บทความ

ประวัติศาสตร์


ประวัติศาสตร์วงการยานยนต์ไทย ถูกบันทึกไว้อีกหน้าหนึ่งแล้ว ถึงยอดการขายสูงสุดในปี 2555 เกิน 1,400,000 คัน นับแต่เริ่มมีการค้าขายกันมา 51 ปี

ก็ต้องถือว่าเป็นเรื่องดี ที่ข่าวคราวอุตสาหกรรมยานยนต์ในปีนี้ จะมีแต่เรื่องสดใส งดงาม การเพิ่มกำลังการผลิต การตั้งโรงงานแห่งใหม่ มีทั้งค่ายยักษ์ใหญ่ โตโยตา อีซูซุ นิสสัน มิตซูบิชิ และการปรับปรุงกำลังการผลิตของหลายค่าย

และการคาดการณ์ยอดการขายในปี 2556 นี้ คาดว่าจะลดลงประมาณ 10 % ก็คงเหลือราว 1,200,000 คัน จากความต้องการที่แท้จริง ผสมกับการส่งมอบรถที่ค้างจองมาตั้งแต่ปี 2555

และจากยอดการขายสูงสุด 1,400,000 กว่าคันนี้ รวมกับยอดการผลิตเพื่อการส่งออกอีกราว ล้านกว่าคัน ทำให้ประเทศไทย ก้าวขึ้นไปอยู่อันดับ 10 ของผู้ผลิตรถยนต์ของโลก

แต่นักการตลาดก็คาดการณ์กันว่า ตัวเลขในปีที่ผ่านมา เป็นตัวเลขที่ไม่ค่อยถูกต้องกับความเป็นจริง บิดเบือนไปหน่อย เพราะมีแรงจูงใจจากโครงการรถคันแรก ทำให้มีกำลังซื้อล่วงหน้าเข้ามาเยอะ ต้องเร่งตัดสินใจให้ทันการใช้สิทธิ์ ที่หมดไปเมื่อสิ้นปี

ขอบันทึกเอาไว้ว่า โครงการนี้ เริ่มมาตั้งแต่วันที่ 16 กันยายน 2554 จนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2555 มีผู้มาลงทะเบียนขอใช้สิทธิ์ 1,247,590 คัน แบ่งเป็นรถยนต์นั่ง 732,805 คัน รถกระบะ 256,716 คัน รถกระบะดับเบิลแคบ 255,897 คัน ไม่ระบุประเภท อีก 2,172 คัน รวมเป็นวงเงินคืนภาษีกว่า 90,469 ล้านบาท

ทีนี้ก็ต้องมาดูเงื่อนไข ที่ผู้ที่ได้รับเงินภาษีคืนไปแล้ว ว่าต้องถือครองรถเป็นเวลา 5 ปี หากถือครองไม่ถึงตามกำหนด โดยเปลี่ยนมือก่อน กรมสรรพสามิตจะดำเนินการยึดเงินคืนทันที

หลักการเบื้องต้น หากผู้ใช้สิทธิ์ที่ได้เงินคืนไปแล้ว โดนไฟแนนศ์ยึดรถก่อนที่จะถือครองรถครบ 5 ปี ทางไฟแนนศ์ จะต้องแจ้งให้กรมสรรพสามิตทราบ เมื่อไฟแนนศ์นำรถที่ยึดไปขายต่อ และได้เงินเกินมูลหนี้ ก็ต้องส่งเงินส่วนเกินให้กรมสรรพสามิต หากยังไม่ครบเท่ากับที่กรม ฯ จ่ายคืนให้แก่ผู้ใช้สิทธิ์ ก็จะต้องดำเนินการฟ้องร้องต่อไป

แต่ถ้ารถที่ยึดไปขายต่อ ได้เงินไม่ถึงมูลหนี้ ก็จะต้องโดนฟ้องร้องจ่ายให้ครบ

เรียกว่าต้องทนใช้ไปให้ถึง 5 ปีให้ได้เชียวนะเนี่ย

อีกไม่นาน คงมีข่าวเรื่องนี้ปะทุขึ้นมาให้ได้สนุกสนานกันแน่นอน

มาดูเรื่องดีๆ ของปี 2555 กันดีกว่า โดย ธนาคารแห่งประเทศไทย ปรับอัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ จีดีพี ของประเทศไทย เพิ่มจาก 5.7 % เป็น 5.9 % โดยปัจจัยสำคัญมาจากการขยายตัวของการลงทุนภาคเอกชนที่มีแนวโน้มเติบโตสูงกว่าปกติอีกระยะหนึ่ง

ส่วนประมาณการการเติบโตทางเศรษฐกิจไทย (จีดีพี) ในปี 2556 ปรับเพิ่มขึ้น จากระดับ 4.6 % เป็น 4.9 % จากการลงทุนของภาคธุรกิจ เพื่อรองรับการขยายตัวของอุปสงค์ภายในประเทศ โดยเฉพาะกลุ่มยานยนต์และการผลิตพลังงานไฟฟ้า ประกอบกับการลงทุนในหมวดเครื่องจักรและอุปกรณ์ หมวดก่อสร้างยังมีแรงสนับสนุนจากการซ่อมสร้างในบางอุตสาหกรรม ที่ใช้ระยะเวลานานกว่าที่คาด เช่น อุตสาหกรรมแผงวงจรรวม และเชื่อว่าจะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของเศรษฐกิจไทยได้เป็นอย่างดี

อีกเรื่องจากปี 2555 คือ เรื่องที่ภาครัฐและเอกชน ร่วมกันกำหนดวิสัยทัศน์ การพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย ในปี 2564 ว่า
ประเทศไทยเป็นฐานการผลิตยานยนต์โลก พร้อมด้วยห่วงโซ่อุปทานสร้างมูลค่าเพิ่มในประเทศ และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

โดยมียุทธศาสตร์การดำเนินงาน 5 ประการ ประกอบด้วย

ยุทธศาสตร์แรก มีความเป็นเลิศในด้านเทคโนโลยีการวิจัยและพัฒนา

ยุทธศาสตร์ที่ 2 มีความเป็นเลิศในด้านการพัฒนาบุคลากร

ยุทธศาสตร์ที่ 3 เสริมสร้างความเข้มแข็งของผู้ประกอบการ

ยุทธศาสตร์ที่ 4 การสร้างสภาวะแวดล้อมที่ดี ด้วยปัจจัยโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อรองรับแผนยุทธศาสตร์

และยุทธศาสตร์ที่ 5 การสร้างสภาวะแวดล้อมที่ดี ด้วยกฎระเบียบนโยบายภาครัฐ

นั่นเป็นเรื่องที่ สถาบันยานยนต์ ต้องเป็นผู้ประสานงาน ให้สิ่งที่กำหนดไว้เป็นจริงให้ได้

แต่ทางภาคการผลิตนั้น ท่าทางจะยากหน่อย เพราะแต่ละค่าย ต่างก็มีมาตรฐานการผลิตหยิบมาจากบริษัทแม่ทั้งนั้น ไม่สามารถที่จะบอกกับใครได้โดยง่าย ยากถึงยากมากเชียวเลยนะเนี่ย

อีกเรื่องหนึ่งที่เพิ่งคุยระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปแล้ว โดย กระทรวงคมนาคม กำหนดให้งดรับจดทะเบียนรถที่ประกอบจากชิ้นส่วนของรถที่ใช้แล้ว ที่นำเข้ามาจากต่างประเทศ ในเขตกรุงเทพมหานครและในเขตจังหวัดอื่นทุกจังหวัด ดังนี้

1.1 รถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกิน 7 คน

1.2 รถยนต์นั่งส่วนบุคคลเกิน 7 คน

1.3 รถยนต์บรรทุกส่วนบุคคล

1.4 รถจักรยานยนต์ส่วนบุคคล

เป็นเรื่องหลังจากมติ ครม. งดการสั่งนำเข้าชิ้นส่วนรถใช้แล้วจากต่างประเทศ และยังผ่อนผันอยู่ ก็งดรับจดทะเบียนเรียบร้อย
แต่ถ้าประกอบจากชิ้นส่วนของรถที่ใช้แล้ว เป็นตัวรถเรียบร้อยแล้ว ก็ยังสามารถนำไปจดทะเบียนได้อีก 30 วัน นับแต่วันที่กฎกระทรวงบังคับใช้

ถ้าหลังจากนั้นก็คือ ชิ้นส่วนรถใช้แล้ว ที่สั่งเข้ามาแล้ว กองอยู่ในโกดังเรียบร้อยแล้ว ขายเป็นอะไหล่ได้อย่างเดียว เอาไปประกอบเป็นตัวรถเพื่อจดทะเบียนอีกไม่ได้

นั่นเป็นความเป็นไป ในห้วงเดือนที่ผ่านมา และในปี 2556 นี้ อุตสาหกรรมยานยนต์ ก็จะเดินหน้าก้าวไปอีกอย่างมุ่งมั่น ยอดการผลิตก็จะเริ่มมากขึ้น หลังจากโรงงานแห่งใหม่ๆ เริ่มเดินเครื่องกันได้ในช่วงปลายปี แต่ตัวเลขแท้จริงของการผลิต จะไปปรากฏในปี 2557 ที่เชื่อว่า เป็นประวัติศาสตร์กันอีกเรื่องใหญ่เรื่องหนึ่งทีเดียว



------------------------------
เรื่องโดย : มือบ๊วย
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน มีนาคม ปี 2556
คอลัมน์ : โค้งอันตราย
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/om0UK

บทความที่เกี่ยวข้อง

มูลนิธิ ลมหายใจไร้มลทิน เสริมสร้างค่านิยมแห่งความซื่อสัตย์สุจริต
มูลนิธิ ลมหายใจไร้มลทิน เสริมสร้างค่านิยมแห่งความซื่อสัตย์สุจริต
อัพเดทล่าสุด
18 Aug 2017

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
609,000
2.
469,000
3.
469,000
5.
1,239,000
6.
1,399,000
7.
640,000
8.
3,090,000
9.
2,160,000
10.
2,120,000
11.
2,269,000
12.
2,980,000
13.
2,318,000
14.
6,899,000
15.
4,299,000
16.
3,629,000
17.
3,429,000
18.
2,229,000
19.
12,399,000
20.
8,399,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th