ใช้ชื่อเดียวกัน
กับรถแนวคิดซึ่งเคยปรากฏตัวให้เห็นมาก่อนแล้วที่งานมหกรรมยานยนต์ฟรังค์ฟวร์ทครั้งล่าสุด เมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา แต่เปลี่ยนรูปลักษณ์ของตัวถัง จาก 3 ประตูเป็น 4 ประตู เป็นต้นแบบของรถยนต์นั่งขนาดเล็กที่ค่ายนี้จะผลิตจำหน่ายในตลาดอเมริกาเหนือ โดยมีผู้ใช้รถวัย 13-28 ปี เป็นลูกค้าเป้าหมาย คนวัยหนุ่มวัยสาวกลุ่มนี้มีคำศัพท์เรียกขานกันในภาษาอังกฤษสไตล์อเมริกันว่า MILLENNIALS เป็นผู้ใช้ที่ให้ความสำคัญเป็นพิเศษกับคุณสมบัติ 3 ประการ คือ เทคโนโลยี การออกแบบ และการประหยัดเชื้อเพลิง อันเป็นคุณสมบัติที่ค่ายนี้ ยืนยันว่ามีอยู่แล้วอย่างสมบูรณ์ในรถแนวคิดคันนี้

 

ฟอร์ด เอฟ-150

ในเมืองมะกัน ใครๆ ก็รู้ว่า ในแต่ละปี รถที่ขายดีที่สุดไม่ใช่รถเก๋ง แต่เป็นรถกระบะหรือที่บ้านเรานิยม
เรียกกันว่ารถพิคอัพ และให้แคบลงไปอีกหน่อย ก็จะกล่าวได้ว่า รถที่ขายดีที่สุดในเมืองมะกัน คือ รถกระบะ ฟอร์ด เอฟ-ซีรีส์ (FORD F-SERIES) ซึ่งนับแต่ออกจำหน่ายเมื่อปี 1948 สามารถทำยอดขายไปแล้วมากกว่า 33 ล้านคัน สำหรับ ฟอร์ด เอฟ-150 (FORD F-150) ที่เห็นอยู่นี้ เป็นรถรุ่นใหม่ล่าสุด ปรากฏตัวต่อสายตาผู้คนเป็นครั้งแรกที่งานนี้ และมีกำหนดออกจำหน่ายในเดือนมิถุนายนปีนี้ ในฐานะรถรุ่นปีโมเดล 2009 เป็นรถที่ยักษ์รองของเมืองมะกันบรรจงออกแบบขึ้นใหม่ทั้งหมดตั้งแต่หัวจรดหาง ด้วยแนวคิดและวิถีทางอย่างที่เรียกกันว่า “360 องศา” โดยใช้ทีมงานมากกว่า 1,000 คน

 

ลินคอล์น มาร์ค ที

ผลงานใหม่เอี่ยมแกะกล่องอีกชิ้นหนึ่ง ที่ค่ายยักษ์รองของเมืองมะกันนำออกอวดตัวเป็นครั้งแรกที่งาน
นี้ คือ ลินคอล์น มาร์ค ที (LINCOLN MKT) ในภาพขวามือ เป็นรถแนวคิดในรูปลักษณ์ของรถใช้งานระดับหรูแต่ประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิง เพราะติดตั้งเครื่องยนต์เบนซิน ECO BOOST วี 6 สูบ 3.5 ลิตร ที่ให้กำลังสูงเหมือนเครื่องยนต์ วี 8 สูบ (415 แรงม้า)แต่ประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงเหมือนเครื่องยนต์ วี 6 แถมยังเลือกใช้เชื้อเพลิงได้ 2 แบบ คือ ใช้เบนซินพรีเมียมก็ได้ และใช้ E85 (เอธานอล 85 % เบนซิน 15 %) ก็ได้

 

ฟอร์ด มัสแตง บุลลิทท์

ฟอร์ด มัสแตง บุลลิทท์ (FORD MUSTANG BULLITT) พัฒนาการล่าสุดของยอดรถสปอร์ทคูเปพันธุ์
อเมริกันซึ่งมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักกันดีทั่วโลก และเป็นรถโมเดลพิเศษที่ทำขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองวาระ 40 ปี
ของภาพยนตร์โพลิศจับขโมยเรื่องดังเมื่อปี 1968 คือ BULLITT ในภาพยนตร์เรื่องดังกล่าว มีฉากที่พระเอก คือ สตีฟ แมคควีน (STEVE MCQUEEN) ขับรถ ฟอร์ด มัสแตง ไล่ล่าผู้ร้ายอย่างสุดมัน เป็นที่
ประทับใจคอหนังทั่วโลกมาจนทุกวันนี้ เป็นรถโมเดลพิเศษที่จำกัดจำนวนผลิตไว้เพียง 7,700 คัน และ
ทุกคันมีตัวถังสีเขียว DARK HIGHLAND GREEN เหมือนคันที่แสดงในหนัง ออกจำหน่ายแล้วในเมืองมะกัน ด้วยค่าตัว 31,075 เหรียญสหรัฐ ฯ หรือเท่ากับประมาณ 1 ล้านบาทไทย

 

ค่าย ไครสเลอร์ 

 

ดอดจ์ แรม

เพื่อเรียกความสนใจแข่งกับรถกระบะ ฟอร์ด เอฟ-150 (FORD F-150) รุ่นใหม่ ของค่ายยักษ์รอง ยักษ์เล็กอย่าง ไครสเลอร์ (CHRYSLER) จึงทำพิธีเปิดตัวรถกระบะ ดอดจ์ แรม (DODGE RAM) อย่างยิ่งใหญ่อลังการ โดยปิดถนนหน้า โคโบ เซนเตอร์ แล้วให้โคบาลไล่ต้อนฝูงวัวล้อมหน้าล้อมหลังรถคันที่ต้องการจะอวด เป็นที่อึกทึกครึกโครมเรียกความสนอกสนใจจากผู้คนได้ตามต้องการ ดังที่เห็นในภาพ เป็นรถรุ่นใหม่และเป็นรถกระบะขนาดใหญ่อย่างที่เรียกกันในภาษาฝรั่งว่า FULL-SIZE PICKUP เดือนกรกฎาคมนี้ จะเริ่มออกจำหน่ายในฐานะรถรุ่นปีโมเดล 2009 โดยมีตัวถังให้เลือกใช้ 3 แบบ เรียกกันในภาษาของคนมะกันว่า REGULAR CAB-QUAD CAB และ CREW CAB

 

จีพ เรนเกด คอนเซพท์

ยักษ์เล็กของเมืองมะกันนำรถแนวคิดออกแสดงเป็นครั้งแรกพร้อมๆ กัน 3 คัน 3 ยี่ห้อ คันแรกในภาพ
ซ้ายมือ คือ จีพ เรนเกด คอนเซพท์ (JEEP RENEGADE CONCEPT) เป็นรถแนวคิดในรูปลักษณ์ของ
รถกิจกรรมกลางแจ้งเปิดประทุน 2 ที่นั่ง ตัวถังขนาด 3.885×1.598×1.431 ม. มีหน้าตาและรูปทรงองค์เอวที่ดูสวยสะดุดตาสะดุดใจในทุกมุมมอง แต่ที่สะดุดใจยิ่งกว่ารูปโฉม ก็คือ ระบบขับเคลื่อนแบบ
พันทาง (HYBRID DRIVE) โดยใช้มอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 268 แรงม้า จำนวน 2 ชุด ซึ่งรับพลังไฟจาก
แบทเตอรีแบบลิเธียม-ไอออน (LITHIUM-ION) ทำงานร่วมกับเครื่องยนต์ดีเซล 3 สูบเรียง 1.5 ลิตร เติมเชื้อเพลิงแต่ละครั้งเดินทางได้ไกล 650 กม.ด้วยความเร็วสูงสุด 145 กม./ชม.

 

ดอดจ์ ซีโอ คอนเซพท์

ดอดจ์ ซีโอ คอนเซพท์ (DODGE ZEO CONCEPT) รถแนวคิดในรูปลักษณ์ของรถสปอร์ทแวกอน 2+2 ที่นั่ง ที่ปลอดไอพิษ เพราะขับเคลื่อนด้วยระบบไฟฟ้า โดยติดตั้งมอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 268 แรงม้า และแบทเตอรีลิเธียม-ไอออน (LITHIUM-ION) ขนาด 64 กิโลวัตต์ชั่วโมง ประจุไฟแต่ละครั้งสามารถเดินทางได้ไกล 400 กม. ด้วยความเร็วสูงสุด 210 กม./ชม. ตัวถังขนาด 4.390×1.743×1.290 ม. มีจุดเด่นสะดุดตามากมาย รวมทั้งประตูข้างที่เปิดปิดแบบง้างขากรรไกร และเปิดแยกออกจากกันโดยไม่มีเสาค้ำยันกลาง

 

ไครสเลอร์ อีโค วอยาเจอร์ คอนเซพท์

รถแนวคิดคันที่ 3 ของค่ายยักษ์เล็ก คือ ไครสเลอร์ อีโค วอยาเจอร์ คอนเซพท์ (CHRYSLER ECO
VOYAGER CONCEPT) เป็นรถแนวคิดในรูปลักษณ์ของรถ 4 ประตู 4 ที่นั่ง ระดับสุดหรู ขับเคลื่อนล้อหน้าด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 268 แรงม้า ซึ่งได้พลังไฟจากแบทเตอรี ลิเธียม-ไอออน (LITHIUM-ION) ขนาด 16 กิโลวัตต์ชั่วโมง และเซลล์เชื้อเพลิง (FUEL CELL) ขนาด 45 กิโลวัตต์ ซึ่งได้พลังงานจากปฏิกิริยาทางเคมีของแกสไฮโดรเจน โดยบรรจุแกสนี้ไว้ในถังความดัน 700 บรรยายกาศ หรือ 10,000 ปอนด์/ตร.นิ้ว เติมแกสแต่ละครั้งสามารถเดินทางได้ไกลประมาณ 480 กม. ด้วยอัตราเร่ง 0-96 กม./ชม.ใน 8.8 วินาที และความเร็วสูงสุด 185 กม./ชม.

 

ค่ายยุโรป

 

มายบัค ลันเดาเลท

MAYBACH LANDAULET รถหรูที่สุดในงานนี้ เป็นรถแนวคิดซึ่งเป็นต้นแบบของรถรุ่นใหม่ ที่ยอดผู้
ผลิตรถหรู และอัครฐานของเมืองเบียร์จะนำออกสู่ตลาดในเร็วๆ นี้ พัฒนาจากรถธงในสายการผลิต
ปัจจุบัน คือ มายบัค 62 เอส (MAYBACH 62S) โดยเจาะหลังคาเป็นหลังคาเปิดประทุนเปิด/ปิดด้วย
ระบบไฟฟ้า

 

เมร์เซเดส-เบนซ์ วิชัน จีแอลเค ฟรีไซด์

เมร์เซเดส-เบนซ์ วิชัน จีแอลเค ฟรีไซด์ (MERCEDES-BENZ VISION GLK FREESIDE) รถแนวคิดซึ่ง
เป็นต้นแบบของรถกิจกรรมกลางแจ้งอนุกรมใหม่ ที่ค่าย “ดาวสามแฉก” จะนำออกสู่ตลาดในเวลาไม่
นานจนเกินรอ มีขนาดตัวถังเล็กกว่ารถกิจกรรมกลางแจ้งทั้ง 3 อนุกรมที่ค่ายนี้ผลิตจำหน่ายในปัจจุบัน เป็นรถไอเสียสะอาด เพราะติดตั้งเครื่องยนต์ดีเซล BLUETEC ที่เพิ่งพัฒนาขึ้นใหม่ และยืนยันอย่างภูมิอกภูมิใจว่าให้กำลังสูง แต่ประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงและไอเสียสะอาด เพราะสามารถขจัดไนโตรเจนออกไซด์ได้ถึงร้อยละ 80

 

เมร์เซเดส-เบนซ์ เอสแอลเค-คลาสส์

ค่าย “ดาวสามแฉก” เลือกใช้งานนี้เป็นที่เปิดตัวรถสปอ์ทเปิดประทุน เมร์เซเดส-เบนซ์ เอสแอลเค-
คลาสส์ (MERCEDES-BENZ SLK-CLASS) รุ่น FACELIFT หรือ “ยกหน้า” ที่กำลังจะออกตลาดแทนที่รถรุ่นเดิมซึ่งเป็นรถรุ่นที่ 2 และเริ่มจำหน่ายในตลาดยุโรปเมื่อต้นปี 2004 มีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงชิ้นส่วนทั้งภายนอกและภายในรวมทั้งสิ้นประมาณ 650 ชิ้น ความเปลี่ยนแปลงในส่วนของตัวถังภายนอกที่สังเกตเห็นได้ง่ายที่สุด อยู่ที่กันชนหน้าและกันชนท้าย ชุดที่จะออกจำหน่ายในเมืองมะกัน แยกโมเดลให้เลือกใช้ตามขนาดเครื่องยนต์รวม 3 โมเดล คือ SLK 200 KOMPRESSOR (184 แรงม้า) SLK 350 SPORTMOTOR (305 แรงม้า) และ SLK 55 AMG (360 แรงม้า)

 

แลนด์ โรเวอร์ แอลอาร์เอกซ์

ปรากฏตัวเป็นครั้งแรกในงานนี้ คือ แลนด์ โรเวอร์ แอลอาร์เอกซ์ (LAND ROVER LRX) รถแนวคิดใน
รูปลักษณ์ของรถกิจกรรมกลางแจ้ง 3 ประตูขนาดเล็กกะทัดรัด (4.351×1.895×1.535 ม.) ขับเคลื่อน 4 ล้อ ด้วยระบบพันทาง โดยใช้เครื่องยนต์เทอร์โบดีเซล 2.0 ลิตร ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า และใช้ไบโอ-ดีเซลเป็นเชื้อเพลิง สามารถลดการสิ้นเปลืองได้ถึงร้อยละ 30

 

บีเอมดับเบิลยู ซีรีส์-1 กาบริโอเลต์

เป็นข่าวและปรากฏโฉมตามสื่อต่างๆ รวมทั้งเวบไซท์มาแล้ว 2-3 เดือน แต่ผู้คนเพิ่งมีโอกาสสัมผัสตัว
จริงของ บีเอมดับเบิลยู ซีรีส์-1 กาบริโอเลต์ (BMW 1-SERIES CABRIOLET) ก็ที่งานนี้นี่เอง เป็นรถหรู
ขนาดเล็กกะทัดรัดในตัวถังเปิดประทุน ซึ่งเป็นตัวถังแบบที่ 4 ของรถอนุกรมนี้ ในยุโรปมีจำหน่ายรวม 5
โมเดล คือ 118I 120I 125I 135I และ 120D แต่ชุดที่จะส่งไปให้ลูกค้าในตลาดอเมริกาเหนือเลือกใช้มีเพียง 2 โมเดล คือ 128I เครื่องยนต์ DOHC วี 6 สูบ 2,979 ซีซี 230 แรงม้า กับ 135I เครื่องยนต์ทวินเทอร์โบ DOHC 6 สูบเรียง 2,979 ซีซี 300 แรงม้า

 

บีเอมดับเบิลยู เอกซ์ 6

บีเอมดับเบิลยู เอกซ์ 6 (BMW X6) รถกิจกรรมกลางแจ้งซึ่งมีบั้นท้ายเหมือนรถคูเป ปรากฏตัวต่อ
สายตาสาธารณชนเป็นครั้งแรกที่งานมหกรรมยานยนต์ฟรังค์ฟวร์ทครั้งที่ 62 เมื่อเดือนกันยายน 2007 ในฐานะรถแนวคิด ที่งานนี้ รถชื่อเดียวและยี้ห้อเดียวกันนี้ปรากฏตัวให้เห็นอีกครั้งหนึ่ง คราวนี้อยู่ในฐานะรถตลาดที่พร้อมจะออกจำหน่าย หน้าตาและรูปทรงองค์เอว ดูแล้วบอกไม่ได้ว่าแตกต่างจากรถคันต้นแบบตรงไหน เพราะดูเหมือนกันไปหมด ค่าย “ใบพัดสีฟ้าขาว” ไม่เรียกรถแบบนี้ว่า SUV หรือ SPORT UTILITY VEHICLE เหมือนรถประเภทเดียวกันของผู้ผลิตรายอื่นๆ แต่เลี่ยงไปเรียกว่า SAC หรือ SPORTS ACTIVITY COUPE และประกาศอย่างภูมิใจว่าเป็น SAC แบบแรกของโลก

 

ซาบ 9-4 เอกซ์ ไบโอ เพาเวอร์ คอนเซพท์

SAAB 9-4X BIO POWER CONCEPT รถแนวคิดในรูปลักษณ์ของรถกิจกรรมกลางแจ้งประเภท
CROSSOVER SUV ขับเคลื่อนด้วยพลังจากเครื่องยนต์เทอร์โบ 4 สูบเรียง 2.0 ลิตร ที่ใช้ไบโอเอธานอล (E85) เป็นเชื้อเพลิง ให้กำลังสูงถึง 300 แรงม้า แต่ปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ต่ำ

 

เอาดี ทีทีเอส

ค่าย “สี่ห่วง” ใช้เวทีหมุนขนาดยักษ์ในงานนี้เป็นที่เปิดตัวรถสปอร์ทคูเป 2+2 ที่นั่ง โมเดลใหม่แกะกล่อง คือ เอาดี ทีทีเอส (AUDI TTS) ในภาพซ้ายมือ พัฒนาจากรถรุ่นสามัญซึ่งเริ่มจำหน่ายในเยอรมนีเมื่อปี 2006 โดยปรับปรุงหลายจุดทั้งภายนอกและภายใน แต่การเปลี่ยนแปลงที่เป็นสาระสำคัญที่สุด คือการติดตั้งเครื่องยนต์เทอร์โบฉีดเชื้อเพลิงโดยตรง DOHC 4 สูบเรียง 1,984 ซีซี ที่ให้กำลังสูงถึง 272 แรงม้า แต่มีอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงเฉลี่ยแค่ 8.0 ลิตร/100 กม.

 

เอาดี อาร์ 8 วี 12 ทีดีไอ คอนเซพท์

หน้าตาเหมือนรถที่จำหน่ายอยู่ในท้องตลาด แต่ เอาดี อาร์ 8 วี 12 ทีดีไอ คอนเซพท์ (AUDI A8 V12
TDI CONCEPT) ในภาพขวามือซึ่งเพิ่งปรากฏตัวต่อสายตาสาธารณชนเป็นครั้งแรกที่งานนี้ยังเรียกตัว
เองว่า CONCEPT CAR หรือ “รถแนวคิด” พัฒนาจากรถตลาดตัวถังอลูมิเนียม เอาดี อาร์ 8 (AUDI R8) ซึ่งเริ่มจำหน่ายในเมืองเบียร์เมื่อต้นปี 2007 เพื่อให้เป็นรถสปอร์ทสมรรถนะสูงเครื่องยนต์ดีเซล 12-สูบ คันแรกของโลก โดยปรับปรุงเปลี่ยนแปลงรายละเอียดในรายๆ จุด และที่สำคัญที่สุด คือ การเปลี่ยนเครื่องยนต์ จากเครื่องฉีดตรง DOHC วี 8 สูบ 4,163 ซีซี 420 แรงม้า เป็นเครื่องเทอร์โบดีเซลฉีดตรง DOHC วี 12 สูบ 5,934 ซีซี ที่ให้กำลังสูงถึง 500 แรงม้า

 

โฟล์คสวาเกน พาสสัท ซีซี

โฟล์คสวาเกน ผู้ผลิตรถยนต์ยักษ์ใหญ่ของเมืองเบียร์ นำผลงานใหม่เอี่ยมแกะกล่องออกอวดตัวในงานนี้เพียงชิ้นเดียว คือ โฟล์คสวาเกน พาสสัท ซีซี (VOLKSWAGEN PASSAT CC) ในสามภาพบน เป็นรถอนุกรมใหม่ที่ค่ายนี้กำลังจะนำออกสู่ตลาดทั้งในยุโรปและอเมริกาเหนือ เป็นรถ 4 ประตู 5 ที่นั่ง ที่มีรูปทรงองค์เอวเหมือนเป็นรถคูเปมากกว่ารถซาลูน ตัวถังขนาด 4.796×1.856×1.420 ม. มีค่า
สัมประสิทธิ์แรงต้านอากาศที่เยี่ยมมาก คือ แค่ 0.29 นับเป็นรถยนต์นั่งขนาดกลางที่เพียบไปด้วย
เทคโนโลยีอันทันสมัย รวมทั้ง LANE ASSIST ซึ่งเป็นระบบที่ช่วยรักษารถไว้ในลู่วิ่ง ซึ่งยักษ์ใหญ่ของ
เมืองเบียร์อวดอ้างว่า เป็นครั้งแรกที่มีการนำระบบนี้มาใช้ในรถตลาด

 

แฟร์รารี เอฟ 430 สไปเดอร์ ไบโอฟูเอล

แม้ว่าหากินอยู่กับผู้ใช้รถที่ไม่น่าจะสนอกสนใจอะไรนักกับการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง แต่ยอดผู้ผลิตรถส
ปอร์ทม้าลำพองของเมืองมะกะโรนีก็ยังจำเป็นต้องใส่ใจกับเทคโนโลยเชื้อเพลิงทดแทน ผลงานที่นำ
ออกแสดงเป็นครั้งแรกหลังจากประกาศว่าจะทำมาตั้งแต่กลางปี 2007 คือ แฟร์รารี เอฟ 430 สไป
เดอร์ ไบโอฟูเอล (FERRARI F430 SPIDER BIOFUEL) ในภาพซ้ายมือ พัฒนาจากรถรุ่นสามัญ โดยปรับแต่งเครื่องยนต์ DOHC วี 8 สูบ 4,308 ซีซี 490 แรงม้า ให้สามารถใช้ได้กับเชื้อเพลิงไบโอ E85 (เอธานอล 85 % เบนซิน 15 %) ผลลัพธ์ที่น่าทึ่ง ก็คือ น้ำหนักตัวคงเดิม แต่ได้กำลังสูงขึ้น 10 แรงม้า ได้แรงบิดสูงขึ้นร้อยละ 4 และปริมาณคาร์บอนไดออกไซด์ลดลงร้อยละ 5

 

ค่ายญี่ปุ่น/เกาหลี
โตโยตา เอ-แบท คอนเซพท์

TOYOTA A-BAT CONCEPT ผลงานของ โตโยตา ในทวีปอเมริกาเหนือ เป็นรถแนวคิดในรูปลักษณ์
ของรถกระบะขนาดเล็กกะทัดรัด (4.605×1.890×1.625 ม.) ขับเคลื่อนด้วยระบบพันทาง HYBRID
SYNERGY DRIVE ที่ช่วยให้ประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงเป็นพิเศษ

 

โตโยตา โคโรลลา

ยักษ์ใหญ่ของเมืองยุ่นใช้งานนี้เป็นที่เปิดตัว โตโยตา โคโรลลา (TOYOTA COROLLA) รุ่นใหม่ (รุ่นที่
10) ที่ออกแบบสำหรับตลาดอเมริกาเหนือ ตัวถังขนาด 4.540×1.760×1.465 ม. มีค่าสัมประสิทธิ์แรงต้านอากาศ 0.29-0.31 และมีหน้าตา/รูปทรงองค์เอวแตกต่างไปจากรุ่นที่จำหน่ายในญี่ปุ่น กำลังจะออกจำหน่ายในเมืองมะกันในฐานะรถรุ่นปีโมเดล 2009 โดยแบ่งการตกแต่งและอุปกรณ์ให้เลือกใช้เป็น 5 ระดับ กำกับด้วยรหัส STANDARD LE XLE S และ XRS

 

โตโยตา เวนซา

รถตลาดแบบใหม่เอี่ยมแกะกล่องอีกรุ่นหนึ่งที่ผู้ผลิตรถยนต์หมายเลขหนึ่งของเมืองยุ่นนำออกอวดตัว
เป็นครั้งแรกที่งานนี้ คือ โตโยตา เวนซา (TOYOTA VENZA) ในภาพซ้ายมือ เป็นรถกิจกรรมกลางแจ้ง
อย่างที่เรียกกันในภาษาฝรั่งว่า CROSSOVER SUV คือ มีพื้นฐานมาจากรถยนต์นั่ง เป็นผลงานที่รัง
สรรค์ขึ้นในสหรัฐอเมริกา โดยศูนย์เทคนิคของโตโยตาที่ตั้งอยู่ในรัฐมิชิแกน และศูนย์ออกแบบที่ตั้งอยู่
ในรัฐแคลิฟอร์เนีย กำหนดจะออกจำหน่ายในฐานะรถรุ่นปีโมเดล 2009 ในตัวถัง 5 ประตู 5 ที่นั่ง ขนาด 4.800×1.905×1.610 ม. จะมีทั้งแบบขับล้อหน้าและขับ 4 ล้อ โดยจะมีเครื่องยนต์ให้เลือกใช้ 2 ขนาด คือ เครื่อง 4 สูบเรียง 2.7 ลิตร และเครื่อง วี 6 สูบ 3.5 ลิตร 268 แรงม้า

 

เลกซัส แอลเอฟ-เอ โรดสเตอร์

LEXUS LF-A ROADSTER รถแนวคิดในรูปลักษณ์ของรถสปอร์ทเปิดประทุนระดับพรีเมียม ปรากฏตัว
เป็นครั้งแรกที่งานนี้ ในตัวถังขนาด 4.460×1.895×1.220 ม. ที่ดัดแปลงจากตัวถังคูเปของรถแนวคิดชื่อเดียวกัน ซึ่งปรากฏตัวเป็นครั้งแรกที่งานนี้เมื่อปีกลาย

 

ฮอนดา ไพลอท

คนรักรถในเมืองมะกันทราบกันดีว่า ฮอนดา ไพลอท (HONDA PILOT) เป็นชื่อของรถกิจกรรมกลาง
แจ้งประเภท CROSSOVER SUV ที่ยักษ์รองของเมืองยุ่นเริ่มนำออกจำหน่ายในตลาดอเมริกาเหนือเมื่อปี 2002 และประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี เพราะสามารถติดอันดับ “5 BEST TRUCK” ของนิตยสารรถยนต์ CAR AND DRIVER ติดต่อกันถึง 6 ปี (2002-2007) ส่วนที่เห็นในภาพซ้ายมือ เป็น PROTOTYPE หรือ “ต้นแบบ”ของรถรุ่นที่ 2 ที่มีกำหนดออกจำหน่ายในเดือนมิถุนายนปีนี้ในฐานะรถรุ่นปีโมเดล 2009 เป็นรถที่ออกแบบใหม่หมดตั้งแต่หัวจรดหาง แต่ยังคงคุณสมบัติเป็นรถขนาด MIS-SIZE จุ 8 ที่นั่ง มีทั้งแบบขับเคลื่อนล้อหน้าและขับเคลื่อน 4 ล้อ เช่นเดียวกับรถรุ่นปัจจุบัน

 

ฮอนดา เอฟซีเอกซ์ คลาริที

ฮอนดา เอฟซีเอกซ์ คลาริที (HONDA FCX CLARITY) ปรากฏตัวต่อสายตาสาธารณชนเป็นครั้งแรก ที่งานมหกรรมยานยนต์ลอสแองเจลิสเมื่อเดือนพฤศจิกายน และฉายซ้ำอีกครั้งที่งานนี้ เป็นพัฒนาการล่าสุดของรถแนวคิด ฮอนดา เอฟซีเอกซ์ (HONDA FCX) ซึ่งปรากฏตัวครั้งแรกที่โตเกียวเมื่อปลายปี 2005 และปรับปรุงมาโดยตลอด เป็นรถยนต์นั่งระดับหรูที่ปลอดไอพิษ เพราะขับเคลื่อนด้วย FUEL CELL หรือ “เซลล์เชื้อเพลิง” ซึ่งได้พลังจากการทำปฏิกิริยาทางเคมีของไฮโดรเจน ยักษ์รองเมืองยุ่นตั้งใจจะทดลองผลิตรถแบบนี้ในจำนวนจำกัดเพื่อใช้งานในเมืองมะกัน และจะไม่ขายขาด แต่จะให้เช่าระยะยาว 3 ปี โดยคิดค่าเช่าเดือนละ 600 เหรียญ ฯ หรือประมาณ 20,000 บาท

 

มิตซูบิชิ คอนเซพท์-อาร์เอ

MITSUBISHI CONCEPT-RA รถแนวคิดที่ทำขึ้นเพื่ออวดฝีมือ ไม่ได้ตั้งใจจะผลิตจำหน่าย พัฒนาจาก
รถตลาด มิตซูบิชิ เอโวลูชัน เทน (MITSUBISHI EVOLUTION X) โดยติดตั้งเครื่องยนต์เทอร์โบดีเซลฉีดตรง DOHC 4 สูบเรียง 2.2 ลิตร ที่ให้กำลังสูงถึง 201 แรงม้า แต่ไอเสียสะอาดตามสมัยนิยมของคนไม่รัก “โลกร้อน”

 

มิตซูบิชิ แลนเซอร์ แรลลีอาร์ท

ผลงานใหม่เอี่ยมแกะกล่องอีกชิ้นหนึ่งที่ค่าย “สามเพชร” นำออกอวดในงานนี้ คือ มิตซูบิชิ แลนเซอร์
แรลลีอาร์ท (MITSUBISHI LANCER RALLIART) ในภาพขวามือ เป็นรถ 4×4 โมเดลพิเศษ ออกแบบ
สำหรับคนรักรถผู้พิสมัยความแรงและความเร็วที่เหนือกว่ารถ มิตซูบิชิ แลนเซอร์ รุ่นสามัญ ซึ่งเพิ่งออก
จำหน่ายในเมืองมะกันเมื่อปี 2007 โดยติดตั้งเครื่องยนต์เทอร์โบ DOHC 4 สูบเรียง 1,998 ซีซี ที่ให้
กำลังสูงถึง 235 แรงม้า

 

นิสสัน ฟอรัม

นิสสัน ฟอรัม (NISSAN FORUM) หนึ่งในบรรดาผลงานชิ้นใหม่ 2-3 ชิ้นที่ยักษ์รองของเมืองยุ่นนำออก
อวดตัวต่อสายตาผู้คนเป็นครั้งแรกที่งานนี้ เป็นผลงานรังสรรค์ของ NDA หรือ NISSAN DESIGN
AMERICA, INC ซึ่งตั้งอยู่ในรัฐแคลิฟอร์เนีย และเป็นรถแนวคิดในรูปลักษณ์ของ MPV (MULTI-
PURPOSE VEHICLE) หรือ “รถอเนกประสงค์” ขนาด 7 ที่นั่ง ซึ่งเหมาะสำหรับใช้งานในครอบครัว ตัว
ถังทรงกล่องเดียวขนาด 4.987×2.114×1.763 ม. มีรูปลักษณ์และรายละเอียดหลายอย่างที่ไม่ค่อยจะ
ได้เห็นกันในรถประเภทเดียวกันแบบอื่นๆ ตัวอย่าง คือ ประตูข้างแบบประตูเลื่อนซึ่งไม่มีรางเลื่อนให้
เกะกะสายตา และเปิดแยกออกจากกันโดยไม่มี B-PILLARS หรือ เสาค้ำยันกลาง

 

มาซดา ฟูราอิ

มาซดา ฟูราอิ (MAZDA FURAI) รถที่มีหน้าตาและรูปทรงองค์เอวหวือหวาฟู่ฟ่าที่สุดในงานนี้ เป็นรถ
แนวคิดในรูปลักษณ์ของรถสปอร์ทระดับ “ซูเพอร์คาร์” ที่ใช้ E100 (เอธานอล 100 %) เป็นเชื้อเพลิง ชื่อ FURAIมีความหมายว่า SOUND OF THE WIND หรือ “เสียงกระซิบแห่งสายลม”

 

ฮันเด เจเนซิส

หนึ่งในบรรดารถตลาดพันธุ์เอเซียที่ได้รับความสนใจเป็นอย่างมากในงานนี้ คือ ฮันเด เจเนซิส
(HYUNDAI GENESIS) ในภาพซ้ายมือ เป็นรถยนต์นั่งขนาด FULL-SIZE อนุกรมใหม่ ที่ผู้ผลิตรถยนต์หมายเลขหนึ่งของเมืองโสมเพิ่งบรรจุเข้าสู่สายการผลิตเมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมา โดยตั้งเป้าหมายการผลิตและการขายไว้ที่ระดับ 24,000 คัน/ปี เป็นรถขับเคลื่อนล้อหลังที่มีเครื่องยนต์ให้เลือกใช้ถึง 3 ขนาด และมีระบบเกียร์ 2 แบบ รวมทั้งเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะ

 

เกีย โบร์เรโก

แม่เหล็กที่ดึงดูดเหล่าสื่อมวลชนเข้าสู่บูธของยักษ์รองเมืองโสมได้อย่างแน่นขนัด คือ เกีย โบร์เรโก (KIA BORREGO) ในภาพล่างซ้ายมือ เป็นรถกิจกรรมกลางแจ้งขนาด MID-SIZE อนุกรมใหม่ล่าสุด ซึ่งปรากฏตัวต่อสายตาสาธารณชนเป็นครั้งแรกที่งานนี้ เป็นรถติดตั้งเก้าอี้ที่นั่ง 3 แถว รวม 7 ที่นั่ง ซึ่งออกแบบตามแนวคิด “LESS IS MORE” มีกำหนดออกจำหน่ายในตลาดเมืองมะกันในฤดูร้อนปีนี้ในฐานะรถรุ่นปีโมเดล 2009 และจะได้รับการจารึกชื่อว่าเป็นรถติดตรา KIA ที่ทรงพลังที่สุดในประวัติศาสตร์ เพราะติดตั้งเครื่องยนต์ DOHC วี 8 สูบ 4.6 ลิตร ที่ให้กำลังสูงสุดสูงกว่า 300 แรงม้า (จากอดีตจนถึงปัจจุบัน ผู้ผลิตรถยนต์เมืองโสมรายนี้ไม่เคยใช้เครื่องยนต์ วี 8 สูบ มาก่อนเลย)



------------------------------
เรื่องโดย : ชูศักดิ์ ชมจินดา
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน มีนาคม ปี 2551
คอลัมน์ : ระเบียงรถใหม่
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/OPfYP

Follow autoinfo.co.th