บทความ

เกือบจบ


ที่พาดหัวน่ะหมายถึงโครงการรถคันแรก ใกล้จะถึงกาลอวสานแล้ว เพราะขณะนี้ ยังมีผู้ถือสิทธิ์จากการจองรถคันแรก เคว้งคว้างอยู่ท่ามกลางฝูงชน ราวหนึ่งแสนสามหมื่นราย ที่เซลส์ขายรถ โชว์รูมรถยนต์ พยายามติดต่อท่านไป ว่าจะตัดสินใจอย่างไร ท่านก็ไม่ตอบรับการติดต่อ ไม่ว่าจะด้วยวิธีใด

 

ถ้าผ่านพ้นไปจนกระทั่งรถรุ่นที่ท่านจอง เลิกสายการผลิต นั่นถึงจะหมดสิ้นภาระของโชว์รูม ที่จะต้องเตรียมรถเอาไว้ให้ผู้จอง ก็ปล่อยให้ดอกเบี้ยงอกงามต่อไป สำหรับผู้แทนจำหน่ายรถยี่ห้อนั้นๆ เพราะหลวงท่านไม่ได้ระบุความผิดเอาไว้ ว่าจองแล้วไม่มารับรถจะให้ทำอย่างไร

 

แต่น่าเชื่อว่าจะทิ้งเงินมัดจำกันเป็นแน่ เพราะเงินแค่พันสองพัน ไม่สร้างความเดือดร้อนเท่าใดนัก

 

กลับมาดูยอดการจำหน่าย ประจำเดือนตุลาคม ที่ขายกันได้ต่ำกว่าแสนคันอีกแล้ว ตกลงมาเหลือเพียง 87,026 คัน เท่านั้นเอง ลดลง 38.5 % ขณะที่ยอดรวม 10 เดือน ยังลดลงอยู่ 2.2 % ขายกันได้เพียง 1,107,398 คัน เท่ากับว่า ยอดปิดสิ้นปีนี้ จะอยู่แถวประมาณ 1.3 ล้านคัน ซึ่งใกล้เคียงกับที่เคยประมาณกันเอาไว้

 

ก็ต้องขึ้นอยู่ว่า สถานการณ์บ้านเมืองจะเป็นไปในทิศทางไหน เพราะถึงนาทีนี้ การแสดงรถยนต์นำเข้า ที่ศูนย์ราชการ ก็ต้องยกเลิกโดยปริยายไปแล้ว เพราะผู้ที่นำรถมาออกแสดง ก็กลัวว่ารถราคาเป็นล้านของเขา อาจจะมีอันตรายโดยไม่ชอบมาพากลได้ ก็เลยขอเอารถกลับบ้านดีกว่า

 

นั่นก็อาจทำให้กระทบเป็นวงกว้าง เพราะเหลืออีกเพียง 2 เดือน ก็ต้องปิดยอดสิ้นปีกันแล้ว มันจะไปทำให้ยอดประจำปี ไม่ค่อยสวยเท่าไรนัก อาจได้แค่ 1.2 ล้านคัน ก็เป็นได้

 

แต่ที่แน่ๆ ปี 2557 จะเป็นปีที่อุตสาหกรรมยานยนต์บ้านเรา เข้าสู่ยุคทองอีกครั้ง เมื่อบรรดาโรงงานประกอบรถยนต์แห่งใหม่ เริ่มก่อสร้างกันเสร็จ และเริ่มการผลิตออกสู่ตลาด ไม่ว่าจะในบ้านหรือนอกบ้าน ยิ่งทำให้ยอดการขายต้องยิ่งโตตามไปด้วย

 

ขนาดพี่เบิ้มจากเมืองจีน ยังสนใจมาลงสนามสร้างโรงงาน ขายรถในบ้านเรา ก็ต้องเชื่อว่า ดีทรอยท์ ออฟ เอเชีย ประเทศนี้ เนื้อหอมมากขนาดไหน

 

แม้แต่ท่านรัฐมนตรีกระทรวงอุตสาหกรรม ยังให้สัมภาษณ์นักข่าวต่างประเทศ ว่าประเทศไทย จะสามารถบรรลุเป้าหมายการผลิตรถยนต์ได้ 3.4 ล้านคัน ภายในปี 2560 ได้อย่างแน่นอน อันจะทำให้ได้เลื่อนอันดับขึ้นไปเป็น อันดับที่ 5 ของโลก

 

ที่ท่านกล้าว่าอย่างนั้น เพราะโครงการ อีโคคาร์ 2 ใกล้จะเป็นรูปเป็นร่าง จะสามารถประกาศโครงการลงทุนรถยนต์ประหยัดพลังงาน มาตรฐานสากล ระยะที่ 2 ได้ในปีหน้าแล้ว ซึ่งจะทำให้โรงงานสามารถเริ่มการผลิต และออกสู่ตลาดได้ในปี 2559

 

ที่น่าเป็นห่วง ก็เห็นจะเป็น สถาบันยานยนต์ ของภาครัฐเองนั่นแหละ เพราะตอนนี้ยังอยู่ในระยะเปลี่ยนถ่ายตัวผู้นำ จนป่านนี้ยังไม่เห็นมีใครแสดงตัวว่า อยากเป็นผู้นำขององค์กรนี้ เสนอตัวให้ได้รับทราบกันสักที แล้วใครจะมาเป็นหัวเรือให้กับอุตสาหกรรมนี้ นำพาไปในทิศทางที่ถูกต้อง

 

หรือจะให้ชาวบ้านเขาแซงหน้ากันไปเรื่อยๆ เหมือนเพื่อนบ้านเรา ทางตอนใต้ ยึดเอาสถาบันทดสอบยานยนต์ไปก่อนหน้านี้แล้ว สร้างสนามเพื่อทดสอบการชนกันอย่างเป็นเรื่องเป็นราว และใช้ชื่อ อาเซียน เสียด้วย

 

เฮ้อ รัฐมนตรีกระทรวงอุตสาหกรรมชื่ออารายหว่า ช่วยกราบเรียนท่านให้ขยับหน่อยได้ไหม แค่เรื่องสนามทดสอบของบ้านเรา อนุมัติเงินงบประมาณมาแล้วก็หายเข้ากลีบเมฆ

 

ใครก็ได้มาช่วยที



------------------------------
เรื่องโดย : มือบ๊วย
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน มกราคม ปี 2557
คอลัมน์ : โค้งอันตราย
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/vFr0N
อัพเดทล่าสุด
8 Oct 2018

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
2.
2,090,000
3.
2,229,000
4.
779,000
5.
3,590,000
7.
1,316,000
8.
1,749,000
9.
1,699,000
11.
3,299,000
12.
5,399,000
13.
6,799,000
14.
3,249,000
15.
4,980,000
16.
53,500,000
18.
3,600,000
19.
13,500,000
20.
6,799,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th