บทความ

รถไฮบริดติดตราดาราสามแฉก


รถไฮบริดติดตราดาราสามแฉก
MERCEDES-BENZ S 400 HYBRID

ในเดือนแห่งการชุมนุมรถระดับหรูมีชาติมีตระกูลสูง หากไม่มีผลงานของค่าย เมร์เซเดส-เบนซ์ (MERCEDES-BENZ) รวมอยู่ด้วย ก็คงไม่ต่างอะไรกับการบริโภคก๋วยเตี๋ยวหมูต้มยำที่ขาดถั่วลิสงป่น จึงนำเรื่องราวของรถ เมร์เซเดส-เบนซ์ เอส-คลาสส์ (MERCEDES-BENZ S-CLASS) รุ่นล่าสุดที่เพิ่งออกโชว์รูมในเมืองเบียร์ มาเล่าสู่กันฟังในเดือนนี้รวม 2 โมเดล

 

ค่าย “ดาวสามแฉก” เริ่มใช้รหัส S-KLASSE ในภาษาเยอรมัน หรือ S-CLASS ในภาษาอังกฤษเป็นครั้งแรกเมื่อปี 1972 กับรถเก๋งซีดานขนาดใหญ่ซึ่งมีรหัสโรงงานว่า W116 รหัสดังกล่าวนี้ย่อมาจาก SONDERKLASSE ในภาษาอังกฤษ ซึ่งตรงกับ SPECIAL CLASS ในภาษาอังกฤษ หรือ “ระดับพิเศษ” ในภาษาไทยนั่นเอง

ในช่วงเวลา 4 ทศวรรษที่ผ่านมานี้ ยอดผู้ผลิตรถหรูของเมืองเบียร์เปลี่ยนรุ่นรถซึ่งได้ชื่อว่าเป็น THE WORLD’S BEST-SELLING LUXURY CAR หรือ “รถเก๋งระดับหรูที่ขายดีที่สุดในโลก” ไปแล้วรวม 4 ครั้งในปี 1979 (W126) 1991 (W140) 1999 (W220) และ 2005 (W221) ส่วนรถล่าสุดซึ่งมีรหัสโรงงานว่า W222 เพิ่งเปิดตัวเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมาและออกโชว์รูมในเมืองแม่ไปเรียบร้อยแล้วสองเดือนหลังจากนั้น เรื่องราวโดยรวมของรถรุ่นใหม่นี้ได้รายงานไว้แล้วอย่างค่อนข้างละเอียดใน “ข่าวรอบโลก” ฉบับเดือนกรกฎาคม 2556 จึงไม่ขอฉายซ้ำในที่นี้ จะว่ากันก็เฉพาะโมเดลที่เลือกมาเป็นตัวอย่าง คือ เมร์เซเดส-เบนซ์ เอส 400 ไฮบริด (MERCEDES-BENZ S 400 HYBRID)

 

รถหรูโมเดลนี้มีตัวถังให้เลือกใช้ 2 แบบ คือ แบบฐานล้อมาตรฐานซึ่งมีขนาดตัวถังยาว 5.116 ม. กว้าง 1.899 ม. และสูง 1.496 กับ แบบฐานล้อยาวซึ่งมีขนาดตัวถังยาว 5.246 ม. กว้าง 1.899 ม. และสูง 1.496 ม. คือ ยาวกว่ากัน 13.0 ซม. แต่มีค่าสัมประสิทธิ์แรงต้านอากาศเป็นเลขตัวเดียวกัน คือ แค่ 0.26 ทั้ง 2 ตัวถังติดตั้งระบบขับแบบไฮบริดชนิดไม่ต้องมีการเสียบปลั๊กเพื่อชาร์จไฟ โดยใช้เครื่องยนต์เบนซิน DOHC วี 6 สูบ 3,498 ซีซี 225 กิโลวัตต์/306 แรงม้า ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 20 กิโลวัตต์/27 แรงม้า ซึ่งป้อนพลังไฟด้วยแบทเตอรี ลิเธียม-ไอออน (LITHIUM-ION) อันทรงประสิทธิภาพ ส่วนระบบเกียร์เพื่อส่งทอดกำลังสู่ล้อคู่หลังเป็นเกียร์อัตโนมัติ 7 จังหวะ 7G-TRONIC PLUS ซึ่งมีอัตราทด 4.38-2.86-1.92-1.37-1.00-0.82-0.73 ถอยหลัง 3.42/2.23 และเฟืองท้าย 3.07

 

ตามตัวเลขของผู้ผลิต เห็นได้ชัดว่าเป็นรถหรูและเร็ว ที่ออกแบบและให้ความสำคัญเป็นอย่างมากต่อคุณสมบัติด้านความประหยัดและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เมร์เซเดส-เบนซ์ เอส 400 ไฮบริด ในตัวถังทั้ง 2 แบบ สามารถทำอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ในเวลา 6.8 วินาที ความเร็วสูงสุดจำกัดไว้ที่ 250 กม./ชม. มีอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงเฉลี่ยที่น่าพึงพอใจมากสำหรับรถระดับนี้ คือ แค่ 6.3 ลิตร/100 กม. หรือ 15.9 กม./ลิตร และมีอัตราการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ที่คนรักสีเขียวพอจะทำใจได้ คือ มีค่าเฉลี่ยที่ 147 กรัม/กม.

 

สนนราคาค่าตัวที่ซื้อขายกันในเมืองเบียร์ ตัวถังฐานล้อมาตรฐานเริ่มต้นที่ 85,204 ยูโร หรือเท่ากับประมาณ 3.58 ล้านบาทไทย ส่วนตัวถังฐานล้อยาวค่าตัวแพงขึ้นนิดหน่อย คือ เริ่มต้นที่ 91,094 ยูโร หรือเท่ากับประมาณ 3.83 ล้านบาท เป็นราคาที่รวมภาษีมูลค่าเพิ่มร้อยละ 19 ไว้เรียบร้อยแล้ว และเป็นราคาที่เลือกสีตัวถังได้เพียงสีเดียว คือ สีดำ BLACK ส่วนสีที่เลือกได้แต่ต้องเพิ่มค่าตัว 1,178 ยูโร หรือประมาณ 49,500 บาท มีอยู่ 9 สี คือ สีน้ำเงิน ANTHRACITE METALLIC BLUE สีเงิน IRIDIUM SILVER METALLIC สีน้ำตาล PERIDOT METALLIC สีฟ้า CAVANSITE BLUE METALLIC สีดำ MAGNETITE BLACK METALLIC สีแดงเข้ม RUBY BLACK METALLIC สีเงิน DIAMOND SILVER METALLIC สีดำ OBSIDIAN BLACK METALLIC สีเงิน PALLADIUM SILVER METALLIC กับมีสีที่เลือกได้โดยเพิ่มค่าตัว 2,058 ยูโร หรือประมาณ 86,500 บาท อีก 1 สี คือ สีขาว DIAMOND WHITE METALLIC



------------------------------
เรื่องโดย : กองบรรณาธิการ
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน ตุลาคม ปี 2556
คอลัมน์ : ระเบียงรถใหม่
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/FfAhB
อัพเดทล่าสุด
8 Oct 2018

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
2.
2,090,000
3.
2,229,000
4.
779,000
5.
3,590,000
7.
1,316,000
8.
1,749,000
9.
1,699,000
11.
3,299,000
12.
5,399,000
13.
6,799,000
14.
3,249,000
15.
4,980,000
16.
53,500,000
18.
3,600,000
19.
13,500,000
20.
6,799,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th