บทความ

มิเชอแลง ไพลอท เอกซ์พีเรียนศ์


มิเชอแลง ไพลอท เอกซ์พีเรียนศ์ (MICHELIN PILOT EXPERIENCE) กิจกรรมที่เปิดโอกาสให้บรรดาสื่อมวลชน รวมถึงผู้โชคดีจากทางบ้านประเทศในทวีปเอเชีย ได้สัมผัสประสบการณ์แบบสปอร์ทสุดขั้ว โดยปีนี้จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 8 สนามแข่งขันรถระดับโลก ณ เซปัง อินเตอร์เนชันแนล เซอร์กิท (SEPANG INTERNATIONAL CIRCUIT) ประเทศมาเลเซีย กับระยะทางต่อรอบถึง 5.5 กม. ประกอบไปด้วย 15 โค้ง และ 8 ทางตรง เพื่อรองรับการขับขี่ที่ความเร็วสูง และท้าทายทักษะการขับขี่ขณะเข้าโค้ง

 

ด่านแรกที่รอต้อนรับเราอยู่ คือ รถแข่งล้อเปิด ฟอร์มูลา มิเชอแลง (FORMULA MICHELIN) ซึ่งมีสเปคพื้นฐานเหมือนกับรถแข่งรายการ ฟอร์มูลา 3 (FORMULA 3) เครื่องยนต์เบนซิน 2.0 ลิตร 196 แรงม้า อัตราเร่งราวกับรถซูเพอร์คาร์ อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 3.5 วินาที น้ำหนักเบาเพียง 480 กก. พร้อมกับยางตัวแข่งแบบไร้ดอกยาง (SLICK) ของ มิเชอแลง ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะ แบบซีคเวนเชียล ช่วงสตาร์ทเครื่องยนต์ และออกตัวด้วยเกียร์ 1 ยังต้องเหยียบคลัทช์ด้วย แต่ขณะเปลี่ยนจังหวะเกียร์สามารถโยกที่คันเกียร์ได้เลย (ดึงเข้าหาตัวเป็นการเพิ่มจังหวะเกียร์ และผลักออกเป็นการลดจังหวะเกียร์)

 

เมื่อรถทะยานเข้าสู่สนามแข่ง เรารู้สึกตื่นเต้นกับความรู้สึกที่คล้ายคลึงกับการแข่งรถขนานแท้ เสียงเครื่องยนต์ที่กระหึ่ม ตำแหน่งการนั่งที่แนบชิด เกือบติดพื้นถนน แน่นอนว่าแรง จี ขณะเข้าโค้งที่รุนแรงเป็นสิ่งที่เพิ่มความเร้าใจให้กับการขับขี่ ฟอร์มูลา มิเชอแลง คันนี้มากๆ โดยเฉพาะโค้ง 2 ของสนามแข่ง สามารถสับได้ถึงเกียร์ 6 และทางตรงหน้าเส้นชัยที่ให้เราได้ “ใส่กันสุดๆ” แม้จะมีรถเซฟที คาร์ของผู้ฝึกสอนนำหน้า แต่ก็เปิดโอกาสให้เราได้ทำความเร็วเต็มที่

 

ด่านต่อมาเปลี่ยนรูปแบบที่ใช้เล็กน้อย โดยเป็นรถแฮทช์แบคขับเคลื่อนล้อหน้า ตัวแข่งรายการ เรอโนลต์ กลีโอ คัพ (RENAULT CLIO CUP) เครื่องยนต์เบนซิน 2.0 ลิตร กำลัง 220 แรงม้า อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 4.0 วินาที แบกน้ำหนักพอตัวที่ 1,000 กก. ถือเป็นรถ “HOT HATCH” ที่สมรรถนะร้อนแรงไม่แพ้บรรดาตัวโหดขับเคลื่อนล้อหลังกันเลยทีเดียว โดยเส้นทางที่ใช้ในครึ่งสนามหลังของสนามแข่งรถแห่งนี้ ซึ่งมีทางโค้งค่อนข้างมาก แต่มีช่วงให้ทำความเร็วสูงได้บ้างในช่วงทางตรงยาวบริเวณหน้าอัฒจันทร์

 

เริ่มต้นเราต้องเจอในโค้งหักศอกถึง 2 จุด ติดๆ กัน ตามมาด้วยโค้งที่ใช้ความเร็วปานกลาง นับว่ายากพอสมควร เพราะโอกาสที่จะใช้ความเร็วเกินความเหมาะสมมิใช่น้อย ด้วยความที่เป็นรถขับเคลื่อนล้อหน้า มีบางจังหวะที่เราหวุดหวิดจะเกิดอาการ “อันเดอร์สเตียร์” (UNDERSTEER) แต่ก็เพียงเล็กน้อยเท่านั้น เมื่อเริ่มคุ้นเคยกับรถแล้วพบว่าการลัดเลาะไปตามโค้งก็ง่ายดายขึ้นกว่าตอนแรก รวมไปถึงช่วงทางตรงที่เร้าใจ

 

ผ่าน 2 ด่านแรกกับทางเรียบแล้ว ทางผู้จัดก็พาเรามาที่บริเวณด้านนอกของสนาม เซปัง อินเตอร์เนชันแนล เซอร์กิท เพื่อลุยทางฝุ่นเสมือนการแข่งแรลลี กับรถคันจิ๋ว ซีตรอง เซ เดอซ์ แรลลี (CITROEN C2 RALLY) น้ำหนักรถ 650 กก. เครื่องยนต์เบนซิน 1.6 ลิตร กำลัง 150 แรงม้า เกียร์ธรรมดา 5 จังหวะ แต่ในสนามทางฝุ่นระยะสั้นแบบนี้ ครูฝึกจึงกำหนดให้เราใช้แค่เกียร์ 2 ก็พอ ส่วนยางที่ใช้เป็นแบบเน้นการตะกุยสำหรับพื้นผิวถนนสมบุกสมบัน

 

การ “ซิ่ง” บนทางฝุ่นที่มีพื้นผิวค่อนข้างลื่น จะแตกต่างจากการขับขี่บนทางฝุ่น ขรุขระ พอสมควร ลำพังแค่การเบรค และชะลอความเร็วขณะเข้าโค้งนั้นไม่เพียงพอ หากแต่ต้องใช้การบังคับพวงมาลัย ควบคู่กับการเติมคันเร่งที่พอเหมาะ ใช้แรงกำลังจากล้อคู่หน้าดึงรถออกจากโค้ง ไม่เช่นนั้นรถจะเกิดอาการท้ายปัดก็เป็นได้ ในรอบแรกเรามีอาการ “หมุน” ในโค้งบ้าง แต่เมื่อได้รับการแนะนำจากครูฝึก ก็พบว่าการขับบนทางฝุ่นต้องออกแรงยิ่งกว่าทางเรียบเสียอีก

 

หลังจากครบทั้ง 3 ด่าน พร้อมการขับในรูปแบบที่แตกต่างกัน เรากลับเข้าสู่สนามแข่งรถอีกครั้ง เพื่อพบกับความเร้าใจทิ้งท้าย นั่นคือการสัมผัสความแรงของรถแข่ง 2 แบบ 2 สไตล์ โดยคันแรก คือ ฟอร์มูลา 2-ซีเตอร์ (FORMULA 2-SEATER) รถแข่งล้อเปิดแบบ 2 ที่นั่ง เครื่องยนต์เบนซิน 2.0 ลิตร 196 แรงม้า อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 3.5 วินาที น้ำหนัก 500 กก. ส่วนอีกคันหนึ่ง คือ โพร์เช 911 จีที 3 (PORSCHE 911 GT3) เครื่องยนต์เบนซิน 3.8 ลิตร กำลัง 380 แรงม้า อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 4.6 วินาที โดยทั้ง 2 คันมีนักแข่งรถมือฉมังเป็นผู้ขับ “HOTLAPS” อย่างไรก็ตามเนื่องจากรถมีจำนวนจำกัด ผู้เข้าร่วมกิจกรรมต้องจับฉลากว่าจะได้นั่งคันไหน โดยทางเราจับฉลากได้นั่งรถแข่งของ โพร์เช

 

เมื่อเข้ามานั่งรถแข่งตัวแรงขนานแท้ ผนวกกับการขับของผู้เชี่ยวชาญ ทำให้เรารู้เลยว่าขีดจำกัดของยางยังสามารถรองรับการขับที่ดุดันได้มากกว่านี้อีก แทบจะให้การขับของเราก่อนหน้านี้ ดูช้าลงไปถนัด ถึงอย่างนั้นการยึดเกาะที่หนึบแน่นจากประสิทธิภาพที่ยอดเยี่ยมของยาง ยังคงสำแดงให้เห็นอย่างไม่ขาดตกบกพร่อง ผลลัพธ์ คือ ความเร้าใจ และสนุกสนานที่ยากจะพบได้สำหรับคนทั่วไป นับเป็นประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยมกับ มิเชอแลง ไพลอท เอกซ์พีเรียนศ์ ในครั้งนี้

 

มิเชอแลง แสดงให้เห็นแล้วว่า “ดีเอนเอ” ยางแบบสปอร์ทมีอยู่ในทุกอณูของยางรุ่นต่อไปนี้ มิเชอแลง ไพลอท สปอร์ท คัพ (MICHELIN PILOT SPORT CUP) มิเชอแลง ไพลอท ซูเพอร์ สปอร์ท (MICHELIN PILOT SUPER SPORT) มิเชอแลง ไพลอท สปอร์ท 3 (MICHELIN PILOT SPORT 3) และสำหรับการลุยผสมผสานสมรรถนะ มิเชอแลง แลทติจูด สปอร์ท (MICHELIN LATTITUDE SPORT)



------------------------------
เรื่องโดย : ภูเขม หน่อสวรรค์
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน ตุลาคม ปี 2556
คอลัมน์ : กิจกรรม
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/fsNWn
อัพเดทล่าสุด
8 Oct 2018

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
2.
2,090,000
3.
2,229,000
4.
779,000
5.
3,590,000
7.
1,316,000
8.
1,749,000
9.
1,699,000
11.
3,299,000
12.
5,399,000
13.
6,799,000
14.
3,249,000
15.
4,980,000
16.
53,500,000
18.
3,600,000
19.
13,500,000
20.
6,799,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th