บทความ

ไตรมาสสุดท้าย


และแล้วก็มาถึงไตรมาสสุดท้ายของปี 2556 ซึ่งทั้งผู้บริหารบริษัทรถยนต์ และบรรดาเกจิทั้งหลาย ต่างเชื่อมั่นว่า ตลาดจะกลับมาคึกคักอีกครั้ง หลังจากโดนพิษ “รถคันแรก” เล่นงานจนหงอยเป็นไก่ป่วยมาครึ่งค่อนปี

 

แม้ผมจะเอาใจช่วยให้ปีนี้ “ลงเอย” ด้วยดี อย่างที่หวังกันไว้ แต่ก็อดวิตกไม่ได้ว่าภาวะเศรษฐกิจที่ซึมๆ อยู่ตอนนี้ มันจะซึมลึก และซึมยาวกว่าที่คิด

 

หลายคนพยายามเอาวิกฤตที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้ไปเทียบกับวิกฤต “ต้มยำกุ้ง” เมื่อปี 2540 จริงๆ แล้วผมว่ามันแตกต่างกันเยอะ และที่สำคัญ ครั้งนี้ถ้ารัฐบาลเอาไม่อยู่ (เหมือนกับอีกหลายๆ เรื่อง) ตั้งแต่ต้นมือ (ภายในไตรมาสสุดท้ายของปีนี้) เราจะฟื้นตัวยากกว่าคราวต้มยำกุ้งหลายเท่า

 

เหตุผลก็เพราะ ตอนปี 2540 นั้น คนที่รับผลกระทบรุนแรงจากภาวะฟองสบู่แตก อยู่ในกลุ่ม B ขึ้นไป ได้แก่ เจ้าของกิจการ โดยเฉพาะพวกกู้เงินต่างชาติมาลงทุน รวมถึงพนักงานบริษัททั่วไป ขณะที่พ่อค้าแม่ค้า เกษตรกร ซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่โดนแค่หางเลข และคนส่วนใหญ่นี้แหละที่ทำให้ “คนเคยรวย” ยังพอทำมาหากิน ทำรถ ทำแซนด์วิชขาย จนเอาตัวรอดมาได้พร้อมๆ กัน ในชั่วเวลาไม่นานนัก

 

ตรงกันข้ามกับเศรษฐกิจซึมเศร้าคราวนี้ ที่เกิดจากคนระดับล่างถูก “ล่อ” ให้ใช้จ่ายเกินกำลัง ซึ่งถ้าภาวะนี้ดำเนินไปครบวงจร กระทั่งคนส่วนใหญ่ไม่มีกำลังซื้อ สินค้าอะไรก็ขายไม่ได้ เมื่อนั้น ก็เตรียมเผชิญหน้ากับสภาวะเศรษฐกิจถดถอยแบบยาวๆ กันได้ ซึ่งขอบอกว่าน่ากลัว และอันตรายกว่าฟองสบู่แตกมาก

 

ผมไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญที่จะแนะนำว่ารัฐต้องแก้ไขอย่างไร แต่ผมรู้แน่ว่า สิ่งที่ไม่ควรทำอีกต่อไป คือ อะไรก็ตามที่เข้าข่าย “ประชานิยม” เพื่อโกยคะแนนเสียงให้ตัวเองโดยใช้เงินภาษีของพวกเรา

 

สำหรับอุตสาหกรรมยานยนต์ ประชานิยมครั้งเดียวที่ผ่านมา เป็นบทเรียนชัดเจนแล้วว่าไม่ใช่สิ่งที่อุตสาหกรรมนี้ต้องการจากภาครัฐ

 

แล้วเราต้องการอะไร ?

 

คำตอบง่ายมากครับ เราต้องการนโยบายที่แน่นอนและยั่งยืน พูดกันแบบบ้าน ๆ คือ บอกมาเลยว่าจะเอายังไง แล้วก็ขอให้เอายังงั้นไปอีก 5-10 ปี เป็นอย่างน้อย เช่น เมื่อสนับสนุนให้มีการผลิตอีโคคาร์ 5 เจ้า ก็ต้องรอให้ 5 เจ้านี้เขาตั้งเนื้อตั้งตัวได้แข็งแรงก่อน แล้วจึงค่อยเปิดโอกาสให้เจ้าอื่นๆ

 

เพราะฉะนั้น อย่าเพิ่งพูดถึง “อีโคคาร์ 2” เพื่อเอาใจบริษัทรถยนต์บางราย หรือเจ้าของโรงงานแอลกอฮอลบางคน

 

ในอุตสาหกรรมยานยนต์ เราไม่ต้องการทั้งประชานิยม และเส้นใหญ่นิยม ครับ



------------------------------
เรื่องโดย : ขวัญชัย ปภัสร์พงษ์
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน ตุลาคม ปี 2556
คอลัมน์ : ขวัญชัย ปภัสร์พงษ์
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/Y1rSa
อัพเดทล่าสุด
10 Nov 2018

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
524,000
2.
599,000
3.
3,599,000
5.
2,090,000
6.
2,229,000
7.
779,000
8.
3,590,000
10.
1,316,000
11.
1,749,000
12.
1,699,000
14.
3,299,000
15.
5,399,000
16.
6,799,000
17.
3,249,000
18.
4,980,000
19.
13,500,000
20.
6,799,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th