บทความ

ข่าวรอบโลก


เตรียมสมุดเชคไว้ได้แล้ว
เปิดตัวรถ ซีรีส์-5 รุ่นยกหน้า
จะออกขายก่อนสิ้นปีงูเล็ก

เยอรมนี-ค่าย “ใบพัดเครื่องบินสีฟ้าขาว” เปิดเผยโฉมหน้าและรายละเอียดของรถเก๋งสุดหรูติดป้ายชื่อ บีเอมดับเบิลยู ซีรีส์-5 (BMW 5-SERIES) และ บีเอมดับเบิลยู ซีรีส์-5 ทัวริง (BMW 5-SERIES TOURING) รุ่นที่เพิ่งได้รับการปรับปรุงแบบ “ยกหน้า” ส่วนรถตัวจริงเสียงจริงจะสัมผัสกันได้เป็นครั้งแรกที่งานมหกรรมยานยนต์ฟรังค์ฟวร์ท ซึ่งจะมีขึ้นกลางเดือนกันยายน

 

หลังจากขายรถ บีเอมดับเบิลยู ซีรีส์-5 รุ่นปัจจุบันในตลาดทั่วโลกไปแล้วมากกว่า 1 ล้านคัน นับแต่เริ่มออกโชว์รูมเมื่อต้นปี 2010 เมื่อกลางเดือนพฤษภาคม ที่ผ่านมานี่เอง ยอดผู้ผลิตรถหรูของเมืองเบียร์ก็กระตุ้นต่อมกิเลสของผู้อยากเป็นเจ้าของรถหรูขนาดกลางติดโลโก “ใบพัดเครื่องบินสีฟ้าขาว” ด้วยการเปิดเผยภาพถ่ายและรายละเอียดของรถอนุกรมนี้ ที่เพิ่งปรับปรุงแบบ “ยกหน้า” ผ่านสื่อต่างๆ รวมทั้งสื่อเวบไซท์ที่จัดทำไว้โดยเฉพาะสำหรับสื่อมวลชน เป็นการปรับปรุงขนาดย่อยอย่างที่เรียกขานกันในภาษาอังกฤษว่า MID-LIFE CHANGES จึงมีการเปลี่ยนแปลงเพียงเล็กๆ น้อยๆ ทั้งในส่วนของตัวถังและเครื่องยนต์กลไก

 

ความเปลี่ยนแปลงในส่วนของตัวถังภายนอก จุดที่สังเกตเห็นได้อย่างชัดเจน คือ ชุดดวงโคมไฟหน้า และไฟท้าย ที่เปลี่ยนกราฟิคใหม่ กันชนหน้าและกันชนหลัง ที่หน้าตาเปลี่ยนไป และกระทะล้ออัลลอยที่เปลี่ยนใหม่ทั้งชุดเช่นกัน การเปลี่ยนแปลงในส่วนของตัวถังภายนอกดังกล่าวนี้ ส่งผลกระทบให้ขนาดตัวถังเปลี่ยนแปลงไปเล็กน้อย กล่าวคือ มิติของตัวถังซีดานเปลี่ยนจาก 4.899×1.860×1.475 ม. เป็น 4.907×1.860×1.464 ม. คือ ยาวขึ้น 0.8 ซม. และเตี้ยลง 1.1 ซม. ในขณะที่ช่วงฐานล้อยังคงยาว 2.968 ม. เท่าเดิม ส่วนมิติของตัวถังตรวจการณ์เปลี่ยนจาก 4.907×1.860×1.488 ม. เป็น 4.907×1.860×1.462 ม. คือ เตี้ยลง 2.6 ซม. และช่วงฐานล้อก็ยังคงยาว 2.968 ม. เช่นเดิม

 

ในส่วนเครื่องยนต์กลไก ความเปลี่ยนแปลงจุดสำคัญ คือ การเพิ่มเครื่องยนต์เทอร์โบดีเซลฉีดตรง DOHC 4 สูบเรียง 1,995 ซีซี 105 กิโลวัตต์/143 แรงม้า ให้เลือกใช้ได้ในรถ BMW 516D และ BMW 516D TOURING ส่วนเครื่องยนต์ขนาดอื่นๆ ทั้งเครื่องเบนซินและดีเซลก็มีการปรับเปลี่ยนรายละเอียดในบางจุด เพื่อการประหยัดเชื้อเพลิง และให้ไอเสียมีคุณสมบัติตามมาตรฐาน EURO6 ตัวอย่างคือ การติดตั้งระบบหยุดการทำงานของเครื่องยนต์โดยอัตโนมัติ AUTO STOP-START และการเพิ่มโหมดการขับแบบ ECO PRO ซึ่งช่วยประหยัดเชื้อเพลิง

 

กล่าวโดยสรุป ตัวถังซีดานของรถรุ่นใหม่นี้แยกโมเดลให้เลือกใช้รวม 18 โมเดล แยกเป็นรถขับล้อหลัง 10 โมเดล คือ BMW 520I-MBW 528I-BMW 535I-BMW 550I-BMW ACTIVE HYBRID 5-BMW 518D-BMW520D-BMW 525D-BMW 530D-BMW 535D และเป็นรถขับทุกล้อ 8 โมเดล คือ BMW 528I XDRIVE-BMW 535I XDRIVE-BMW 550I XDRIVE-BMW 520D XDRIVE-BMW525D XDRIVE-BMW 530D XDRIVE-BMW 535D XDRIVE-BMW M550D XDRIVE ส่วนตัวถังตรวจการณ์มี 16 โมเดล คือ ไม่มี BMW ACTIVE HYBRID 5 TOURING และ BMW 550I XDRIVE TOURING
ขณะนี้ยังไม่มีการระบุค่าตัวและกำหนดออกโชว์รูมในเมืองแม่ ทราบก็แต่เพียงว่า เดือนกันยายนนี้ รถพวงมาลัยขวาจะเริ่มออกขายในอังกฤษ

 

เฉลิมฉลองวาระครึ่งศตวรรษ
ด้วยรถ โพร์เช 911 รุ่นพิเศษ
ผลิตขายแค่ 1,963 คัน ตามปีเกิด

เยอรมนี-ยอดผู้ผลิตรถสปอร์ทของเมืองเบียร์ เฉลิมฉลองวาระครบรอบ 50 ปีของรถสปอร์ท โพร์เช 911 (PORSCHE 911) โดยการผลิตรถโมเดลพิเศษติดป้ายชื่อ PORSCHE 911 50th ANNIVERSARY EDITION ออกขายในจำนวนจำกัด พร้อมยืนยันว่า จะนำตัวจริงเสียงจริงของรถรุ่นพิเศษนี้ออกอวดตัวต่อสายตาสาธารณชนเป็นครั้งแรก ที่งานมหกรรมยานยนต์ฟรังค์ฟวร์ท ซึ่งจะมีขึ้นในเยอรมนี ตอนกลางเดือนกันยายน

 

เป็นรถโมเดลพิเศษที่พัฒนาจากรถรุ่นสามัญ คือ โพร์เช 911 คาร์เรรา เอส (PORSCHE 911 CARRERA S) มีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงรายละเอียดมากมาย ทั้งในส่วนของตัวถังและกลไก ในส่วนของตัวถังภายนอก ความแตกต่างจากรถซึ่งเป็นที่มามีอยู่หลายจุด รวมทั้งรหัสชื่อโมเดล “911 50″ ซึ่งทำเป็น 2 สี 3 มิติ และติดอยู่ตรงบั้นท้าย กระทะล้ออัลลอยขนาดโตถึง 20 นิ้ว ที่ออกแบบโดยได้รับแรงบันดาลใจจากล้อ FUCH WHEEL อันสุดแสนคลาสสิค กับสีตัวถังซึ่งเป็นสีพิเศษ และมีให้เลือกเพียง 3 สี คือ สีเทาอ่อน GEYSER GREY METALLIC สีเทาเข้ม GRAPHITE GREY METALLIC และสีดำสนิท BLACK MONOCHROME ส่วนภายในห้องโดยสารก็ตกแต่งในลักษณะที่ทำให้ทั้งผู้ขับและผู้โดยสารเกิดความรู้สึกเหมือนกำลังนั่งอยู่ในรถ โพร์เช 911 รุ่นดั้งเดิม รวมทั้งมีรหัสโมเดล “911 50″ ทั้งแบบ 2 สี และ 3 สี ติดอยู่ในที่ต่างๆ เช่น ที่พิงศีรษะ ธรณีประตู และแผงหน้าปัดอุปกรณ์

 

ในส่วนของเครื่องยนต์กลไก เครื่องยนต์ที่ใช้ยังเป็นเครื่องเดิม คือ เครื่องเบนซินฉีดตรง DOHC 6 สูบนอนยัน (บอกเซอร์) 3,800 ซีซี ให้กำลังสูงสุด 294 กิโลวัตต์/400 แรงม้า ที่ 7,400 รตน. และแรงบิดสูงสุด 440 นิวตัน-เมตร/44.9 กก.-ม. ที่ 5,600 รตน. ถ่ายทอดกำลังสู่ล้อคู่หลังผ่านระบบเกียร์ธรรมดา 7 จังหวะ หรือเกียร์อัตโนมัติคลัทช์คู่ 7 จังหวะ PDK ส่วนกลไกอื่นๆ ที่เป็นความแตกต่างมีอยู่หลายชิ้น รวมทั้งท่อไอเสียแบบสปอร์ท และระบบบริหารจัดการระบบรองรับ PASM หรือ PORSCHE ACTIVE SUSPENSION MANAGEMENT ที่ปรับแต่งเป็นพิเศษเพื่อให้สอดรับกับขนาดตัวถังและช่วงล้อที่กว้างขึ้น

 

โพร์เช 911 รุ่นพิเศษนี้ เมื่อติดตั้งเกียร์ธรรมดา จะสามารถทำอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 4.5 วินาที ทำความเร็วสูงสุด 300 กม./ชม. มีอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงเฉลี่ย 9.5 ลิตร/100 กม. หรือ 10.5 กม./ลิตร และปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ 224 กรัม/กม. แต่เมื่อใช้เกียร์อัตโนมัติคลัทช์คู่ 0-100 กม./ชม. จะทำได้ใน 4.3 วินาที ความเร็วสูงสุดจะลดเป็น 298 กม./ชม. อัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ยจะลดเป็น 8.7 ลิตร/100 กม. หรือ 11.5 กม./ลิตร และอัตราคาร์บอนไดออกไซด์จะลดเหลือเพียง 205 กรัม/กม.

 

เป็นรถโมเดลพิเศษที่จะจำกัดจำนวนผลิตไว้เพียง 1,963 คัน เพื่อชวนให้รำลึกว่ารถ โพร์เช 911 รุ่นแรก เริ่มจำหน่ายเมื่อปี 1963 ในเมืองแม่ คือ เยอรมนี ซึ่งจะเริ่มจำหน่ายในวันจันทร์ที่ 23 กันยายนของปีงูเล็ก รถโมเดลนี้จะติดป้ายค่าตัว 121,119 ยูโร หรือเท่ากับประมาณ 4.85 ล้านบาทไทย เป็นราคาที่รวมภาษีมูลค่าเพิ่มร้อยละ 19 ไว้เรียบร้อยแล้ว

 

เร็วกว่านี้ไม่เคยมีมาก่อน
รถรุ่นใหม่ค่าย แอสตัน มาร์ทิน
เปิดตัวไปแล้วในเมืองผู้ดี

อังกฤษ-ยอดผู้ผลิตรถสปอร์ทเจ้าของเครื่องหมายการค้า “ปีกนก” เปิดเผยโฉมหน้าและข้อมูลทางเทคนิคของรถโมเดลใหม่เอี่ยมแกะกล่องติดป้ายชื่อ แอสตัน มาร์ทิน วี 12 วานเทจ เอส (ASTON MARTIN V12 VANTAGE S) พร้อมยืนยันว่าจะนำรถตัวจริงเสียงจริงออกสู่โชว์รูมก่อนสิ้นปี 2013 แต่ยังไม่ประกาศค่าตัว

 

เมื่อปลายเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ค่าย แอสตัน มาร์ทิน ซึ่งแต่ละปีผลิตรถสปอร์ทชั้นยอดออกขายในตลาดทั่วโลกไม่กี่พันคัน สร้างข่าวใหญ่ที่ทำให้คนรักรถสปอร์ทสัญชาติอังกฤษทั่วโลก ต้องเบิ่งตาดูและเงี่ยหูฟัง ด้วยการเปิดเผยโฉมหน้าและรายละเอียดต่างๆ ของรถสปอร์ทโมเดลใหม่ล่าสุด ซึ่งกำลังจะออกสู่ตลาดในเมืองผู้ดี พร้อมกับป้ายชื่อ แอสตัน มาร์ทิน วี 12 วานเทจ เอส (ASTON MARTIN V12 VANTAGE S)

 

เป็นรถสปอร์ท 2 ประตู 2 ที่นั่ง ระดับสุดหรูสุดเร็ว ที่ไม่ได้ออกแบบขึ้นใหม่ทั้งหมดทั้งแต่หัวจรดหาง แต่พัฒนาจากรถรุ่นเดิม คือ แอสตัน มาร์ทิน วี 12 วานเทจ (ASTON MARTIN V12 VANTAGE) ซึ่งเริ่มจำหน่ายในเมืองผู้ดีเมื่อเดือนพฤษภาคม 2009 และขณะนี้ถูกปลดจากสายการผลิตไปเรียบร้อยแล้ว เป็นการพัฒนาซึ่งมีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงมากมาย และส่งผลให้รถรุ่นนี้เป็น ROAD CAR หรือรถวิ่งได้ทั่วไปตามท้องถนน ไม่ใช่รถแข่งที่เร็วที่สุดในประวัติศาสตร์ 1 ศตวรรษของบริษัทผู้ผลิตรถยนต์รายนี้ ยกเว้นรถค่าตัว 100 ล้านบาท แอสตัน มาร์ทิน วัน-77 (ASTON MARTIN ONE-77) ซึ่งเป็นรถรุ่นพิเศษที่ผลิตจำหน่ายในจำนวนจำกัด

 

ในทางกายภาพ ความเปลี่ยนแปลงประการสำคัญที่เกิดขึ้น ตัวถังที่ยาว 4.385 ม. กว้าง 2.022 ม. (รวมกระจกมองข้าง) และสูง 1.250 ม. ของรถโมเดลนี้ คือ แผงกระจังหน้าที่เหมือนกับยกมาทั้งกระบิ จากรถแนวคิดติดป้ายชื่อ แอสตัน มาร์ทิน ซีซี 100 สปีดสเตอร์ คอนเซพท์ (ASTON MARTIN CC100 SPEEDSTER CONCEPT) ที่ปรากฏตัวในล้อมกรอบหน้าขวามือ

 

ส่วนในทางเทคนิค ความเปลี่ยนแปลงที่ถือได้ว่าเป็นหัวใจของรถโมเดลนี้มีอยู่ด้วยกันถึง 3 จุด จุดแรก คือ เครื่องยนต์ที่ซ่อนตัวอยู่ภายใต้ฝากระโปรงหน้า เป็นเครื่องเบนซิน DOHC วี 12 สูบ ความจุ 5,935 ซีซี บลอคเดียวกับเครื่องยนต์ที่เคยติดตั้งอยู่ในรถซึ่งเป็นที่มา แต่ปรับแต่งเป็นพิเศษจนกำลังสูงสุดพุ่งจาก 380 กิโลวัตต์/517 แรงม้า เป็น 415 กิโลวัตต์/565 แรงม้า คือ เพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 9.3 ในขณะที่แรงบิดสูงสุดก็เพิ่มจาก 570 นิวตัน-เมตร/58.2 กก.-ม. เป็น 620 นิวตัน-เมตร/63.3 กก.-ม. หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 8.8 จุดที่ 2 คือ การติดตั้งระบบขับที่เลือกลักษณะการทำงานได้ 3 แบบ คือ NORMAL SPORT และ TRACK การเลือกใช้แบบใดแบบหนึ่งจะเกิดการเปลี่ยนแปลงทั้งระดับความแข็งของระบบรองรับ การตอบสนองต่อการเร่งเครื่อง ความเร็วในการเปลี่ยนจังหวะเกียร์ และอัตราการผ่อนแรงพวงมาลัย จุดที่ 3 คือ การติดตั้งระบบเกียร์อัตโนมัติ 7 จังหวะ SPORTSHIFT III ซึ่งไม่เคยใช้มาก่อนในรถสปอร์ทยี่ห้อนี้

 

ยอดผู้ผลิตรถสปอร์ทของเมืองผู้ดีไม่ได้ระบุตัวเลขความเร็วที่แน่นอน บอกในขั้นต้นแต่เพียงว่า อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. น่าจะทำได้ในเวลาต่ำกว่า 4.0 วินาที ส่วนความเร็วสูงสุดก็ไม่น่าจะต่ำกว่า 330 กม./ชม. ที่แน่นอนก็คือ รถโมเดลใหม่นี้จะออกโชว์รูมในเมืองแม่ก่อนสิ้นปี

 

โตโยตา โคโรลลา รุ่นที่ 11
เปิดตัวแล้วในสหรัฐอเมริกา
ตัวถังขนาดโตกว่ารถรุ่นเดิม

สหรัฐอเมริกา-ยักษ์ใหญ่ของเมืองยุ่น ใช้งานซึ่งจัดขึ้นเป็นพิเศษที่เมืองซานตา โมนิกา (SANTA MONICA) ในรัฐแคลิฟอร์เนีย เป็นที่เปิดตัวรถ โตโยตา โคโรลลา (TOYOTA COROLLA) รุ่นใหม่ล่าสุด ซึ่งเป็นรถรุ่นที่ 11 มีกำหนดออกจำหน่ายในเมืองมะกันก่อนสิ้นปี 2013 ในฐานะรถรุ่นปีโมเดล 2014 โดยมีเครื่องยนต์ให้เลือก 2 ขนาด และมีระบบเกียร์ให้เลือกถึง 3 แบบ

 

งานเปิดตัวรถ โตโยตา โคโรลลา รุ่นที่ 11 อุบัติขึ้นในเมืองทางชายฝั่งตะวันตกของสหรัฐอเมริกา เมื่อต้นเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ท่ามกลางสื่อมวลชนและแขกรับเชิญมากกว่า 750 คน ที่ให้ความสนใจเป็นอย่างมากกับรถ โตโยตา โคโรลลา เวอร์ชันที่ออกแบบและพัฒนาขึ้นโดยเฉพาะสำหรับตลาดในทวีปอเมริกาเหนือ โดยใช้แนวคิด ICONIC DYNAMISM เป็นแกนหลักในการออกแบบ และมีหน้าตาไม่เหมือนกันเลยกับรถรุ่นเดียวกันที่ขายอยู่ในเมืองแม่ขณะนี้ โดยติดป้ายชื่อ โตโยตา โคโรลลา อักซีโอ (TOYOTA COROLLA AXIO)

 

โตโยตา โคโรลลา รุ่นที่ 11 เวอร์ชันที่ออกแบบสำหรับตลาดอเมริกาเหนือ อยู่ในตัวถัง 4 ประตูซีดาน 5 ที่นั่ง ยาว 4.639 ม. กว้าง 1.776 ม. และสูง 1.455 ม. ที่ออกแบบขึ้นใหม่ทั้งหมดตั้งแต่กันชนหน้าจรดกันชนท้าย เมื่อเทียบกับตัวถังของรถรุ่นเดิม ซึ่งอยู่ในตลาดเมืองมะกันมาตั้งแต่ปีโมเดล 2008 ก็จะพบว่า ความยาวเพิ่มขึ้นถึง 9.9 ซม. ในขณะที่ความกว้างเพิ่มขึ้น 1.6 ซม. ความสูงลดลง 1.0 ซม. และช่วงฐานล้อยาวขึ้น 10.0 ซม. แต่เมื่อเทียบกับรถรุ่นเดียวกัน เวอร์ชันที่จำหน่ายอยู่ในญี่ปุ่นขณะนี้ ก็จะพบว่า เป็นตัวถังที่ยาวกว่ากันถึง 28.0 ซม. และกว้างกว่ากันประมาณ 8.0 ซม.

 

จะออกตลาดก่อนสิ้นปีงูเล็กนี้ในฐานะรถรุ่นปีโมเดล 2014 โดยแบ่งการตกแต่ง/อุปกรณ์เป็น 4 ระดับ กำกับด้วยรหัส L LE S และ LE ECO มีเครื่องยนต์ให้เลือกใช้ 2 ขนาด คือ เครื่องเบนซิน DOHC 4 สูบเรียง 1,798 ซีซี 97 กิโลวัตต์/132 แรงม้า (รหัสเครื่องยนต์ 2ZR-FE) กับเครื่องเบนซิน DOHC 4 สูบเรียง 1,798 ซีซี 103 กิโลวัตต์/140 แรงม้า (รหัสเครื่องยนต์ 2ZR-FAE) ส่วนระบบเกียร์มีให้เลือกถึง 3 ขนาด คือ เกียร์ธรรมดา 6 จังหวะ เกียร์อัตโนมัติ 4 จังหวะ และเกียร์อัตโนมัติปรับอัตราทดต่อเนื่อง (เกียร์ CVT)

 

ยักษ์ใหญ่ของเมืองยุ่นนำรถติดป้ายชื่อ โตโยตา โคโรลลา (TOYOTA COROLLA) ออกสู่ตลาดเป็นครั้งแรกเมื่อปี 1966 และขายรถอนุกรมนี้ในตลาดทั่วโลกไปแล้วประมาณ 40 ล้านคัน ในช่วงเวลาเกือบครึ่งศตวรรษที่ผ่านมา มีการผลิตรถอนุกรมนี้จากโรงงานรวม 16 แห่ง และมีการจำหน่ายรถอนุกรมนี้ใน 154 ประเทศทั่วโลก รวมทั้งในประเทศไทยของเราด้วย



------------------------------
เรื่องโดย : ชูศักดิ์ ชมจินดา
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน สิงหาคม ปี 2556
คอลัมน์ : ข่าวรอบโลก
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/UOZHF

บทความที่เกี่ยวข้อง

VISION MERCEDES-MAYBACH 6 CABRIOLET
BMW CONCEPT Z4
BMW CONCEPT Z4
BMW M5
4,500,360
4,500,360
ASTON MARTIN ZAGATO
ASTON MARTIN ZAGATO
อัพเดทล่าสุด
21 Oct 2017

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
489,000
2.
1,199,000
4.
2,490,000
5.
479,000
6.
939,000
7.
24,500,000
8.
34,000,000
9.
23,795,000
12.
18,900,000
13.
18,999,000
14.
3,199,000
15.
3,399,000
16.
2,549,000
17.
4,499,000
18.
2,299,000
19.
3,199,000
20.
3,299,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th