บทความ

เรนจ์ โรเวอร์ สปอร์ท


หลังจากที่ เรนจ์ โรเวอร์ สปอร์ท รุ่นแรกได้ถูกผลิตออกมาสำหรับผู้ที่ชื่นชอบเอสยูวีที่เน้นความเร็ว เร้าใจ หรูหรา อย่างเต็มพิกัด และทำยอดขายอยู่ในเกณฑ์ที่น่าพอใจ

 

มาปีนี้ก็ได้ออกเวอร์ชันใหม่ ที่ได้รับคำนิยามว่าเป็น เรนจ์ โรเวอร์ ที่เร็วที่สุดเท่าที่เคยผลิตมา และให้ความคล่องตัวในการใช้งานสูง โดยได้รับอิทธิพลอย่างมากจาก เรนจ์ โรเวอร์ และอีโวค แต่มีขนาดกะทัดรัดกว่า น้ำหนักเบากว่ารุ่นเดิมถึง 500 กก. ค่าแรงเสียดทานอากาศอยู่ที่ 0.34 ซึ่งถือว่าลู่ลมดีมากสำหรับรถเอสยูวี

 

ตัวรถเมื่อเทียบกับเวอร์ชันแรกจะยาวขึ้น 62 มม. ความยาวช่วงล้อเพิ่มเป็น 178 มม. เพียงพอต่อการจัดวางเบาะนั่งในห้องโดยสารแบบ 5+2 ที่นั่ง โดยเบาะนั่งด้านหลัง 2 ตัว สามารถพับได้ด้วยไฟฟ้า

 

รูปลักษณ์ด้านหน้าติดตั้งแพคเกจ BLACK DESIGN PACK ใช้วัสดุสีดำมันเงาตกแต่งบริเวณกระจังหน้า กระจกมองข้าง ที่จับเปิดประตูและครีบระบายอากาศด้านข้าง ตำแหน่งกระจกหน้ามีความลาดเอียงมากขึ้นกว่ารุ่นที่แล้ว ล้ออัลลอยมีให้เลือกทั้งขนาด 21 หรือ 22 นิ้ว

 

เครื่องยนต์มีให้เลือก 2 เครื่อง ได้แก่ วี 8 สูบ 5.0 ลิตร 510 แรงม้า และดีเซล วี 6 สูบ 3.0 ลิตร 292 แรงม้า และภายในต้นปี 2014 จะมีเครื่องยนต์เพิ่มเติม ได้แก่ ดีเซล วี 6 สูบ 3.0 ลิตร 258 แรงม้า และเครื่องสมรรถนะสูง วี 8 สูบ 4.4 ลิตร 339 แรงม้า ถ่ายทอดกำลังด้วยระบบเกียร์ เซดเอฟ อัตโนมัติ 8 จังหวะ

 

เราได้นำ เรนจ์ โรเวอร์ เครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบขนาด 3.0 ลิตร วี 6 สูบ ให้กำลัง 292 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 61.1 กก.-ม. มาทดลองขับ ซุ่มเสียงเครื่องยนต์แม้จะไม่ดุดันเท่ากับเครื่องยนต์เบนซิน วี 8 สูบ แต่ก็บ่งบอกถึงพละกำลังที่ซ่อนไว้ได้เป็นอย่างดี แม้ว่าตัวรถจะหนักกว่า 2 ตัน แต่อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ทำได้ในเวลาเพียง 7.2 วินาที และทำความเร็วสูงสุดที่ 210 กม./ชม. แต่มีค่าปริมาณไอเสียเพียง 199 กรัม/กม.

 

การตกแต่งภายในห้องโดยสารในรุ่นดีเซล แทบจะไม่แตกต่างจากรุ่นเบนซิน เบาะนั่งขนาดใหญ่ให้ความสบายอย่างเต็มที่ เบาะคู่หน้าปรับด้วยไฟฟ้าอยู่ในระดับที่ค่อนข้างสูง เพื่อเพิ่มทัศนวิสัยที่ดีในการนั่งโดยสารและขับขี่ แม้ว่าเสาเอจะมีขนาดที่ค่อนข้างใหญ่ พวงมาลัยหุ้มหนังแท้ พร้อมสวิทช์ควบคุมมากมายติดตั้งอยู่ที่ก้านพวงมาลัยระบบพวงมาลัยไฟฟ้าเร็วขึ้นกว่า เรนจ์ โรเวอร์ 10 % แผงหน้าปัดแบบดิจิทอลเรืองแสง ช่องแอร์มีมาให้ทุกตำแหน่งการนั่งทั้งที่ด้านหน้า กลาง และท้าย คอนโซลกลางมีขนาดใหญ่ที่จะแยกผู้ขับขี่และผู้โดยสารออกจากกัน เป็นที่ติดตั้งคันเกียร์และสวิทช์ควบคุมต่างๆ รวมไปถึงปุ่มปรับโหมดการขับขี่สำหรับการลุยในระดับต่างๆ และระบบการขับเคลื่อน 4 ล้อ รวมถึงการอัพเกรดระบบเพื่อความบันเทิงที่เบาะหลังด้วยการติดตั้งหน้าจอขนาด 10.2 นิ้ว

 

ช่วงล่างถุงลมเจเนอเรชันที่ 5 หยิบยืมชิ้นส่วนเกือบทั้งหมดมาจาก เรนจ์ โรเวอร์ 2013 แต่ได้รับการอัพเกรดเพื่อการควบคุมที่ดียิ่งขึ้น แฝงไว้ด้วยความนุ่มนวล นอกจากนี้ยังมีระบบ TERRAIN RESPONSE ที่จะช่วยตอบสนองการใช้งานได้ดีในทุกสภาพถนน

 

ระบบเบรคสามารถหยุดรถที่หนักกว่า 2 ตันขณะใช้ความเร็วสูงได้อย่างดีเยี่ยม นอกจากนี้ ยังมีระบบความปลอดภัยเพิ่มเติมอย่าง TRAFFIC SIGN RECOGNITION, LANE DEPARTURE WARNING และ PERPENDICULAR PARK/PARKING EXIT ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นระบบแจ้งเตือนผู้ขับขี่

 

เรนจ์ โรเวอร์ สปอร์ท เอสยูวีอเนกประสงค์หรู ที่มีคุณสมบัติทั้งในด้านสมรรถนะและความสะดวกสบายอย่างสมบูรณ์แบบ อุปกรณ์อำนวยความสะดวกและอุปกรณ์เพื่อความปลอดภัยที่ทันสมัยติดตั้งมาให้ครบ น่าจะเป็นอีกรุ่นหนึ่งที่ทำยอดขายได้อย่างน่าพอใจ

 

คุณรู้หรือไม่ ?
เรนจ์ โรเวอร์ สปอร์ท มีเวอร์ชันไฮบริด โดยการนำเครื่องยนต์ดีเซล 3.0 ลิตร มาทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า มีแรงม้าสูงสุด 340 ตัว แรงบิด 71.3 กก.-ม. ปล่อยไอเสียเพียง 169 กรัม/กม.



------------------------------
เรื่องโดย : จูลีเอตตา
นิตยสาร 4WHEELS ฉบับเดือน มกราคม ปี 2557
คอลัมน์ : ผลทดสอบต่างแดน
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/QeBnQ
อัพเดทล่าสุด
8 Oct 2018

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
2.
2,090,000
3.
2,229,000
4.
779,000
5.
3,590,000
7.
1,316,000
8.
1,749,000
9.
1,699,000
11.
3,299,000
12.
5,399,000
13.
6,799,000
14.
3,249,000
15.
4,980,000
16.
53,500,000
18.
3,600,000
19.
13,500,000
20.
6,799,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th