บทความ

CARMEN JONES


ภาพยนตร์เพลงยอดเยี่ยมจากฝีมือของ อตโต พเรมินเกร์ ปี 1954 เรื่อง
คาร์เมน โจนส์ (CARMEN JONES) เป็นหนังคลาสสิคอีกเรื่องที่ข้าพเจ้าชอบ

 

ที่ชอบก็เพราะเป็นหนังประเภทผู้ชายเสือป่า ดูแล้วมีความสุขลึกๆ

 

เปลือยอารมณ์ได้อย่างเนียนมือ เพราะสัดส่วน และการแสดงในบท คาร์เมน โจนส์ ของ
โดโรธี แดนดริดจ์

 

คาร์เมน โจนส์ เป็นภาพยนตร์ประเภท เมโลดรามา ดัดแปลงมาจากบทละครโอเปราของ
บิเซต์ โดยมันสมองของ ออสการ์ แฮมเมอร์ชไตน์ ที่ 2 และได้รับการเขียนเป็นบทภาพยนตร์
โดยฝีมือ แฮร์รี คไลเนอร์

 

บริษัทภาพยนตร์ 20th CENTURY FOX เป็นผู้แทนจัดจำหน่าย เริ่มออกฉายตั้งแต่วันที่ 5
ตุลาคม 1954 มีความยาวในการฉาย 105 นาที

 

ท่านผู้อ่านจะเชื่อหรือไม่ก็ตาม ทว่าหนังเรื่องนี้ลงทุนด้วยเงินเพียง 750,000 เหรียญสหรัฐ ฯ

 

ส่วนใหญ่ของเรื่อง สร้างในโรงถ่ายของอาร์เคโอ และบางส่วนในโรงงานทำดินระเบิด กับชนบทบางแห่งของรัฐแคลิฟอร์เนีย

 

มาริลีน ฮอร์น เป็นผู้ร้องเพลงแทนเสียงร้องของ โดโรธี แดนดริดจ์ เช่นเดียวกับ เลเวิร์น
ฮัทเชอร์สัน ร้องแทนเสียงร้องของ แฮร์รี เบลาฟอนเต ผู้แสดงเป็น โจ

 

ความจริง อตโต พเรมินเกร์ ต้องการยกกองไปถ่ายทำในนครชิคาโก และเซาธ์แคโรไลนา แต่
กลับปรากฏบันทึกจากโรงถ่ายว่าหนังเรื่องนี้ได้รับการสร้างในโรงถ่ายของอาร์เคโอ

 

ฉากหนึ่งที่ได้รับการพูดถึง เป็นฉากเด็กๆ ร่วมกันร้องเพลงหมู่ ซึ่งเป็นฉากที่ถ่ายทำในโรงงาน
ทำดินระเบิด

 

เด็กๆ เข้าฉากเล่นหนัง พ่อแม่ก็ต้องยกกองตามมาดูแล และปรากฏว่า พ่อแม่ของเด็กๆ พากัน
นั่งบนลังดินระเบิดเฉยเลย แถมยังสูบบุหรี่ควันโขมง

 

อันที่จริงทั้ง แฮร์รี เบลาฟอนเต และ โดโรธี แดนดริดจ์ ต่างก็เป็นนักแสดงที่สามารถร้องเพลง
ได้เป็นอย่างดี แต่เสียงร้องแบบโอเปราตามเรื่องนั้น นักร้องทั้ง 2 คน ยังมีบันไดเสียงที่ไปไม่ถึง
ระดับโอเปรา

 

และเดิมที เสียงร้องของ คาร์เมน โจนส์ ซึ่ง โดโรธี แดนดริดจ์ เป็นผู้แสดงนั้น นักร้องนาม
กระเดื่องชื่อ แคธรีน ฮิลเกนเบิร์ก เป็นผู้ตกลงรับจ้างร้อง แต่ร้องแล้วไม่โดนใจ พเรมินเกร์ ใน
ที่สุดก็ลาออกไป ทำให้ พเรมินเกร์ หันไปคว้านักเรียนวัย 19 ปี ซึ่งเรียนร้องเพลงอยู่ใกล้ๆ
มหาวิทยาลัยเซาธ์แคลิฟอร์เนีย จ้างด้วยเงินแค่ 300 เหรียญสหรัฐ ฯ มาร้องแทน

 

ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ ปรากฏว่า ฮอร์น รับงานนี้แล้วกลายเป็นนักร้องชั้นแนวหน้า และถูกบริษัท
แผ่นเสียง ทอพ เรคอร์ดส์ จับตัวเซ็นสัญญาทันที

 

มาริลีน ฮอร์น ร้องเพลงในบท คาร์เมน โจนส์ ได้อย่างวิเศษ ไม่มีส่วนไหนได้รับข้อตำหนิเลย
แม้แต่น้อย

 

ภาพยนตร์เรื่อง คาร์เมน โจนส์ มีบทเพลงรวมทั้งหมด 16 บทเพลง โดยบทเพลงสำหรับ
คาร์เมน มีด้วยกันทั้งสิ้น 6 เพลง คือ “DAT’S LOVE” “DERE’S A CAFE ON DE CORNER”
“WHIZZIN’ AWAY ALONG DE TRACK” “THERE’S A MAN I’M CRAZY FOR” “CARD SONG”
และเพลง “FINAL DUET” ซึ่งเป็นการร้องร่วมกันระหว่างนางเอกกับพระเอก คือ คาร์เมน และ โจ

 

ในปี 1955 คาร์เมน โจนส์ ได้รับรางวัลเกียรติยศจาก โกลเดน กโลบ อวอร์ดส์ ในสาขา “ภาพยนตร์
ยอดเยี่ยมประจำปี” และการแสดงของ โดโรธี แดนดริดจ์ ได้รับการนำเสนอชื่อเข้าชิงออสการ์ในฐานะ
นักแสดงยอดเยี่ยมฝ่ายหญิง

 

รวมทั้งดนตรีประกอบภาพยนตร์ ก็ได้รับการเสนอชื่อชิงรางวัลออสการ์ เช่นเดียวกัน

 

และในปี 1992 คาร์เมน โจนส์ ก็ได้รับเลือกให้ขึ้นทะเบียนอยู่กับ กองทะเบียนภาพยนตร์แห่ง
ชาติ ภายใต้องค์กรหอสมุดแห่งรัฐสภาอเมริกัน

 

ก่อนหน้าที่ โดโรธี แดนดริดจ์ ได้รับการคัดเลือกให้แสดงบท คาร์เมน โจนส์ มีนักแสดง 2 คน
ถูกทาบทามไว้ คือ จอยศ์ ไบรแอนท์ และ อลิซาเบธ ฟอสเตอร์ แต่เมื่อมีการเทสต์หน้ากล้องจาก
โดโรธี แดนดริดจ์ ซึ่งเข้าหน้ากล้องเทสต์ร่วมกันกับนักแสดงชายชื่อ เจมส์ เอดเวิร์ดส เธอกลับ
ได้รับการคัดเลือกทันที

 

แต่ เจมส์ เอดเวิร์ดส ซึ่งเทสต์หน้ากล้องในบทพระเอกชื่อ โจ กลับไม่ได้รับการพิจารณา บทตรงนี้
กลับไปอยู่กับ แฮร์รี เบลาฟอนเต

 

เนื้อหาของเรื่องนี้ไม่มีอะไรลึกลับซับซ้อน ว่ากันง่ายๆ และเข้าใจง่ายๆ แต่ได้อารมณ์

 

เป็นเรื่องของผู้หญิงสาวคนหนึ่งในตำแหน่ง สาวฉันทนาโรงงานทำร่มชูชีพ ชื่อ คาร์เมน โจนส์
หล่อนค่อนข้างจะเป็นผู้หญิงร้อนแรง และติดเชื้อไฟผู้ชายง่ายๆ

 

คาร์เมน ชอบนักบินของทหารคนหนึ่งชื่อ โจ

 

แต่ โจ มีสาวคนรักอยู่แล้วคือ ซินดี ลู โดยทั้ง 2 ก็กำหนดการแต่งงานระหว่างกันแล้วด้วย

 

ต่อมา คาร์เมน พบนักมวยชื่อ ฮัสกี มิลเลอร์ ถูกชวนให้ไปดูมวย แต่หล่อนไม่ตกลง

 

ดูเหมือน คาร์เมน จะตามล่า โจ มากเกินไป จนเกิดความน่าเบื่อหน่าย และเกิดความเอือมระอา
เธอจึงหันมาเล่นกับนักมวย มิลเลอร์

 

คาร์เมน ตกลงรับข้อเสนอของ มิลเลอร์ ไปดูเขาขึ้นเวทีชกมวย

 

และ โจ ด้วยความหลงใหลที่มีต่อ คาร์เมน เขาจึงหันหลังให้ ซินดี ลู และออกติดตาม
คาร์เมน โจนส์ แต่เมื่อหล่อนปฏิเสธความรัก โจ จึงจัดการฆ่าหล่อนเสียด้วยมือของเขาเอง



------------------------------
เรื่องโดย : จอสยาม
ภาพโดย : -
นิตยสาร CAR STEREO ฉบับเดือน พฤศจิกายน ปี 2550
คอลัมน์ : ใส่สีใส่สัน
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/RDLSA
อัพเดทล่าสุด
28 Mar 2018

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
1,699,000
3.
3,299,000
4.
5,399,000
5.
6,799,000
6.
3,249,000
8.
53,500,000
10.
3,600,000
11.
4,539,000
12.
13,339,000
13.
2,999,000
14.
1,749,000
15.
1,800,000
17.
499,000
18.
979,000
19.
990,000
20.
13,500,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th