บทความ

โตโยตา รัฟโฟร์


โตโยตา รัฟโฟร์ (RAV4) เวอร์ชันล่าสุด ได้รับการออกแบบใหม่หมดเช่นเดียวกับรุ่น เอารีส (AURIS) ที่จำหน่ายในยุโรป�เน้นการใช้งานอเนกประสงค์ คล่องตัวในเมือง และสามารถตอบสนองกิจกรรมในวันหยุดสุดสัปดาห์ได้อย่างครบถ้วน

 

การออกแบบด้านหน้าโดดเด่นด้วยกระจัง พร้อมโลโก โตโยตา โคมไฟหน้าขนาดใหญ่ กันชนหน้ามาพร้อมสปอยเลอร์เสริมความสปอร์ท ด้านข้างออกแบบให้ปราดเปรียวกว่าเดิม จากระดับหลังคาเทลาดลงสู่ด้านหลัง โดยติดตั้งสปอยเลอร์ไว้ที่ปลายหลังคา ล้ออัลลอยขนาด 17 นิ้ว ที่ตัวรถเสริมโป่งล้อเพิ่มความดุดัน ไม่มีกล่องใส่ยางอะไหล่เหมือนรุ่นเก่า ไฟท้ายเปลี่ยนจากแนวตั้งเป็นแนวนอนยาวโอบรอบไปด้านข้าง

 

มิติของตัวถังรถ มีขนาดใหญ่กว่ารุ่นเดิมเล็กน้อย ห้องโดยสารปรับเปลี่ยนใหม่ ด้วยวัสดุตกแต่งสีทูโทน เน้นความหรูหรา โดยให้ความสำคัญต่อผู้ขับขี่ ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบคอนโซลหน้าให้สอดรับอย่างลงตัว มาพร้อมกับระบบข้อมูลและความบันเทิงภายในรถที่ โตโยตา สร้างสรรค์ขึ้น นามว่า ENTUNE ซึ่งเป็นระบบอำนวยความสะดวกเรื่องเครื่องเสียง มีจอแสดงผล พวงมาลัยมัลทิฟังค์ชัน เพิ่มความสะดวกในการใช้งาน เน้นความสะดวกสบาย แต่แฝงอารมณ์สปอร์ท ด้วยชุดพลาสติคคาร์บอนไฟเบอร์ ตามบริเวณมือจับ ห้องโดยสาร 5 ที่นั่ง ห้องเก็บสัมภาระด้านหลังมีความจุ 547 ลิตร กว้างขวางใหญ่โตกว่ารุ่นเก่า�และมีช่องเสริมใต้พื้นความจุ 100 ลิตร ช่วยเพิ่มพื้นที่ในการเก็บสัมภาระด้านท้ายรถอย่างลงตัว

 

รัฟโฟร์ มีเครื่องยนต์ให้เลือก 4 รุ่น เป็นเครื่องยนต์เบนซิน 2 รุ่น และดีเซล 2 รุ่น�มีให้เลือกทั้งระบบขับเคลื่อนล้อหน้า และระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ โดยรุ่นเครื่องยนต์เบนซิน เป็นแบบ 4 สูบ ขนาด 2.0 ลิตร 149 แรงม้า ระบบเกียร์อัตโนมัติ CVT ส่วนในตลาดสหรัฐอเมริกา มาพร้อมเครื่องยนต์ 4 สูบ ขนาด 2.5 ลิตร เกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะ ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ให้กำลังถึง 176 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 23.7 กก.-ม. ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะ แบบซีคเวนเชียล ให้อัตราเร่งที่ดีในรอบต่ำ และประหยัดเชื้อเพลิง การขับขี่ในโหมดสปอร์ท จะให้การตอบสนองพละกำลังเครื่องยนต์อย่างรวดเร็ว และในโหมด ECO ซึ่งช่วยในการประหยัดน้ำมัน โดยให้อัตราการสิ้นเปลืองในระดับที่น่าสนใจ คือ 12 กม./ลิตร การขับขี่ในเมืองทำได้ 9 กม./ลิตร ถือว่าเป็นตัวเลขที่ดีสำหรับรถประเภทนี้

 

ในยุโรปจะมีเครื่องยนต์ดีเซล ในรุ่นเครื่องยนต์ 4 สูบ 2.0 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 122 แรงม้า เกียร์ธรรมดา 6 จังหวะ สามารถทำอัตราความสิ้นเปลืองเฉลี่ยได้ที่ 24.91 กม./ลิตร และปล่อยไอเสียต่ำเพียง 127 กรัม/กม.

 

ตัวสุดท้ายเป็นเครื่องยนต์ดีเซล 4 สูบ 2.2 ลิตร ให้กำลังสูงสุด�148 แรงม้า มีให้เลือกทั้งระบบเกียร์ธรรมดา และเกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะ

 

ระบบขับเคลื่อนเหมือนกันทุกตลาด มีทั้งขับเคลื่อน 2 ล้อหน้า และขับเคลื่อน 4 ล้อ แบบ AWD ในโหมด AWD จะมีระบบ DYNAMIC TORQUE CONTROL ให้ใช้งาน แบ่งการทำงานเป็น 3 โหมด ใช้ระบบตรวจจับตามจุดต่างๆ ของรถ เพื่อปรับการตอบสนองของการขับเคลื่อนในขณะใช้งานโดยอัตโนมัติ

 

โหมดแรก คือ AUTO ระบบจะส่งกำลังไปที่เพลาหน้า และจะเปลี่ยนเป็นการใช้งานแบบ AWD ในยามที่จำเป็นเท่านั้น เพื่อช่วยให้เกิดความประหยัดสูงสุด และลดการสึกหรอสำหรับการใช้งานแบบปกติทั่วไป

 

สำหรับโหมด SPORT นั้น ระบบ AWD จะถูกเรียกใช้งานร่วมกับระบบ VSC มีเซนเซอร์จับอาการของพวงมาลัย และทิศทางของรถ เพื่อกระจายกำลังไปยังเพลาหน้า/หลัง ให้เหมาะสมที่สุดตามสถานการณ์ต่างๆ

 

และโหมด LOCK จะทำงานที่ความเร็วไม่เกิน 40 กม./ชม. ระบบจะเข้าสู่การทำงานแบบ FULL-TIME AWD ในขณะที่ต้องการกำลังในการผ่านอุปสรรคต่างๆ โดย 50 % ของแรงบิดจะถูกส่งไปยังล้อหลัง เพื่อให้ผู้ขับสามารถผ่านอุปสรรคอย่างหลุมทราย หรือโคลนไปได้ (แต่ต้องไม่โหดมากนัก) ทั้งนี้โหมด LOCK จะถูกเปลี่ยนเป็น AUTO ให้อัตโนมัติ เมื่อความเร็วของรถเกิน 40 กม./ชม. ขึ้นไป

 

โตโยตา รัฟโฟร์ รุ่นใหม่ น่าจะถูกใจผู้รักการใช้รถอเนกประสงค์ไม่น้อยทีเดียว จากการที่ได้พัฒนาในทุกส่วน ไม่ว่าจะเป็นรูปร่าง การตอบสนองการใช้งานได้หลากหลายยิ่งขึ้น เพิ่มความทันสมัย หรูหรา สะดวกสบาย พละกำลังจากเครื่องยนต์เบนซิน และดีเซล รวมถึงระบบขับเคลื่อนอันชาญฉลาด สามารถนำมาใช้งานได้ในชีวิตประจำวัน

 

คุณรู้หรือไม่ ?
ENTUNE เป็นระบบที่ โตโยตา พัฒนาขึ้นมาใช้ในรถรุ่นต่างๆ ประกอบด้วย จอแสดงผล ที่สามารถแสดงเพลง วิทยุ เนวิเกเตอร์ ระบบตรวจจับโทรศัพท์อัตโนมัติผ่านสัญญาณบลูทูธ สามารถเชื่อมต่ออินเทอร์เนท และให้บริการต่างๆ ได้ นอกจากนี้ ยังสามารถสั่งการด้วยเสียงได้ด้วย


------------------------------
เรื่องโดย : จูลีเอตตา
นิตยสาร 4WHEELS ฉบับเดือน ธันวาคม ปี 2556
คอลัมน์ : ผลทดสอบต่างแดน
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/1tIwQ

Follow autoinfo.co.th