บทความ

รถหรูเมืองมะกันชาติพันธุ์สูง


รถหรูเมืองมะกันชาติพันธุ์สูง
CADILLAC XTS

อย่างที่บอกไปแล้วว่า ในบรรดารถรวม 4 ยี่ห้อที่ยักษ์ใหญ่ จีเอม ผลิตและจำหน่ายในตลาดอเมริกาเหนือขณะนี้ รถที่ถือกันว่ามีชาติมีตระกูลสูงที่สุดคือรถติดยี่ห้อ แคดิลแลค (CADILLAC) เมื่อเทียบกับรถยี่ห้ออเมริกันอื่นๆ ที่ยังมีการผลิตอยู่ในขณะนี้ ก็กล่าวได้ว่า แคดิลแลค เป็นรถที่มีประวัติความเป็นมายาวนานเกือบที่สุด คือ เป็นรองก็แต่เพียงรถร่วมค่าย คือ บิวอิค (BUICK) เพียงยี่ห้อเดียวเท่านั้นเอง

 

กิจการผลิตรถยี่ห้อนี้เริ่มต้นขึ้นในรัฐมิชิแกนเมื่อปี 1902 ผู้ก่อตั้ง คือ นักธุรกิจและวิศวกรเครื่องกลชาวอเมริกันเจ้าของนาม เฮนรี เลแลนด์ (HENRY LELAND) ซึ่งตั้งชื่อบริษัทและยี่ห้อรถตามนามของ ANTOINE LAUMET DE LA MOTHE,SIEUR DE CADILLAC ผู้ก่อตั้งเมืองดีทรอยท์ซึ่งเป็นเมืองสำคัญเมืองหนึ่งของรัฐนี้ และเคยถือกันว่าเป็น “เมกะของอุตสาหกรรมรถยนต์” อย่างไรก็ตาม หลังจากประกอบกิจการเป็นเอกเทศอยู่เพียง 7 ปี ในปี 1909 ผู้ก่อตั้งก็ขายกิจการทั้งหมดให้แก่ จีเอม และยังคงอยู่ภายใต้ร่มเงาของยักษ์ใหญ่รายนี้ตราบจนปัจจุบัน

 

แคดิลแลค (CADILLAC) นับเป็นรถสุดหรูของเมืองมะกัน ระดับเดียวกับรถติดยี่ห้อ ลินคอล์น (LINCOLN) ของค่าย ฟอร์ด มอเตอร์ คัมพานี (FORD MOTOR COMPANY) ปัจจุบันมีรถติดยี่ห้อนี้จำหน่ายอยู่ในมากกว่า 30 ประเทศทั่วโลก ตลาดใหญ่ที่สุด คือ สหรัฐอเมริกา ซึ่งในช่วง 7 เดือนแรกของปี 2013 สามารถทำยอดขายได้รวม 99,331 คัน คือ เพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 30.3 จากตัวเลขในช่วงเดียวกันเมื่อปี 2012 ส่วนตลาดใหญ่รองลงไป คือ สาธารณรัฐประชาชนจีนซึ่งมีเศรษฐีใหม่เกิดขึ้นทุกวัน ขณะนี้ แคดิลแลค ทำรถขายลูกค้าเงินถุงเงินถังสตางค์แยะเพียง 2 ประเภท คือ รถเก๋ง กับรถกิจกรรมกลางแจ้งซึ่งมีทั้งแบบพันธุ์แท้และแบบข้ามพันธุ์

 

ผลงานใหม่อีกชิ้นหนึ่งของค่าย แคดิลแลค ที่นำเรื่องราวมาเล่าสู่กันฟังในเดือนนี้ คือ รถหรูขนาดใหญ่ติดป้ายชื่อ แคดิลแลค เอกซ์ทีเอส (CADILLAC XTS) ที่ค่ายนี้เพิ่งบรรจุเข้าสู่สายการผลิตซึ่งตั้งอยู่ที่เมืองโอชาวา (OSHAWA) ในจังหวัดออนทาริโอ (ONTARIO) ของแคนาดา แทนที่รถแบบเก่า 2 แบบ คือ แคดิลแลค เอสทีเอส (CADILLAC STS) กับ แคดิลแลค ดีทีเอส (CADILLAC DTS)

 

ยอดผู้ผลิตรถหรูของเมืองมะกันนำ แคดิลแลค เอกซ์ทีเอส ซึ่งเป็นรถขนาดใหญ่อย่างที่เรียกขานกันในภาษาอังกฤษสไตล์อเมริกันว่า FULL-SIZE LUXURY SEDAN ออกอวดตัวต่อสายตาสาธารณชนเป็นครั้งแรกที่งานมหกรรมยานยนต์ลอสแองเจลิสเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2011 และไม่กี่เดือนหลังจากนั้น คือ ในเดือนมิถุนายน 2012 ก็เริ่มนำรถออกสู่โชว์รูมในฐานะรถรุ่นปีโมเดล 2013 โดยมีให้เลือกใช้ทั้งแบบขับล้อหน้าและขับทุกล้อ แต่มีเครื่องยนต์ขนาดเดียว คือ เครื่องเบนซินฉีดเชื้อเพลิงโดยตรง DOHC วี 6 สูบ 3,564 ซีซี 227 กิโลวัตต์/305 แรงม้า

 

ส่วนที่กำลังอวดโฉมอยู่ในขณะนี้ เป็นรถที่กำลังจะออกจำหน่ายในฐานะรถรุ่นปีโมเดล 2014 และมีรายละเอียดในหลายๆ จุดที่แตกต่างจากรถรุ่นปีโมเดล 2013 ตัวอย่างคือ การเพิ่มเครื่องยนต์ให้เลือกใช้อีก 1 ขนาด เป็นเครื่องยนต์บลอคเดิมแต่เพิ่มเทอร์โบชาร์เจอร์คู่ ทำให้กำลังสูงสุดพุ่งขึ้นเป็น 306 กิโลวัตต์/410 แรงม้า

 

แคดิลแลค เอกซ์ทีเอส รุ่นปีโมเดล 2014 ในตัวถังยาว 5.131 ม. กว้าง 1.852 ม. และสูง 1.510 ม. จะแบ่งการตกแต่งและอุปกรณ์เป็น 3 ระดับ กำกับด้วยรหัส LUXURY-PREMIUM-PLATINUM มีทั้งแบบขับล้อหลังและขับทุกล้อ มีสีตัวถังให้เลือกรวม 8 สี คือ สีเงิน RADIANT SILVER METALLIC สีดำ BLACK RAVEN สีแดง CRYSTAL RED TINTCOAT สีขาว WHITE DIAMOND TRICOAT สีเทา GRAPHITE METALLIC สีดำ BLACK DIAMOND TRICOAT สีเงิน SILVER COAST METALLIC สีน้ำเงิน SAPPHIRE BLUE METALLIC และมีสี/การตกแต่งในห้องโดยสารให้เลือกถึง 6 แบบ

 

สนนราคาค่าตัวขณะนี้ยังไม่ประกาศ แต่คาดว่าคงใกล้เคียงกับรถรุ่นเดิมซึ่ง MSRP หรือราคาขายปลีกที่ผู้ผลิตแนะนำ เริ่มต้นที่ 44,075 เหรียญสหรัฐ ฯ หรือประมาณ 1.41 ล้านบาท



------------------------------
เรื่องโดย : กองบรรณาธิการ
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน ตุลาคม ปี 2556
คอลัมน์ : ระเบียงรถใหม่
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/RWM61
อัพเดทล่าสุด
8 Oct 2018

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
2.
2,090,000
3.
2,229,000
4.
779,000
5.
3,590,000
7.
1,316,000
8.
1,749,000
9.
1,699,000
11.
3,299,000
12.
5,399,000
13.
6,799,000
14.
3,249,000
15.
4,980,000
16.
53,500,000
18.
3,600,000
19.
13,500,000
20.
6,799,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th