บทความ

ถึงหรือ 1.3 ล้านคัน


มาตรวัดหนนี้ มาคุยกับเรื่องยอดการขายรถยนต์ของเดือนกันยายน ที่หดตัวจากปีก่อนถึง 29.2 % ขายได้เพียง 93,080 คัน เป็นผลให้ยอดรวม 9 เดือน เติบโตเพียงแค่ 3.0 % ขายกันทั้งตลาด 1,020,368 คัน เท่านั้นเอง

 

ลองคิดบัญญัตไตรยางค์ดูเล่นๆ ว่าอีก 3 เดือน ถ้าขายกันได้เดือนละ 1 แสนคัน ยอดรวมก็จะได้ 1 ล้าน 3 แสนคัน เป็นไปตามที่คาดหมายกันไว้ เพียงแต่ว่า บ้านเราเกิดมีปริมาณน้ำฝนมากกว่าปกติ ทำให้มีน้ำท่วมในบางภูมิภาค ซึ่งน่าจะเป็นตัวถ่วง ยอดการขายรถยนต์ในภูมิภาคนั้นๆ

 

แต่ก็เชื่อเอาไว้ก่อน ว่าจะได้ 1,300,000 คัน เพียงแต่ขอตั้งเอาไว้เป็นคำถามเล่นๆ ดูก่อน ว่าจะไปถึงฝั่งฝันหรือเปล่า

 

มาดูสภาพเศรษฐกิจโดยรวม และความเป็นไป ที่จะมากระทบกับการขายรถยนต์ในบ้านเรา

 

เรื่องแรกเป็นข่าวจากธนาคารแห่งประเทศไทย ปรับลดเป้าเศรษฐกิจไทย ปี 2556 คาดว่า การขยายตัวผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) จะขยายตัวได้เพียง 3.7 % จากเดิมที่คาดไว้ 4.2 % ด้านส่งออกขยายตัวได้แค่ 1 % จากเดิมคาดไว้ 4 % ชี้ เป็นผลจากการบริโภคที่พักฐานนานกว่าที่คาด และตลาดส่งออกยังไม่ฟื้นตัว

 

สำหรับปัจจัยหลักที่กดดันเศรษฐกิจไทยขยายตัวต่ำกว่าที่คาดไว้ มาจากปัจจัยการบริโภคในประเทศ ที่พักฐานยาวนานกว่าที่คาดการณ์ ขณะที่แรงกระตุ้นจากการลงทุนภาครัฐต่ำเช่นกัน แถมภาคการส่งออกบางภาคอุตสาหกรรมยังมีข้อจำกัด

 

นั่นเป็นคำพูดทางวิชาการ แต่ความเป็นจริงก็คือ ราคาข้าวปลาอาหารแพงจับจิตจับใจ มื้อกลางวันเดี๋ยวนี้ มี 50 บาท บางทีก็เกือบไม่พอ ทั้งที่แต่ก่อนมี 30 บาท ก็สบายใจแล้ว ราคาอาหารมันพุ่งพรวดขึ้นมาเฉยๆ ก๋วยเตี๋ยวขึ้นจาก 30 เป็น 40 บ้าง 50 บ้าง ทั้งที่ก็ยังขายอยู่ในเพิงริมถนนนั่นแหละ ไม่ได้ขยับขยายไปไหนเลย มันช่วยทำให้คนเราต้องกระเหม็ดกระแหม่มากขึ้น

 

ยิ่งการจะเลือกซื้อรถยนต์สักคันหนึ่ง ถึงจะมี อีโคคาร์ราคาถูก แต่ก็ยังอยากได้รถที่ใหญ่กว่านั้น ก็เลยต้องคอยนานหน่อย กว่าจะตัดสินใจซื้อได้สักคัน นั่นแหละครับ ปัจจัยการบริโภคในประเทศ ที่พักฐานยาวนาน ในภาษาของนักวิชาการ

 

ไปอีกเรื่องหนึ่ง ที่กระทรวงพาณิชย์ จัดงาน “อนาคตเศรษฐกิจไทยภายใต้ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน” เพื่อสร้างความตื่นตัวเกี่ยวกับประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) ที่กำลังจะเกิดขึ้นในปี 2558 ให้แก่ภาคประชาชน ผู้ประกอบการ และภาคธุรกิจ ที่จะต้องเตรียมรับมือ โดยมีการแสดงความพร้อมด้านอุตสาหกรรมต่างๆ ของไทย 12 กลุ่มอุตสาหกรรม (คลัสเตอร์) ได้แก่ ลอจิสติคส์ อาหาร เกษตร ยางพารา รถยนต์ แฟชัน ต่อเรือ พลังงานทดแทน การขนส่ง ก่อสร้าง สปา และสิ่งพิมพ์และหีบห่อ

 

โดยกลุ่ม คลัสเตอร์ยานยนต์ เน้นการพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อสร้างยานยนต์ในอนาคตที่เน้นการประหยัดน้ำมัน ก็นับว่าเป็นเรื่องที่ดี ที่บอกเป็นนัยเอาไว้ว่า ภาครัฐอยากได้ยานยนต์ประหยัดน้ำมัน เหมือนโครงการ อีโคคาร์ 2 ที่กำลังจะเกิดขึ้นในเร็ววันนี้ แม้ว่าจะยังต้องคุยกันในรายละเอียดอีกหลาย และเรื่องที่กำลังเดือดร้อน ในขณะที่ค่ายรถยนต์เอง ประสบปัญหา สตอครถมีมากเกินความต้องการ ทำให้ผู้บริโภคได้เห็นแคมเปญส่วนลดมากมาย ของแถมเยอะแยะ รวมมูลค่าเป็นตัวเงินแล้ว ก็เฉียดแสนอยู่เหมือนกัน เพื่อแก้ปัญหารถล้นสตอค

 

ทางสถาบันการเงินก็เดือดร้อน เรื่องหนี้เสีย แม้จะไม่มากนัก แต่เมื่อมองไปข้างหน้า ก็ค่อนข้างหนักใจ เลยแก้ปัญหากันแบบ ตั้งอัตราเงินดาวน์สูงเข้าไว้ก่อน เรียกว่า สกรีนลูกค้ากันเต็มที่ เพียงแต่ ค่ายรถยนต์ก็ต้องไปหาสถาบันการเงินอื่นมารองรับผู้ซื้อกันอีกรอบ ก็สนุกกันไปอีกแบบ

 

กลับมาดูเรื่องมาตรวัดดีกว่า ยอดการขายเดือนกันยายน ตกลงไป 29.2 % เหลือขายเพียง 93,080 คัน ทำให้ยอดรวม 9 เดือน เติบโตขึ้นมาเพียง 3.0 % ขายได้ 1,020,368 คัน

 

ตำแหน่งแชมพ์ประจำเดือน โตโยตา ยังคงรักษาไว้ได้ ด้วยตัวเลข 31,186 คัน เติบโตลดลง 33.0 % ส่วนแบ่ง 33.5 % อันดับสอง ฮอนดา ขาย 13,679 คัน ลดลง 29.6 % ส่วนแบ่ง 14.7 % อันดับสาม อีซูซุ ขาย 11,923 คัน ลดลง 30.1 % ส่วนแบ่ง 12.8 % อันดับสี่ นิสสัน ขาย 8,501 คัน ลดลง 27.3 % ส่วนแบ่ง 9.1 % และอันดับห้า มิตซูบิชิ ขาย 8,017 คัน ลดเยอะ 30.3 % ส่วนแบ่ง 8.6 %

 

แยกออกมาเป็นรถยนต์นั่ง เดือนเดียวขายได้ 43,720 คัน ลดไป 32.9 % รวม 9 เดือน ขายยังดีอยู่เพิ่ม 10.6 % รวม 467,627 คัน

 

แชมพ์รถยนต์นั่ง โตโยตา กลับมาด้วยตัวเลข 12,708 คัน ลดไป 33.0 % ส่วนแบ่ง 29.1 % ที่สองไล่มาติดๆ ฮอนดา ขาย 12,371 คัน ลดไป 31.6 % ส่วนแบ่ง 28.3 % ที่สาม นิสสัน ขาย 6,612 คัน ลดเยอะ 36.3 % ส่วนแบ่ง 15.1 % ที่สี่ มิตซูบิชิ ขาย 3,950 คัน ลด 20.2 % ส่วนแบ่ง 9.0 %

 

ผู้เสียภาษียอดเยี่ยม แฟร์รารี กับ ลัมโบร์กินี ขายเจ้าละ 2 คัน มาเซราตี กับ มิตซูโอกะ ขาย 1 คัน

 

ประเภทรถคันเล็ก ฮอนดา ขายมากกว่าเพื่อน 9,848 คัน มี โตโยตา ไล่มาติดๆ 9,752 คัน

 

รถเพื่อการพาณิชย์ รอบนี้สวนทางกับตลาด เพราะขายได้ เพิ่มเดือนเดียว 12.5 % รวม 3,334 คัน รวม 9 เดือนยังเพิ่มอยู่ 34.8 % ขายได้ 35,395 คัน โดยมี อีซูซุ ขายมากสุด 1,616 คัน เพิ่ม 23.9 % ส่วนแบ่ง 48.5 % ที่สอง ฮีโน ขาย 1,602 คัน เพิ่ม 9.9 % ส่วนแบ่ง 48.1 % และที่สาม มิตซูบิชิ ขาย 113 คัน ลดลง 40.2 % ส่วนแบ่ง 3.4 %

 

รถอเนกประสงค์อื่นๆ ลดลง 12.3 % ขายเพียง 1,845 คัน รวม 9 เดือนขาย 17,860 คัน ลดลง 11.2 % มี โตโยตา ขายมากสุด 1,502 คัน ครองส่วนแบ่ง 81.4 %

 

แต่โหรหลังสถานทูตจีน ประเมินไว้ว่า ในงาน “มหกรรมยานยนต์” ปลายเดือนพฤศจิกายน นี้ น่าจะเป็นตัวกระตุ้นยอดการขายรถยนต์ อันจะทำให้ตัวเลข 1.3 ล้านคัน มีความเป็นไปได้ และค่อนไปทาง 1.4 ล้านคันด้วย

 

อันนี้โหรท่านว่ามานะขอรับ



------------------------------
เรื่องโดย : มือบ๊วย
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน ธันวาคม ปี 2556
คอลัมน์ : มาตรวัดตลาดรถ
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/84vDb

Follow autoinfo.co.th