บทความ

ฟินบาร์ร์ โอคอนเนอร์


“ฟอร์มูลา” สัมภาษณ์ ฟินบาร์ร์ โอคอนเนอร์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท กู๊ดเยียร์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ผู้กุมบังเหียนคนใหม่ ที่จะนำ กูดเยียร์ ไปสู่จุดหมาย ซึ่งอยู่ที่ความพึงพอใจสูงสุดของลูกค้า

 

ฟอร์มูลา : ประวัติการทำงานที่ผ่านมา ?

โอคอนเนอร์ : ผมทำงานอยู่ในอุตสาหกรรมยานยนต์มากว่า 30 ปี ซึ่งที่ผ่านมามีความรู้ความเข้าใจในอุตสาหกรรมยานยนต์ ผู้แทนจำหน่าย และลูกค้าเป็นอย่างดี โดยก่อนที่จะมาเริ่มงานที่ กูดเยียร์ ทำงานกับ ฟอร์ด มอเตอร์ และ มาซดา มอเตอร์ คอร์พอเรชัน ดูแลการดำเนินงานในประเทศต่างๆ คือ ออสเตรเลีย ญี่ปุ่น ไทย และจีน

 

สำหรับ กูดเยียร์ เริ่มร่วมงานตั้งแต่เดือนมีนาคม 2554 ในตำแหน่งผู้อำนวยการ กลุ่มธุรกิจยางรถยนต์นั่ง และผู้อำนวยการขาย กลุ่มยางติดรถยนต์ โออี ภูมิภาคอาเซียน และในเดือนเมษายน 2556 รับตำแหน่ง กรรมการผู้จัดการ บริษัท กู๊ดเยียร์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)

 

ฟอร์มูลา : รู้สึกอย่างไรกับการทำงานที่ กูดเยียร์ ?

โอคอนเนอร์ : กูดเยียร์ กับ ฟอร์ด เป็นบริษัทอเมริกันเหมือนกัน การทำงานมีหลายอย่างที่เหมือนและแตกต่างกัน แต่สิ่งที่ได้ตระหนักถึงคือ เทคโนโลยีของยางนั้นเป็นเทคโนโลยีระดับสูง เหมือนกับการคิดค้นและพัฒนาเครื่องยนต์ หรือส่วนประกอบต่างๆ ในรถยนต์ ซึ่งยางถือเป็นส่วนประกอบสำคัญที่มีการคิดค้นและพัฒนา รวมถึงการใช้เทคโนโลยีต่างๆ นำมาประกอบ เพื่อให้ได้สินค้าที่ดีที่สุดเช่นกัน

 

ฟอร์มูลา : วางนโยบายและทิศทางของ กูดเยียร์ ไว้อย่างไร ?

โอคอนเนอร์ : นโยบายที่วางไว้ จะแบ่งออกเป็น 3 ประการคือ 1. ให้ความสำคัญกับบุคลากร เนื่องจากมองว่าพนักงานจะต้องทำงานร่วมกัน เหมือนเป็นครอบครัวเดียวกัน เป็นทีมเดียวกัน เพื่อบรรลุเป้าหมายเดียวกัน 2. ในระยะยาวจะต้องสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับตัวแทนจำหน่าย เพราะตัวแทนจำหน่ายถือว่าเป็นหัวใจสำคัญในการดำเนินธุรกิจ ซึ่งจะต้องสร้างผลกำไรที่ดี และมีความผูกพันกับ กูดเยียร์ เพื่อความร่วมมือที่ดีต่อกัน และ 3. ผู้บริโภค บริษัท ฯ จะต้องสร้างการรับรู้แก่ผู้บริโภคในเรื่องของผลิตภัณฑ์และคุณสมบัติ และเทคโนโลยีต่างๆ ที่มีมาตรฐานระดับโลกของ กูดเยียร์

 

ฟอร์มูลา : ได้ปรับเปลี่ยนโครงสร้างการบริหารงานใหม่ หรือไม่ ?

โอคอนเนอร์ : กูดเยียร์ เปิดดำเนินธุรกิจมาเป็นเวลานานกว่า 45 ปี ซึ่งพนักงานส่วนใหญ่ทำงานกันมานาน ถือว่าเติบโตไปพร้อมกัน แต่สิ่งสำคัญคือการเข้ามาบริหารงาน ที่เน้นให้บุคลากรเข้าใจธุรกิจของบริษัท ฯ ที่ดำเนินงานอยู่ ซึ่งที่ผ่านมาได้มีการพูดคุยกับพนักงานในทุกเดือน
ทั้งนี้สิ่งที่มองว่าขาดหายไปในองค์กร คือ ความสัมพันธ์ที่ดีของพนักงาน ดังนั้นจึงได้เน้นส่งเสริมการให้พนักงานเล่นกีฬา เพื่อสร้างความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน โดยปัจจุบันได้ลงทุนพัฒนาลานกีฬาประเภทต่างๆ ในโรงงานเพิ่มขึ้น

 

ฟอร์มูลา : การเข้าถึงดีเลอร์ทำอย่างไร ?

โอคอนเนอร์ : สิ่งแรกที่ให้ความสำคัญมากที่สุดคือ การสร้างความสัมพันธ์ที่ดี และต้องทราบถึงความต้องการของดีเลอร์ โดยตั้งแต่เข้ามารับตำแหน่ง ได้จัดประชุมดีเลอร์ รวมถึงได้เข้าไปเยี่ยมดีเลอร์เป็นประจำ

 

ฟอร์มูลา : การเยี่ยมดีเลอร์ได้รับผลอย่างไร ?

โอคอนเนอร์ : การเยี่ยมดีเลอร์ทำให้ทราบสิ่งที่ดีเลอร์คาดหวังจากบริษัท ฯ คือ ความจริงใจในการสนับสนุนธุรกิจ การดูแลว่าธุรกิจจะดำเนินอย่างไร เพื่อให้เติบโต รวมถึงสร้างผลกำไรที่คุ้มค่ากับการลงทุน
ฟอร์มูลา : ช่องทางการจำหน่ายมีการพัฒนาเปลี่ยนไปอย่างไร ?
โอคอนเนอร์ : ปัจจุบันธุรกิจยางรถยนต์มีการแข่งขันที่รุนแรง รวมถึงมีคู่แข่งเพิ่มมากขึ้น ซึ่งที่ผ่านมา บริษัท ฯ ได้มีการพัฒนารูปแบบช่องทางการจัดจำหน่ายอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2552 ได้พัฒนาช่องทางการจำหน่ายใหม่ กูดเยียร์ ออโทแคร์ ที่ได้ปรับปรุงรูปแบบให้สามารถแข่งขันได้กับคู่แข่งในตลาด โดยจะจำหน่ายเฉพาะยาง กูดเยียร์ เท่านั้น

 

นอกจากนี้ยังมีรูปแบบการจำหน่ายที่เป็นร้านค้ายางทั่วไป ที่สามารถจำหน่ายได้หลายยี่ห้อ ซึ่งเป็นการจำหน่ายแบบค้าปลีกและค้าส่ง มีจำหน่ายอยู่ทั่วประเทศ โดยร้านค้าทั้งสอง 2 ประเภท มีความต้องการที่แตกต่างกันกูดเยียร์ ออโท แคร์ หรือบแรนด์ของ กูดเยียร์ จะเน้นเรื่องการฝึกอบรม เรื่องเทคนิค การทำธุรกิจ เช่น การตกแต่งร้านค้า

 

แต่สำหรับช่องทางการจำหน่ายที่ขายหลายบแรนด์ จะต้องการเรื่องของความหลากหลายของสินค้าและราคาที่แข่งขันได้ โดยไม่ได้เน้นที่เรื่องการตกแต่งร้าน หรือการฝึกอบรมมากนัก

 

ดังนั้นบริษัท ฯ จึงมุ่งเน้นเรื่องการขยาย กูดเยียร์ ออโท แคร์ ซึ่งถือเป็นกลยุทธ์สำคัญอย่างมากในการรุกตลาดระยะยาว ที่จะทำให้บริษัท ฯ ประสบความสำเร็จ เนื่องจาก กูดเยียร์ ออโท แคร์ จะเป็นร้านค้าที่มีการบริการครบวงจร และมียาง กูดเยียร์ จำหน่ายครบทุกรุ่น มีช่างที่มีความเชี่ยวชาญ

 

ฟอร์มูลา : ช่องทางจำหน่ายของ กูดเยียร์ มีกี่รูปแบบ ?

โอคอนเนอร์ : มี 3 รูปแบบ คือ กูดเยียร์ ออโท แคร์/กูดเยียร์ อีเกิลสโตร์ และกูดเยียร์ เซอร์วิศ เซนเตอร์ โดยทุกรูปแบบจะขึ้นต้นด้วย ตราสินค้า กูดเยียร์ ซึ่งดีเลอร์สามารถเลือกรูปแบบได้ว่าจะดำเนินธุรกิจรูปแบบใด ขึ้นอยู่กับความต้องการของดีเลอร์ เนื่องจากแต่ละรูปแบบจะมีการบริการที่แตกต่างกัน โดย กูดเยียร์ ออโท แคร์ จะมีรูปแบบการให้บริการที่ครบวงจร ไม่ว่าจะเป็น ล้อแมก ยาง ช่วงล่าง ขณะที่ กูดเยียร์ อีเกิลสโตร์ จะเน้นหนักเรื่องยาง และ กูดเยียร์ เซอร์วิศ เซนเตอร์ จะให้บริการเกี่ยวกับยางและรถยนต์ ปัจจุบัน กูดเยียร์ เซอร์วิศ เซนเตอร์ จะไม่ขยายเพิ่มแล้ว

 

ฟอร์มูลา : แต่ละรูปแบบ มีกี่สาขา ?

โอคอนเนอร์ : รูปแบบช่องทางการจำหน่ายของ กูดเยียร์ ทั้ง 3 รูปแบบ มีอยู่ 45 สาขา แบ่งเป็น กูดเยียร์ ออโท แคร์ 30 แห่ง กูดเยียร์ อีเกิล สโตร์ 8 แห่ง และกูดเยียร์ เซอร์วิศ เซนเตอร์ 7 แห่ง

 

ส่วนแผนการขยายจะเน้นที่ กูดเยียร์ ออโท แคร์ โดยภายในสิ้นปีนี้ จะขยายเพิ่มอีก 8 แห่ง และในปีต่อไปจะขยายอย่างต่อเนื่อง ซึ่งการลงทุนของแต่ละสาขาขึ้นอยู่กับสถานที่ พื้นที่ โดยจะมีการลงทุนมากน้อยไม่เท่ากัน

 

การสนับสนุนดีเลอร์เปิด กูดเยียร์ ออโท แคร์ นั้น ขึ้นอยู่กับความสมัครใจของดีเลอร์ นอกจากนี้ต้องพิจารณาถึงรายได้หลัก ที่จะคุ้มค่ากับการลงทุนมากน้อยเพียงใด การแข่งขันในพื้นที่มีมากน้อยเพียงใด การลงทุนจะทำให้เพิ่มส่วนแบ่งการตลาดมากน้อยเพียงใด ต้องดูประสบการณ์ของดีเลอร์ ที่มีความเข้าใจในการทำธุรกิจ เทคโนโลยี ไฟแนนศ์ ความตั้งใจที่จะเติบโตในอนาคต

 

ฟอร์มูลา : ปัจจุบันมีร้านตัวแทนจำหน่ายเท่าไร ?

โอคอนเนอร์ : กูดเยียร์ มีดีเลอร์ทั้งหมด 288 ราย ซึ่งบริษัท ฯ มีแผนที่จะขยายเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน ถึงแม้ว่าการขยาย กูดเยียร์ ออโท แคร์ จะเป็นตัวหลักสำคัญในการสร้างบแรนด์ แต่อย่างไรก็ตาม การขยายในส่วนของตัวแทนจำหน่ายยังคงต้องมีอย่างต่อเนื่อง เพราะยอดขายของบริษัท ฯ ที่เติบโตเพิ่มขึ้นนั้น เกิดขึ้นจากทั้ง 2 ส่วน

 

ฟอร์มูลา : มองว่าการแข่งขันของธุรกิจยางรถยนต์ในเมืองไทย เป็นอย่างไร ?

โอคอนเนอร์ : จากประสบการณ์ที่ผ่านมา ในธุรกิจยานยนต์และธุรกิจยางรถยนต์กว่า 25 ปี ธุรกิจยางมีการแข่งขันมากกว่าธุรกิจรถยนต์ โดยเฉพาะในเอเชีย ประเทศไทยเป็นหนึ่งในตลาดที่มีการแข่งขันที่รุนแรงมาก โดยเกิดขึ้นจากหลายปัจจัยคือ จำนวนรถยนต์ที่มีอยู่ ปริมาณเพิ่มขึ้นทุกปี เป็นสาเหตุของการดึงดูดให้มีผู้ผลิตยางรถยนต์เข้ามาลงทุนเพิ่มขึ้น ซึ่งขณะนี้ผู้นำยางรถยนต์อันดับ 1 ถึง 10 ในโลก มี 9 บแรนด์ที่มาลงทุน จุดนี้ทำให้มีการแข่งขันเพิ่มขึ้นในทุกปี

 

นอกจากนี้การเปิดการค้าเสรีอาเซียน จะทำให้ไม่มีภาษีการนำเข้าสินค้า ในส่วนนี้จะทำให้มียางรถยนต์รายใหม่เข้ามาในตลาดเพิ่มขึ้นอีกอย่างแน่นอน โดยรูปแบบการแข่งขันจะเน้นที่การนำเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่จะส่งเสริมเรื่องความปลอดภัยสูงสุดมาใช้ รวมถึงการนำเสนอยางรุ่นใหม่ออกสู่ตลาด

 

ฟอร์มูลา : มีแผนลงทุนเพิ่มหรือไม่ ?

โอคอนเนอร์ : ที่ผ่านมาในปี 2554 ได้ลงทุนติดตั้งเครื่องจักรใหม่ ซึ่งทำให้บริษัท ฯ มีความสามารถในการผลิตแบบก้าวกระโดดไปอีกขั้นหนึ่ง รวมถึงผลิตยางรุ่นใหม่ออกสู่ตลาด นอกจากนี้ยังสามารถผลิตยางที่สามารถส่งให้กับบริษัทผู้ผลิตรถยนต์อีกด้วย

 

การผลิตของ กูดเยียร์ ประเทศไทย จะแบ่งตลาดออกเป็น ตลาดในประเทศ ซึ่งจะแบ่งเป็นตลาดทดแทน และตลาดโออีเอม ตลาดต่างประเทศ นอกจากนี้ยังผลิตยางเครื่องบิน และหล่อดอกยางเครื่องบินด้วย การลงทุนเพิ่มนั้นจะคำนึงถึงศักยภาพของตลาด ว่าส่วนไหนมีการเติบโต ก็จะลงทุนในส่วนนั้น

 

ฟอร์มูลา : ยอดขายในปี 2555 และ 2556 เป็นอย่างไร ?

โอคอนเนอร์ : หากเทียบผลประกอบการในไตรมาสแรกของปี 2555 กับ ปี 2554 ลดลงประมาณ 14.8 % เนื่องจากช่วงต้นปี บริษัท ฯ ปรับปรุงเรื่องโรงงาน เนื่องจากปลายปี 2554 ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม แต่ในปี 2556 มียอดขายเติบโตเพิ่มขึ้น ทั้งนี้เป็นผลสืบเนื่องจากการแนะนำสินค้ารุ่นใหม่ออกสู่ตลาด ซึ่งในครึ่งปีแรกของปีนี้ มียอดขายเพิ่มขึ้น 390 ล้านบาท เมื่อเทียบกับครึ่งปีแรกของปีที่แล้ว ทั้งนี้ในปี 2555 มียอดขายรวม 3,480 ล้านบาท

 

ฟอร์มูลา : เป้าหมายของ กูดเยียร์ คืออะไร ?

โอคอนเนอร์ : ในปี 2556 บริษัท ฯ ไม่ได้วางเป้าหมายการเป็นอันดับ 1 แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือ ทำอย่างไรลูกค้าจะมีความพึงพอใจสูงสุด นั่นหมายถึงจะต้องมีสินค้าครอบคลุมทุกความต้องการ จัดส่งสินค้าได้ดีและรวดเร็ว ง่ายในการทำธุรกิจ และมีความรู้สึกเป็นครอบครัวเดียวกัน และดำเนินธุรกิจต่อเนื่องไปในระยะยาว ส่วนผู้บริโภคสิ่งที่ต้องทำคือ ทำอย่างไรให้ยางมีความปลอดภัยสูงสุด ทำให้ผู้บริโภคมีความมั่นใจในการใช้งาน และมีความพึงพอใจสูงสุด รวมถึงมีสินค้าที่หลากหลายรุ่นให้เลือก ในราคาที่เหมาะสม อยากให้ผู้บริโภครู้สึกว่า ซื้อยาง กูดเยียร์ แล้วมีความปลอดภัยสูงสุด

 

สำหรับในระยะยาว ต้องการเติบโตอย่างต่อเนื่องไปพร้อมกับตลาด โดยจะทำงานร่วมกับตัวแทนจำหน่ายอย่างใกล้ชิด เพื่อให้ตัวแทนจำหน่ายพึงพอใจการให้บริการของ กูดเยียร์ และปรับปรุงให้ทุกคนมีความเต็มใจในการให้บริการกับตัวแทนจำหน่าย

 

ฟอร์มูลา : วางเป้าหมายการทำงานไว้อย่างไร ?

โอคอนเนอร์ : ที่ผ่านมาจากประสบการณ์ที่สร้างความสัมพันธ์ที่ดี จนประสบความสำเร็จ ทำให้บริษัท ฯ เติบโตขึ้น ดังนั้นเป้าหมายการทำงานที่ กูดเยียร์ ครั้งนี้ต้องการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีให้แน่นแฟ้น ระหว่างพนักงาน กูดเยียร์ และตัวแทนจำหน่าย และสร้างความสำเร็จให้แก่ตัวแทนจำหน่าย เพราะหากไม่มีตัวแทนจำหน่าย กูดเยียร์ ก็ไม่สามารถเติบโตได้



------------------------------
เรื่องโดย : นุสรา เงินเจริญ
ภาพโดย : จินดา ลัยนันท์
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน ตุลาคม ปี 2556
คอลัมน์ : สัมภาษณ์พิเศษ
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/Cdv5n
อัพเดทล่าสุด
8 Oct 2018

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
2.
2,090,000
3.
2,229,000
4.
779,000
5.
3,590,000
7.
1,316,000
8.
1,749,000
9.
1,699,000
11.
3,299,000
12.
5,399,000
13.
6,799,000
14.
3,249,000
15.
4,980,000
16.
53,500,000
18.
3,600,000
19.
13,500,000
20.
6,799,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th