บทความ

เมร์เซเดส-เบนซ์ เอส-คลาสส์ ใหม่ ขุนแผนไฮเทค แห่งศตวรรษที่21


เทคโนโลยีอัจฉริยะมากมายที่อัดแน่นอยู่ใน เมร์เซเดส-เบนซ์ เอส-คลาสส์ ซูเพอร์ซาลูนพันธุ์หรูตัวทอพนั้น ทำงานได้อย่างชาญฉลาดและรู้ใจผู้ขับขี่ ราวกับมี “กุมารทอง” มาช่วยควบคุมให้ จนอาจเผลอนึกไปว่า นี่เป็นม้าสีหมอกของขุนแผนยุคศตวรรษที่ 21 สิ่งที่ทำให้ เมร์เซเดส-เบนซ์ คันหรูนี้ราวกับมีกุมารทองมาช่วยขับ คือ กล้องและเซนเซอร์ที่ติดตั้งอยู่ในส่วนต่างๆ หรือจะเรียกเล่นๆ ว่า “สายตาของกุมารทอง” ก็ไม่ผิดนัก

 

หัวใจของระบบความปลอดภัยในการขับขี่ที่ เมร์เซเดส-เบนซ์ เรียกว่า “INTELLIGENT DRIVE” หรือ ระบบการขับแบบอัจฉริยะของรถคันนี้อยู่ที่ “การมองเห็น” ด้วยการใช้กล้องแบบ “สเตริโอ คาเมรา” (STEREO CAMERA) ซึ่งไม่ได้เกี่ยวข้องกับเครื่องเสียงแต่ประการใด คำว่า “สเตริโอ” หมายถึง การใช้กล้อง 2 ตัว ติดตั้งอยู่ห่างกันเล็กน้อย โดยอยู่บริเวณขอบด้านบนของกระจกบังลมหน้า ข้อมูลภาพที่ได้จากกล้องทั้ง 2 ตัว จะถูกนำมาประมวลผล ทำให้ได้ภาพที่มีมิติตื้นลึกแบบ 3 มิติ หากจะนึกหาสิ่งเปรียบเทียบง่ายๆ ก็เหมือน “ตา” ของเรานั่นเอง

 

การที่คนเรามี 2 ตา อยู่ห่างกันราว 7 ซม. เพียงพอที่จะทำให้เห็นภาพเป็น 3 มิติ สามารถรู้ว่าวัตถุใดอยู่ใกล้หรือไกลได้อย่างสบาย และเมื่อทำงานร่วมกันกับ “เรดาร์” ซึ่งทำงานตรวจจับวัตถุในระยะไกล และระบบอุลทราโซนิคที่คอยตรวจจับวัตถุในระยะใกล้ รวมไปถึงข้อมูลที่ได้จากกล้องอินฟราเรด ซึ่งจะทำงานในสภาพอากาศปิดทึบ ช่วยให้สามารถมองเห็นได้แม้ตาเปล่าจะมองไม่เห็น โดยข้อมูลทั้งหมดจะถูกนำไปประมวลผลและไปยังส่วนต่างๆ ดังนี้

 

1. ช่วงล่างปรับตัวตามสภาพถนนด้วยการใช้ข้อมูลภาพ 3 มิติ จากกล้องสเตริโอที่สามารถเก็บข้อมูลรูปแบบของถนนเบื้องหน้าได้ไกลถึง 15 ม. ที่ความเร็วสูงถึง 130 กม./ชม. โดยระบบรองรับแบบ “ถุงลม” จะปรับตัวให้สัมพันธ์กับถนนเบื้องหน้าอย่างต่อเนื่อง และเป็นอิสระต่อกันในทุกล้อ จึงเชื่อมั่นได้ว่าการทรงตัวและความนุ่มนวลระดับ “เฟิร์สคลาสส์” จะอยู่กับรถคันนี้ตลอดไปในทุกสภาพถนน แม้จะเจอกับถนนลูกระนาดก็ยังวิ่งได้ราบเรียบเหมือนถนนเรียบๆ ราวกับใช้เวทย์มนต์ ซึ่ง เมร์เซเดส-เบนซ์ เรียกระบบนี้ว่า เมจิคบอดีคอนทโรล “MAGIC BODY CONTROL” โดยระบบนี้ติดตั้งเฉพาะในรุ่นที่ใช้ขุมพลังแบบ 8 สูบเท่านั้น งานนี้ขุนแผนรุ่นเล็กหมดสิทธิ์เพราะกุมารทองมีอิทธิฤทธิ์ไม่พอ

2. ระบบรักษาเลน เมร์เซเดส-เบนซ์ เรียกระบบนี้ว่า แอคทีฟไลน์คีพิงแอสสิสต์ “ACTIVE LANE KEEPING ASSIST” ทำงานร่วมกับระบบ ดิสทรอนิคพลัส (DISTRONIC PLUS) ซึ่งจะช่วยให้ผู้ขับขี่รักษาระยะปลอดภัยจากรถคันหน้าได้อย่างเหมาะสม โดยจะทำงานได้ถึงระดับความเร็ว 200 กม./ชม. (ถ้าเร็วกว่านี้ก็ตัวใครตัวมันเพราะกุมารทองกระโดดลงจากรถไปแล้ว) ระบบ “รักษาเลน” จะตรวจจับการจราจรรอบตัว หากมีรถพุ่งเข้ามาในเลนที่เราต้องการจะเปลี่ยนทิศทาง ระบบจะสั่งงานให้ล้อด้านตรงข้ามเบรคอัตโนมัติ เพื่อดึงรถให้กลับเข้ามาในเลนเดิมอย่างปลอดภัย

3. ระบบช่วยเบรคก่อนถึงทางแยก อาศัยการทำงานร่วมกันของเรดาร์กับกล้องสเตริโอ สามารถบอกได้ว่าด้านหน้าของเราเป็นทางแยก จากการสแกนภาพการจราจรด้านหน้า และสัญลักษณ์จราจรต่างๆ โดยระบบจะส่งเสียงเตือน และจะช่วย “เพิ่ม” แรงเบรคโดยอัตโนมัติ ระบบนี้ทำงานในช่วงความเร็วไม่เกิน 72 กม./ชม. (เช่นกัน ถ้าเร็วกว่านี้ก็ตัวใครตัวมัน)

4. กุมารคุ้มภัย ระบบนี้ เมร์เซเดส-เบนซ์ เรียกว่า พรี-เซฟ พลัส (PRE-SAFE PLUS) แบ่งเป็น 2 ส่วน ได้แก่ ด้านหน้ากับด้านหลัง ในส่วนของด้านหน้าเราคงจะคุ้นเคยกันอยู่บ้างกับระบบเบรคด้วยตนเอง หรือ “AUTONOMOUS BRAKING” ซึ่งอีกไม่นานประเทศในกลุ่มยุโรปจะบังคับให้รถใหม่ทุกคันต้องติดตั้งระบบนี้ ส่วนคนเดินเท้าที่อาจจะป้ำๆ เป๋อๆ กระโดดลงมาบนถนน ถ้ากล้องสเตริโอ ตรวจพบระบบจะสั่งงานให้รถเบรคอัตโนมัติ โดยผู้ขับขี่ไม่ต้องเบรคด้วยตัวเอง รวมถึงกะพริบไฟสูงอัตโนมัติเพื่อเตือนอีกด้วย ระบบนี้จะทำงานที่ความเร็วไม่เกิน 72 กม./ชม. อีกระบบจะตรวจสอบการจราจรด้านหน้า หากพบว่าอาจจะชนท้ายรถคันหน้าก็จะเตือนให้ผู้ขับขี่ทราบ โดยการใช้ทั้งภาพและเสียงเตือน เพื่อให้หยุดรถทันท่วงที พร้อมเพิ่มแรงเบรคโดยอัตโนมัติเพื่อป้องกันการชน ระบบนี้ทำงานตั้งแต่ความเร็ว 30-250 กม./ชม.

ส่วนระบบช่วยระวังด้านหลัง ทำงานโดยอาศัยข้อมูลจากเรดาร์ด้านท้ายรถ หากพบว่ามีรถด้านหลังพุ่งเข้ามาหาอย่างรวดเร็วระบบจะเริ่ม “เตือน” รถคันหลัง ด้วยการ กะพริบไฟท้ายแอลอีดีอย่างรวดเร็ว ด้วยความสว่างเต็มกำลังชนิดที่ว่าส่องทะลุม่านตาแม้ขณะหลับยังต้องสะดุ้งตื่น แต่ถ้ารถของเราจอดอยู่กับที่แล้วระบบคาดคะเนว่าต้องโดนชนท้ายแน่ๆ มันก็จะสั่งงานให้เบรคทั้ง 4 ล้อ ทำงานเต็มกำลัง เพื่อลดอันตรายจากการที่รถอาจกระเด็นไปกระแทกสิ่งกีดขวางหรือรถคันอื่น รวมถึงเข็มขัดนิรภัยจะรัดแน่นอัตโนมัติ เพื่อรองรับการกระแทกจากด้านท้าย

5. กุมารทองเบิกทาง ระดับขุนแผนแล้วการจะขับรถเปิดไฟตะคุ่มๆ ฝ่าความมืดก็ดูกระไรอยู่ ดังนั้นรถคันนี้จึงติดตั้งไฟหน้าแบบแอลอีดี 56 ดวง ที่พร้อมจะสลายความมืดมิดให้สุกใสสว่างราวกับกลางวัน และที่สำคัญ คือ ใช้ “ไฟสูง” ได้ตลอดเวลาเสียด้วย เพราะไฟส่องสว่างหน้าทำงานร่วมกับกล้องสเตริโอ ทำให้สามารถจับภาพของรถที่วิ่งอยู่ด้านหน้า หรือรถที่วิ่งสวนมา โดยจะปรับมุมกระจายแสงอัตโนมัติไม่ให้แยงตาเพื่อนร่วมทาง แต่ยังคงสภาพของไฟสูงไว้อย่างต่อเนื่อง (ไม่เหมือนรถนิสัยแย่บางจำพวก ที่ไม่แคร์ความรู้สึกคนอื่นเอาเสียเลย)

6. กุมารช่วยจอด ไม่ได้บอกว่าขุนแผนจะเอาม้าสีหมอกเข้าซองจอดไม่เป็น แต่รถคันใหญ่ๆ แบบนี้ เผอเรอเป็นไม่ได้ จะต้องได้แผลให้ช้ำใจ ดังนั้นจึงนำเสนอระบบจอดอัตโนมัติ ที่จอดเข้าซองได้ทั้งแบบขนานและแบบถอยเข้าซอง ถ้าลูกใครแอบเอาคันนี้ไปสอบใบขับขี่ละก็กรรมการอย่าให้ผ่านเชียว เพราะเจ้าเล่ห์เหลือเกิน

7. กุมารรักษากฎจราจร นอกจากกล้องสเตริโอจะช่วยดูทางแล้ว ยังรู้จักป้ายสัญญาณจราจรอีกด้วย และเมื่อทำงานร่วมกับระบบนำทางผ่านดาวเทียมก็จะช่วยให้การคาดเดาเส้นทางด้านหน้าได้ดีขึ้น อาทิ รู้ล่วงหน้าว่าทางด้านหน้าเป็นโค้งหักศอก เป็นเขตควบคุมความเร็ว หรือเป็นจุดห้ามแซง เป็นต้น แต่ดูเหมือนว่าจะใช้ระบบ “กุมารทอง” แบบนี้ในบ้านเราได้ยาก เพราะป้ายบอกทางมั่วเหลือเกิน (ฮา)

 

นอกเหนือจากระบบอัจฉริยะที่ทำงานบนพื้นฐานของกล้องและเรดาร์แล้ว เมร์เซเดส-เบนซ์ เอส-คลาสส์ ดับเบิลยู 222 (W222) ยังมาพร้อมนวัตกรรมอีกหลายชนิด อาทิ

1. รถคันแรกที่ไม่มีการใช้หลอดไส้เลยแม้แต่หลอดเดียว และเป็นการ “อำลา” ยุคของ “เอดิสัน” อย่างแท้จริง เพราะระบบแสงสว่างทั้งหมดภายในรถคันนี้เป็นหลอดแอลอีดี กว่า 300 ดวง หมดยุคแสงสีเหลืองกันเสียที

2. หมดห่วงเรื่องลมปะทะด้านข้าง สำหรับท่านที่เคยขับรถบนทางด่วนบูรพาวิถี น่าจะคุ้นชินกับอาการลมปะทะด้านข้างกันอยู่บ้าง แต่นั่นแค่เบาะๆ เพราะเราใช้ความเร็วแค่ 100 กว่าๆ แต่ถ้าเป็นในประเทศเยอรมนี ขุนแผนแต่ละท่านควบกันมากกว่า 200 กม./ชม. ลมปะทะด้านข้างก็จะรุนแรงตามไปด้วย จนบางครั้งตัวรถเกิดอาการ “เป๋” และเพื่อแก้อาการนี้ เมร์เซเดส-เบนซ์ เอส-คลาสส์ ดับเบิลยู 222 รุ่นที่ใช้ระบบรองรับแบบถุงลมจะปรับความแข็งของแต่ละด้านอัตโนมัติเพื่อแก้อาการ ส่วนรุ่นที่ใช้ระบบรองรับแบบปกติจะใช้ระบบเบรคอัจฉริยะเบรคต้านในด้านที่ไม่มีลมปะทะ ซึ่งช่วยแก้อาการได้เช่นเดียวกัน

3. ระบบปรับแสงไฟเบรคอัตโนมัติ ระบบนี้น่าจะมีติดอยู่กับรถทุกคันบนท้องถนน นั่นคือ ความสว่างของไฟเบรค ควรจะสว่างให้เหมาะกับกาละและเทศะ กล่าวคือ หากจอดติดไฟแดงไฟเบรคก็ไม่ต้องสว่างมาก แต่หากเบรคฉุกเฉิน ระบบก็จะเพิ่มความสว่างมากที่สุด นับว่า เมร์เซเดส-เบนซ์ เข้าใจหัวอกคนที่จอดต่อท้ายรถคันนี้จริงๆ

4. สำหรับรถระดับหรูหรา หากไม่กล่าวถึงระบบเพื่อความสะดวกสบายก็คงกระไรอยู่ ซึ่งรถคันนี้มีอยู่เพียบ ไม่ว่าจะเป็น เบาะนวประคบร้อน พร้อมพโรแกรมนวด 6 รูปแบบ (ขุนแผนขี้เมื่อยทั้งหลาย คงจะหาข้ออ้างไปสปาได้น้อยลง) ระบบน้ำหอมอัตโนมัติ ทำให้ภายในรถมีกลิ่นพึงประสงค์ตลอดเวลา เมร์เซเดส-เบนซ์ เรียกระบบนี้ว่า “AIR BALANCE” และคุยว่าระบบนี้จะไม่เปลี่ยนกลิ่นหนังแท้หอมๆ ให้กลายเป็นกลิ่นมาดามหอมชื่นใจไปตลอดกาลอย่างแน่นอน เรียกว่า อยากหอมก็เปิด ไม่อยากได้กลิ่นก็ปิด รวมถึงกลิ่นจะไม่ติดเสื้อผ้าอีกด้วย โดยในรุ่นทอพ ที่เรียกอย่างโก้เก๋ว่า “BOSS” ติดตั้งระบบนี้ไว้บริเวณที่นั่งด้านหลังแบบซูเพอร์ วีไอพี เพื่อการพักผ่อน

5. หน้าปัดทั้งหมดเป็นจอภาพความละเอียดสูงล้วนๆ โดยมีการติดตั้ง จอภาพขนาด 12.3 นิ้ว ถึง 2 จอ ที่ด้านหน้า สมกับเป็นยุค ไอแพด อย่างแท้จริง เดี๋ยวนี้ไม่มีใครกังขาในความสามารถของจอแอลอีดีอีกต่อไปว่าจะทนทานแค่ไหน พร้อมกล่าวอำลายุคกลไกแอนาลอกผสมดิจิทอลเสียที (แต่อย่างไรก็ตาม ยังแสดงภาพกราฟิคของมาตรวัดเป็นแบบเข็มอยู่ดี เพราะดูง่ายและชัดเจนที่สุดอย่างไม่มีใครเถียง)

ไม่เกินเลยแม้แต่น้อยที่จะบอกว่า นี่คือ สุดยอดยนตรกรรมที่เป็นพื้นฐานการพัฒนาให้รถคันอื่นต้องเดินตาม ในแง่ของความปลอดภัย และความสะดวกสบาย ส่วนที่ว่าระบบความปลอดภัยมากมายนั้น ขณะใช้งานจะน่ารำคาญเหมือนมีครูสอนขับรถยนต์มานั่งประกบอยู่ข้างๆ หรือไม่ คงต้องลองกันจริงๆ จังๆ อีกที



------------------------------
เรื่องโดย : ภัทรกิติ์ โกมลกิติ
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน พฤศจิกายน ปี 2556
คอลัมน์ : รู้ลึกเรื่องรถ
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/pIFQH

บทความที่เกี่ยวข้อง

ก้าวต่อไปของพลังแห่งการ “หยุด”
ทีเด็ดของ เอาดี เอ 8 ใหม่
ฮอนดา เอนเอสเอกซ์ 2017 ซูเพอร์คาร์แห่งอนาคต
ขุมพลังใหม่จากแดนมังกร
อัพเดทล่าสุด
21 Nov 2017

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
21,900,000
2.
11,530,000
3.
14,900,000
4.
3,699,000
5.
2,930,000
6.
679,000
7.
1,290,000
8.
21,890,000
9.
3,090,000
10.
75,000,000
12.
1,545,000
13.
1,465,000
14.
2,390,000
15.
489,000
16.
1,199,000
18.
2,490,000
19.
479,000
20.
939,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th