บทความ

พลังงานสร้างสรรค์ ยานยนต์เปลี่ยนโลก


สิ่งแรกที่พวกเราทำในการเตรียมสร้างสรรค์งาน “มหกรรมยานยนต์” แต่ละปี คือ การกำหนดแนวคิดของงาน โดยพิจารณาจากแนวโน้ม และกระแสนิยมของอุตสาหกรรมยานยนต์ทั้งในประเทศและต่างประเทศ

สำหรับ “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 30″ เราได้กำหนดและประกาศแนวคิดของงานออกมาแล้ว นั่นคือ “พลังงานสร้างสรรค์ ยานยนต์เปลี่ยนโลก” หรือ INNOVATIVE ENERGIES-WORLD-CHANGING
VEHICLES

ที่มาของแนวคิดดังกล่าวเกิดจากการพิจราณาเห็นว่า มลพิษทางอากาศจากการเผาไหม้เชื้อเพลิงประเภทน้ำมัน ได้เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องจนถึงระดับวิกฤตในหลายพื้นที่ของโลก รวมถึงประเทศไทย

นอกจากนี้ ยังอาจเกิดวิกฤตขาดแคลนน้ำมันในอีกไม่เกิน 50 ปีข้างหน้า จากการประเมินปริมาณน้ำมันดิบสำรองในแหล่งต่างๆ ทั่วโลก โดย BP STATISTICAL REVIEW OF WORLD ENERGY 2009

ถ้าต้องการยุติวิกฤตมลภาวะ และหลีกเลี่ยงวิกฤตขาดแคลนน้ำมันอย่างทันท่วงที ผู้ผลิตยานยนต์ต้องแสวงหา “จุดเปลี่ยน” ให้พบตั้งแต่วันนี้

อันที่จริงความพยายามในการสร้างสรรค์พลังงานทดแทนน้ำมัน รวมถึงพัฒนายานยนต์เพื่อรองรับพลังงานใหม่ได้ดำเนินมานานหลายสิบปี ผ่านการลองผิดลองถูกนับครั้งไม่ถ้วน กระทั่งปัจจุบัน ผู้ผลิตจึงเห็นตรงกันว่าพลังงานสะอาด ปราศจากมลพิษอย่าง

“ไฟฟ้า” เป็นทางเลือกที่ดีที่สุด

อย่างไรก็ตาม การจะเปลี่ยนเทคโนโลยียานยนต์จากระบบน้ำมัน ไปสู่ระบบไฟฟ้า จำเป็นต้องพัฒนาตามขั้นตอน โดยขั้นแรก วิศวกรได้นำมอเตอร์ไฟฟ้ามาทำงานร่วมกับเครื่องยนต์สันดาปภายในแบบเดิม กลายเป็นยานยนต์พันธุ์ผสม หรือไฮบริด ซึ่งสามารถขับขี่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งประหยัดและลดมลพิษ จนได้รับการคาดหมายว่า จะมาทดแทนยานยนต์ที่ใช้น้ำมันอย่างเดียวในไม่ช้า
สำหรับยานยนต์พลังไฟฟ้า แม้จะอยู่ระหว่างการพัฒนาแบทเตอรี ให้มีน้ำหนักเบา ชาร์จไฟได้เร็ว เก็บประจุไฟฟ้าได้มาก และวิ่งได้ระยะทางไกลขึ้นต่อการชาร์จ 1 ครั้ง แต่เทคโนโลยี “พลักอิน” รวมถึงการติดตั้งเครื่องยนต์ขนาดเล็กเพื่อทำหน้าที่ “ปั่นไฟ” ขณะใช้งาน ก็ทำให้ยานยนต์พลังไฟฟ้ารุ่นล่าสุดมีสมรรถนะไม่แพ้ยานยนต์ทั่วไป

ยิ่งกว่านั้น ยังมีเทคโนโลยีล้ำหน้าที่รอการพัฒนาเพื่อสร้างสรรค์ยานยนต์พลังไฟฟ้าที่สมบูรณ์แบบอีกมากมาย เช่น การใช้พลังงานไฮโดรเจน และ เซลล์เชื้อเพลิง รวมไปถึงพลังงานแสงอาทิตย์ ฯลฯ

ขณะนี้หลายประเทศที่พัฒนาแล้วมีการผลิต จำหน่าย และใช้งานยานยนต์ไฮบริด และไฟฟ้าอย่างแพร่หลาย ภายใต้การสนับสนุนอย่างแข็งขันจากภาครัฐ โดยผลการศึกษาในยุโรปพบว่า ยานยนต์ไฟฟ้าสามารถลดปัญหาแกสเรือนกระจกได้สูงสุดถึงร้อยละ 24
ฉะนั้น เราจึงเห็นว่าความนิยมในยานยนต์ไฮบริด ที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง และการมาถึงของยานยนต์พลังไฟฟ้า นี่แหละ คือ “จุดเปลี่ยน” ของโลกอย่างแท้จริง ซึ่งเป็นที่มาของแนวคิด “พลังงานสร้างสรรค์ ยานยนต์เปลี่ยนโลก” ที่เราอยากเชิญชวนให้บรรดาผู้ผลิตนำยานยนต์ไฮบริด และไฟฟ้ามาประชันกันในงาน ระหว่างวันที่ 29 พฤศจิกายน-10 ธันวาคม 2556 ที่ อิมแพคท์ เมืองทองธานี เพื่อให้ประชาชนได้สัมผัสเทคโนโลยีล่าสุดของยานยนต์ประเภทนี้

ที่สำคัญ เป็นโอกาสของผู้ผลิต ผู้บริโภค และภาครัฐ ที่จะร่วมกันค้นหาคำตอบว่า

เราพร้อมจะรับมือกับความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่นี้แล้วหรือยัง ?



------------------------------
เรื่องโดย : ขวัญชัย ปภัสร์พงษ์
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน มีนาคม ปี 2556
คอลัมน์ : ขวัญชัย ปภัสร์พงษ์
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/TjDSU

Follow autoinfo.co.th